หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมสายสัญญาจึงต้องมีตัวดับล้าง  (อ่าน 711 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 15, 2010, 12:41:53 PM »

"อายุบวร"
    Wink เจตสิกธรรม ๑๖ ดวง
เป็นแม่บท เป็นสูตร เป็นวิญญาณของโลกทิพย์ มาถึงโลกมนุษย์ตั้งแต่กึ่งพุทธกาล ผู้ตรัสรู้ ผู้เจ้าโลก ผู้เจ้าธรรม ได้มาเปิดโลกธรรม กู้เอามนุษย์โลก สัตว์โลก ตลอดพืชพันธุ์ธัญญาหารไปในพระศาสนาขององค์ห้าพระศรีอารย์ ผู้ที่มีบุญญาบารมีเท่าแผ่นฟ้า แผ่นดินจึงจะได้เข้ามาปฏิบัติตัวได้ บางส่วนคัดมาจากเจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน พระไตรปิฏกหรือในแปดหมื่นสี่พัน ถึงสัญญาที่ผู้มีบุญมีกุศลจะได้ปฏิบัติตนแทนพระองค์ท่านกู้เอาสังขารและวิญญาณเข้าสู่เส้นอริยะเจ้า

 Cry เจตสิกธรรม ๑๖ ดวง มีตัวผู้และตัวเมียรวมเป็น ๓๒ ดวง ประกอบอาการ ๓๒ ได้แก่
   นะ  มะ  อิ  ทิ  มิ  อุ  ทะ  ยะ  ยัก  พะ  ติ  ปิ  ปุ  ปะ  วิ  สะ
   นะ  มะ  พะ  ทะ  ยะ อุ  ยัก  อุ  ติ  ปิ  ปุ  ปะ  วิ  สิ  ทิ  มิ  สะ
   นะ  มะ  พะ  ทะ  ยะ  ยัก  อิ  ทิ  มิ  อุติ  ปิ  ปุ  ปะ  วิ  สะ
 
คำประกอบของเจตสิกมี
ลิงค์ สลิงลิงค์ อนิจาสลิงลิงค์ อนิจจัง จีวรัง กรณีอารหัง ปรุงลิง จูงลิงค์ กะไดลิงค์ เตยลิงค์ โจลิงค์ ยักษ์ลิงค์ อังคะ อังคุ ป้อปั้นลิงค์ ป้อปรุงลิงค์ รวิงหันลิงค์ หูลิงค์ สออาสัณลิงค์ ชะลิงค์ วูปะสโมสุขโข นะโม พุทโธ ธรรมโม สังโฆ ฯลฯ

     ความหมายของเจตสิกธรรม
  นะ หมายถึงแก้วบ่อเกิดของโลกธรรม นะเป็นตัวนำ นะเป็นแก้วเทพรำลึก นะเป็นตัวนำทาง นะมีสองเพศ คือ นะตัวผู้และนะตัวเมีย ปู่สอนหลานกล่าวว่า “หลานเอย แก้วอยู่หัวตัวเดิมอย่าละ มีนะอยู่ที่ไหนให้ตามไปที่นั่น ถ้าเจอนะแล้วให้รับเอาเป็นแก้วเทพรำลึก นะเป็นเอกโลก นะเป็นเอกธรรม นะจึงมีทั้งนะกุศลและนะอกุศล จึงดับล้างนะอกุศลให้ยังเหลือแต่นะกุศลตามสัญญานะ ฯลฯ”
  มะ มะสัพโวโหตุ มาบังเกิดให้เป็นมะมะแยกออกมาจากนะ มะหมายถึงแม่ ให้เป็นแม่ธรณี แม่น้ำ พ่อพระเพลิง พ่อพระพาย คือ นะมะ มะคือมนุษย์ทุกชาติ ศาสนา นิกาย ลัทธิในโลกาทวีป ผู้ตรัสรู้ จึงเอามะมาดับล้างให้พ้นจากมนุษย์สะเปรโต มนุษย์สา มนุษย์สี มนุษย์สมบัติ มนุษย์เทโว ถึงอริยะมนุษย์ ฯลฯ
  พะ หมายถึงพระปัฐภี พระเตโช พระวาโย พระอัคคี พระอินทร์ พระพรหม พระฤๅษี พระยานาค พระแม่ธรณี พระบิดา พระมารดา พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พระยาธรรมิกราชราชา จึงได้ถอดเอาพระมาดับล้างให้พระของเรามีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ตัวอย่าง สายพะมะสะสลิงลิงค์ ให้ดับจมอเวจีสูญเลยไปตามสัญญา ฯลฯ
  ทะ หมายถึงธาตุ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุดับล้างธาตุทั้งสี่ ให้เป็นธาตุกุศล ธาตุสังขารและธาตุวิญญาณ เมื่อปฏิบัติตนได้สำเร็จธาตุดินก็จะมีฤทธา ย่นแผ่นดินได้ ดำดินได้(ขอมดำดิน) ถ้าสำเร็จธาตุน้ำก็จะเดินบนผิวน้ำได้ ดำลงไปนั่งสวดมนต์อยู่ใต้ผิวน้ำได้ สำเร็จธาตุไฟก็จะจับไฟไม่ร้อน เข้าไปนั่งในกองไฟได้ ไฟจะไม่ไหม้ ผู้ที่สำเร็จธาตุลม จะหายตัวได้ เข้าป่อง เข้ารู้เล็กๆได้เหมือนลม มองไม่เป็นตัว ฝนตกและตากฝนก็จะไม่เปียก จึงให้ดับล้างธาตุทั้งสี่ให้สำเร็จ คือดับล้าง นะ มะ พะ ทะ เป็นวิญญาณธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ให้นึกถึงผู้มีฤทธา คือผู้นั้นปฏิบัติได้สำเร็จธาตุสังขารและธาตุวิญญาณ ฯลฯ
  ยะ หมายถึงตัวแยก ตัวเปิด ตัวผสม ตัวเปลี่ยนแปลง ตัวยะถากรรม เป็นอริยะมนุษย์ อริยะเจ้า  อริยะเมตตรัยโย ยะตัวนี้แยกมาจาก นะ มะ พะ ทะ ยะ แยกเป็น นะ ๔ มะเป็น ๔ พะเป็น ๔ ทะเป็น ๔ จากธาตุทั้ง ๔ ไปเป็นเจตสิกธรรม ๑๖ ดวง ผู้ตรัสรู้จึงได้เอา นะ มะ พะ ทะ ยะ มาดับล้างให้เป็นธาตุกุศล สังขารกุศล วิญญาณกุศล จะพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด เกิดแก่ เจ็บตาย จึงให้ดับล้างให้พ้นจาก ยถากรรม ล้างเปิดทางเข้าสู่เส้นอริยะเจ้า เช่น สายยะนะสะสลิงลิงค์ สายยะมะสะสลิงลิงค์ สายยะทะสะสลิง สายยะพะสะสลิง สายยะวิสะสลิง สายยะอิสะสลิง สายยะปะสะสลิง สายยะมิสสลิง ฯลฯ
  อุ หมายถึงหัวใจน้ำ อุทกภัย อุทร อุภวังค์ อุกาสะวันทามิภันเต อู่ข้าว อู่น้ำ อู่รถ อู่เรือ อุ คือ คุณแม่ ๑๒ อุ เป็นผู้เลี้ยงดูมนุษย์ สัตว์ และพืช ผู้ตรัสรู้จึงยึดเอาวิญญาณน้ำมาปฏิบัติ คือ ดับล้างอุ เช่น สายอุนะสะสลิงลิงค์ สายอุพะสะสลิง สายอุอิสะสลิง สายอุปะสะสลิง สายอุมิสะสลิง สายอุติสะสลิง สายอุยะสะสลิง ฯลฯ
  อิ หมายถึงผู้วิเศษ อิ คือ อินตาธิราช อิ คือแม่ธรณี อิ คือ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อิติปิโสภควา อิมินาปุญญกาเม อิ มีมากคณา นับไม่ถ้วน จึงเอาอิมาดับล้าง เช่น สายอิมิสะสลิงลิงค์ สายอิมะสะสลิง สายอิทะสะสลิง สายอิปะสะสลิง สายอิอุสะสลิง สายอิปะสะสลิง ฯลฯ
  ทิ หมายถึงอาการ ๓๒ ตั้งแต่เกศา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ ทิเป็นดิน ทิเป็นหิน จึงให้ดับล้างในอาการ ๓๒ ของท่านเอง เช่น สายทินะทินะสะสลิงลิงค์ สายอนิจาทิมิสะสลิง สายอนิจจาพะทิสะสลิง สายกรณีทินะทะนะสะสลิงลิงค์ สายกรณีทะนะทินะสะสลิงลิงค์ ฯลฯ
  มิ หมายถึงองค์วิเศษ มิเป็นยอดศีล มิเป็นยอดธรรม มิเป็นองค์พญาธรรมิกราชราชา มิเป็นเจ้าโลก มิเป็นเจ้าธรรม มิเป็นผู้ความสำเร็จแก่มนุษย์ผู้มีกุศลการไหว้พระ คือการไหว้มิ เช่น อาระหังสัมมา สัมพุทโธ ภควา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ธัมมังมิ สังฆังมิ ปาณาลงท้ายมิ อทินนาลงท้ายมิ กาเมลงท้ายมิ มุสาลงท้ายมิ สุราเมลงท้ายมิ ยอดของศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ศีล ๓๑๐ คือมินี่เอง ผู้ตรัสรู้จึงได้ถอดเอาหัวใจธรรม หัวใจศีลมาดับมาล้าง เพราะศีลและธรรมเป็นดวงแก้วบริสุทธิ์ ยุติธรรม
มนุษย์เรากระทำให้ศีลเปื้อน ด่างพร้อย ธรรมเปื้อน ธรรมมัวหมอง ท่านจงดับล้างศีลและธรรมของท่านเองให้เป็นดวงแก้วขาวใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ตัวท่านจะพ้นจากความมัวหมองไม่มีมลทิน จะเป็นผู้ครองดวงแก้ว ยอดศีลแก้ว ยอดธรรมแก้ว จะสุขกายสุขใจด้วยอานิสงค์คือมีทั้งทรัพย์ภายนอก ทรัพย์ภายใน ให้ตัวเป็นสุขตามสัญญา ฯลฯ
ยักษ์ หมายถึงตัวอุบาทว์ ตัวจัญไร ตัวโลภ ตัวโกรธ ตัวหลง ตัวประหาร ตัวทำร้าย ตัวโกง ตัวกิน บาลีท่านสวดภาณยักษ์ สวดขับยักขิณี ยักโขโน ทั้งสังขารและวิญญาณที่มาสิงสู่อยู่ในกาย พระองค์ท่านจึงถอดเอาหัวใจยักษ์ร้ายมาดับล้าง จากยักษ์อกุศลให้เป็นยักษ์กุศล ตัวของท่านเองก็มียักษ์สถิตอยู่ที่ใจ ที่ปาก กินสารพัดอย่าง พูดสารพัดคำ มือ กาย ใจ มาดับล้างจากยักษ์อกุศลให้เป็นยักษ์กุศล เช่น สายยักษ์สะสลิง สายยักษ์ สายพะสะสลิงลิงค์ สายยักษ์นะสะสลิงลิงค์ สายยักษ์วิสะสลิงลิงค์ สายยักษ์อุสะสลิงลิงค์ ฯลฯ
  ติ,ปิ หมายถึงตัวเกิดจากรูปธรรม นามธรรม เกิดความปิติทั้งกุศลและอกุศล ปิติทั้งทางต่ำและทางสูง ทั้งทางมืดและทางสว่าง บาลีกล่าวว่า “ปิมยังเภเตวิสุง วิสุง อิติปิโสภควา ปิติยินดี ปิติทำให้เป็นสุข ปิติชั่วทำให้เป็นทุกข์” ผู้ตรัสรู้จึงถอดเอาปิติมาดับล้างให้เหลือแต่ปิติกุศล จะเป็นผู้พ้นจากความทุกข์ทั้งปวง บัณฑิตกล่าวไว้ว่า “ผู้ใดมีความทุกข์ เพราะผู้นั้นยังโง่ ผู้ใดหายโง่ เพราะผู้นั้นพ้นทุกข์” จึงดับล้างเอาแต่ความปิติในทางกุศล ฯลฯ
  ปุ หมายถึงตัวปรุงแต่ง ปรุงโลก ปรุงธรรม ปรุงแต่งจากรูปธรรมหนึ่งให้เป็นอีกรูปธรรมหนึ่ง ปรุงแต่งจากสูงไปต่ำ ปรุงแต่งจากมืดไปสว่าง ปรุงแต่งจากโง่ไปฉลาด ปรุงแต่งจากทุกข์ไปสุข บาลีกล่าวว่า ปรุงลิงค์(หญิง) อิทธิลิงค์(ชาย) ปรุงสักลิงค์(กระเทย) ปรุงนะสักลิงค์(พระเจ้า)
  ปะ หมายถึงที่รวม นัดหมาย ประมุข ประธาน ประโยชน์ ประกอบ ประหาร ประทุษร้าย ประชา ประชัน ประจบ ปฏิบัติ ปะนี้มีมากมายให้นำมาดับล้าง เช่น สายปะสะสลิงลิงค์ สายปะมะสะสลิงลิงค์ สายปะปุสะสลิงลิงค์ สายปะพะสะสลิงลิงค์ ฯลฯ
  วิ หมายถึงหัวใจลม วิเป็นองค์วิเศษ วิเป็นวิญญาณ วิมารทุกชั้นทุกวิมาร ทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน ทั้ง ๘ทิศา ๘ โลกาทวีป วินัยโลก วินัยธรรม วิ คือ สัจจธรรม วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติทั้งปวง วิเป็นวิญญาณของแก้วทุกท่าน ขณะที่กำลังกิน นั่ง ยืน เดิน นอนอยู่กับวิ พองหนอ ยุบหนอ ก็ลมพาพอง พายุบ พุทโธก็ลมพาพุท ลมพาโธ ถ้าไม่มีวิวาโย ก็ไม่มีพองมียุบ  มีพุทมีโธ วิจึงเป็นแก้ววิเศษของโลก ดินชูน้ำ น้ำชูดิน ดินชูลม จึงไม่จมไปได้ ผู้ตรัสรู้จึงได้ถอดเอาหัวใจลมมาดับล้าง เพื่อยั้งสังขาร ยั้งวิญญาณให้อยู่ได้ เช่น สายวิพะสะสลิงลิงค์ สายวินะสะสลิงลิงค์ สายวิทะสะสลิงลิงค์ สายวิปะสะสลิงลิงค์ สายวิทิสะสลิงลิงค์ ฯลฯ
  ส หมายถึงตัวครองรูปธรรม นามธรรม ให้อยู่ในสภาพเดิม สะคือตัวชำระล้าง พระสอนว่าให้ชำระล้างกิเลส ฆ่ากิเลสให้ตาย คายกิเลสให้ออก สำรอกกิเลสให้หลุดพ้น สะเปรียบเสมือนสบู่ แฟบ ไฮเตอร์ ซักฟอกสิ่งที่เปื้อนเปรอะ สกปรกโสมม ผู้ตรัสรู้จึงได้เอาสะนี้มา สะนะ สะมะ สะพะ สะทะ ในเจตสิกธรรมทั้งแปดหมื่นสี่พันให้สะอาด บริสุทธิ์ ยุติธรรม พ้นจากมลทินมัวหมองจากโจร ยักษ์ ตัวเสนียดจัญไร พ้นจากตัวอุบาทว์ พ้นโรคภัย พยาธิ ทั้งสังขารวิญญาณ ผู้ที่ได้ดับล้างบริสุทธิ์แล้วเหมือนผู้นั้นสิ้นกรรม สิ้นเวรแล้ว จะไม่เป็นหนี้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งภพอดีต ปัจจุบัน จะได้ข้ามพ้นจากบ่วงมาร คือการพ้นจากการเวียนว่านตายเกิด เกิด แก่ เจ็บ ตาย ผู้ตรัสรู้จึงได้ถอดเอาตัวตรัสสะมาประกอบกับเจตสิกทุกวรรคไป เช่น สายนะสะสลิงลิงค์ สายมะสะสลิงลิงค์ สายปะสะสลิงลิงค์ สายอุสะสลิงลิงค์ สายวิสะสลิงลิงค์ ฯลฯ
  สุข หมายถึงสุขโลก สุขธรรม ความสุขทั้งหลาย คือดวงแก้วของพระเจ้า พระพรทิพย์ของพระเจ้าสุขโต สุขโข สุขเกษมสำราญ สุขใหญ่สุขโต สุขระโหฐาน สุขแก้วพระนิพพาน พระองค์ท่านจึงถอดเอาหัวใจแห่งความสุขมาดับล้าง เช่น สายสุนะสะสลิงลิงค์ สายสุปะสะสลิงลิงค์ สายสุวิสะสลิงลิงค์ สายสุทะสะสลิงลิงค์ ฯลฯ

    บทประกอบ ตัวดับ ตัวล้าง ในเจตสิกธรรม มี
  ลิงค์ หมายถึง เพศ มนุษย์ สัตว์และพืชในโลกาทวีป มีเพศผู้ เพศเมีย ลิงค์นี้คือพ่อและแม่ผสมกันให้เกิดเป็นลูกและเป็นเพศ เมื่อเกิดมาเป็นลูกกลายเป็นพ่อแม่ มีทั้งกุศลและอกุศลติดตามวิญญาณและสังขารมา พระองค์ท่านจึงได้เอาลิงค์มาดับมาล้างให้เป็นลิงค์กุศล พ้นจากเพศอกุศล ฯลฯ
  สลิง หมายถึง โลกและธรรม โลกคือทรัพย์ศฤงคาร ธรรมหรือวิญญาณเป็นเมืองๆหนึ่งอยู่นอกโลก นอกนรก นอกอเวจี วิญญาณมัจจุราชส่งไปเมืองสลิงคาร เมืองสลิงคารจะไม่มีโอกาสได้มาผุดมาเกิดอีกเหมือนมนุษย์โลก หากทำความชั่วทางโลกและทางธรรม โทษเบาคือจำคุก ๓ เดือน ๖ เดือน ๑ ปี ถึงตลอดชีวิต ยังมีโอกาสอภัยโทษ ได้พ้นโทษ แต่โทษทัณฑ์หนักมัจจุราชนำตัวส่งไปแดนประหาร คือตัดคอ ยิงเป้า ไม่มีโอกาสจะได้มาเป็นมนุษย์ได้อีก วิญญาณจึงกลัวสลิง สังขารจึงกลัวโทษประหาร พระองค์ท่านจึงได้เอาตัวสลิงมาดับล้างให้พ้นจากโทษทัณฑ์ มีองค์พญาธรรมิกราชราชา ผู้มีฤทธาอานุภาพมาช่วยให้พ้นโทษทัณฑ์ได้ จึงรีบดับล้างสลิงลิงค์ให้มาก ฯลฯ
  อนิจจา หมายถึง บอกทาง ชี้ทาง เปิดทางทั้งสังขารและวิญญาณ คำบาลีกล่าวว่า “อนิจจาวะตะสังขารา อุปาทะวายะธัมมิโน” ลงท้ายวูปะสะโมสุโข คือบอกให้สังขารได้รับรู้ บอกให้วิญญาณไปสู่ผลกรรมผลเวรที่ก่อกรรมทำไว้ทั้งอดีตชาติและปัจจุบันชาติตามสัญญามา เวลาสังขารทุกรูปทุกนามเมื่อมรณภาพ พระราชทูต เทวทูต เจ้าบัญชีจะส่งเอกสารที่จดบันทึกไว้ถึงยมพระบาลเพื่อสอบสวนตามโทษทัณฑ์ตัดสินคดี แล้วจะนำส่งไปสองทาง ผู้ทำบาปทำกรรมไว้ เพชฌฆาตนำไปส่งนรกอเวจีถึงสลิงคาร ถ้าเป็นสังขารผู้พิพากษาจะตัดสินคดีความ ผู้ไม่มีความผิดก็ปล่อยตัวไป ผู้มีความผิดหนัก เบา เจ้าหน้าที่จะนำไปอยู่ในคุกในตะราง ท่านรู้แล้วจึงดับล้างในเจตสิกธรรม ประกอบกับอนิจจาหลายๆครั้ง ทั้งสังขารละวิญญาณ จะได้รับโทษทัณฑ์ตามสัญญา
  อนิจจัง,จีวรัง หมายถึง สิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนทั้งหลาย มนุษย์ สัตว์ และพืช ไม่มีสิ่งจีรังยั่งยืน มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงดับล้างสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนให้หมดสิ้นไป ให้เหลือแต่สิ่งที่จีรังยั่งยืน คือกุศลผลบุญจะได้ติดตามสังขารและวิญญาณในภพนี้และภพหน้าตามสัญญา
  กรณี หมายถึง คดีโลก คดีธรรม คดีกรรม คดีเวร ความสุขและความได้ติดตามมาตั้งแต่อดีตชาติถึงปัจจุบันชาติ คดีชั่วอกุศลทำให้เกิดทุกข์ คดีกุศลทำให้เกิดสุข มนุษย์โลกผู้ผิดกรณีหรือผิดสัญญาก็ฟ้องร้องถึงโรงถึงศาล จะเกิดความทุกข์ความเศร้าใจ ถ้าแพ้คดีความถือเป็นตราบาปในปัจจุบันและอดีต บาลีจึงสวดกรณีน้อยกรณีใหญ่ สวดภาณยักษ์เพื่อล้างกรณีโลก กรณีธรรม เมื่อท่านมีความทุกข์ มีความเดือดร้อน ให้ดับกรณีให้มากๆเช่น สายนะกรณี สายมะกรณี สายพะกรณี สายทะกรณี สายยะกรณี สายยักกรณี สายอิกรณี ฯลฯ จะได้เบาบางลง
  อารหัง หรือ อรหัง หมายถึง บอกทาง เปิดทาง ชี้ช่องส่องทางไปสู่ความสำเร็จทั้งสังขารและวิญญาณ พระองค์ท่านจึงได้ดับล้างเปิดทาง เช่น สายนะอารหัง สายมะอารหัง สายพะอารหัง สายทะอารหัง สายอิอารหัง สายทิอารหัง สายมิอารหัง สายมิยะอารหัง สายยะมิอารหัง สายวิสะอารหัง สายสุสะอารหัง ฯลฯ
  ปรุงลิงค์ หมายถึง ดับล้างสิ่งที่ปรุงแต่งมาเป็นอกุศลให้เป็นกุศล
  จูงลิงค์ หมายถึง ตัวนำ สายนะจูงลิงค์ สายมะจูงลิงค์ สาย พะจูงลิงค์ สายทะจูงลิงค์ สายอิจูงลิงค์ สายอุจูงลิงค์ สายวิจูงลิงค์ การจูงไปมีสองทาง จูงไปทางต่ำคือไปนรกอเวจีสลิง จูงไปทางสูงคือสวรรค์ถึงนิพพาน พระองค์ท่านจึงเปิดตัวดับล้างจูงเข้าสู่เส้นอาริยะเจ้า พระศรีอารย์ ฯลฯ
  กะไดลิงค์ หรือ บันไดลิงค์ หมายถึง ระดับชั้นจากเกิด หนุ่ม แก่ ชรา ตาย จากเม็ดเป็นเบี้ย เป็นตัวถึงเป็นดอกเป็นผล การเรียนรู้จากโง่ไปฉลาด จากเด็กเล็กไปอนุบาล ไปประถมไปมัธยม ไปเตรียมอุดม ฯลฯ
  อังคะ หรือ อังคุ หมายถึง เปิดจิต เปิดใจ เปิดวาจา เปิดดวงปัญญา
  อ้า อัง อ้า หมายถึง ล้างเปิดปากให้มีวาจาศิต พูดอันใดให้เป็นอันนั้น
  ป้อปั้นลิงค์ หรือ ป้อปรุงลิงค์ หมายถึง ล้างให้แม่ป้อ แม่ปั้น แม่สื่อ แม่ของวิญญาณ แม่อดีตชาติ เป็นการทดแทนคุณ

ถ้าท่านท่องเจตสิกธรรมได้และเข้าใจความหมาย อีกทั้งบทประกอบเจตสิกธรรมได้ ท่านจะเป็นผู้แตกฉาน ผู้รู้ธรรม ดับล้างโดยไม่ต้องอาศัยหนังสือก็ได้ เพราะในหนังสือตัวดับล้างก็จะมีอยู่ในเจตสิกธรรมและตัวประกอบเจตสิกธรรมทั้งนั้น
ท่านจงศึกษาให้ละเอียดถ่องแท้ จะรู้คุณค่าหาที่เปรียบไม่ได้ ผู้รู้แล้วให้ชี้แนะแก่ผู้ที่ยังไม่รู้ด้วย จะเป็นอานิสงค์มาก ปราชญ์สอนว่า “ทำบุญร้อยครั้งพันครั้ง ไม่เท่าให้ธรรมเป็นทาน” ขออนุโมทนาสาธุการผู้พบธรรม ผู้รู้ธรรม ผู้ปฏิบัติธรรมตามสัญญาบารมี

               
๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๒
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 30, 2011, 09:59:00 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 766


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 13, 2010, 11:31:00 AM »

"อายุบวร"
      >Cheesy สายสัญญา แม้จะเป็นของจริง  แต่ถ้าให้ฟรีเหมือนสายสัญญา-ประยุกต์  ก็เหมือนไร้คุณค่า ต้องไปหาสายสัญญาของแท้ที่วิหารใหญ่  เสียเงินเป็นหมื่นเป็นแสน ก็จะคิดว่าเป็นของแท้  ก็มีศิษย์สายสัญญาประยุกต์นั้นเดินทางไปวิหารใหญ่หลายท่านเหมือนกัน  แต่ไม่เคยเอาของจริงที่วิหารใหญ่มาเขียนเล่าให้ฟังในเว็บนี้เลย  แล้วคุณใจจะเลือกสายสัญญาแบบไหนดี      
     Sad ศิษย์สายสัญญารุ่นใหม่ที่ปฏิบัติโดยไม่คิดที่นำสายสัญญาไปหากินนั้น  ในจังหวัดเชียงใหม่เริ่มจะมีหลายคนแล้ว  ซึ่งคงจะไม่ไปเร็วกว่าสายสัญญาหนองจอกเป็นแน่  อยากจะให้คุณใจนั้นอยู่กับสายสัญญาไปนาน ๆ เพราะที่กรุงเทพฯ นั้น  ที่จะพึ่งพาอาศัยได้ น่าจะเหลือ อาจารย์เล้งคนเดียว  ซึงจะต้องให้มายกถาดใหม่เป็นครั้งที่ ๒ อีก ซึ่งถ้าใครคิดว่ายกถาดกับอาจารย์ประหยัดนั้น พลังน้อยเพราะบารมีมีน้อย ก็ไปที่วิหารใหญ่ไปหาอาจารย์สุภาพ ลูกสาวพ่อต้นฯได้เลย  ในที่สุดก็จะรู้ว่าอาจารย์ประหยัดนั้นมีบารมีน้อยหรือมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 12, 2012, 09:32:31 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: