หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ศิย์จากไชยปราการ  (อ่าน 592 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2010, 02:25:29 PM »

"อายุบวร"
 Cryวันอาทิตย์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓
    Grin เมื่อวานนี้กลุ่มไชยปราการ  โดยการนำของคุณอี๊ดร่างพระแม่อุมา  ก็ได้พาหลานสาว คุณณิชนันทน์ อะโอะกิ หลานสาว  ซึ่งได้นัดเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะบินมาจากญี่ปุ่นเพื่อมา “เปิดพระโอษฐ์”  ก็มารถตู้ของโรงเรียนเทศบาลไชยปราการ ๑๑ ท่าน  คนแรกที่เข้ามาเปิดก่อนนั้นเป็นผู้ชาย  นายคนนี้เป็นโรคแพ้ท้องไปงานไหนก็จะอ๊วก เมื่อเปิดพูดได้สองสามคำก็อ๊วก  ก็โอนบุญให้ไป ๓ ครั้ง  นำมาประจุองค์พระธรรมไป ๙ สาย นะธรรมธาตุ  ระร่วง และ องค์นะกุศล  ก็นำมาเปิดใหม่  ก็ยังอ๊วกอีก แล้วก็หายอ๊วก  พูดออกมาเป็นภาษาเทพจีน  ถามไปถามมาก็เป็น องค์นาจา  คนที่สองที่น่าสนใจ ก็เพราะว่าเปิดออกมาแล้วเป็นเด็ก พูดภาษาไม่ได้ ก็ในเมื่อถูกฆ่าตั้งแต่อยู่ในท้องก็ย่อมเป็นผีเด็กเกาะร่างมา  แต่เธอไม่ได้สารภาพว่าเป็นลูก บอกว่าเคยพาเพื่อนไปทำแท้ง  ก็ไม่เป็นไรก็ไม่ไล่อยู่แล้ว  โอนบุญให้ไปแล้วก็ต้องไปทำสังฆทาน
    Cool ทีนี้มาพูดถึงตัวเองที่อุตส่าห์จองคิวมาจาก “ญี่ปุ่น”  น่าจะเป็นผู้จ่ายค่าน้ำมันไปกลับด้วย  เปิดออกมานั้นก็พูดแบบน้อยใจร้องไห้มากกว่า  ก็รู้แล้วว่าเป็นพระนางเรือล่ม  ปู่ท่านก็พูดปลอบใจแล้วก็ประจุองค์พระธรรมให้ไป ก็ดีขึ้น  แต่เธอยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ ลูกสาวที่อยู่ประเทศญี่ปุ่นนั้น  ไม่ยอมไปโรงเรียนเพราะว่าถูกครูหรือเพื่อนก็จำไม่ค่อยได้ด่าว่าเอา  ก็เลยไปยอมไปลงเรียน  ก็จะให้แก้ไขให้ ซึ่งก็ต้องพามาหา  เธอบอกว่าจะกลับไปญี่ปุ่นไปพาลูกสาวมา  ก็ขอชื่อลูกสาวเอาไว้ใช้วิธีดับล้างไปก่อน  จะได้ผลเหมือนดับล้างให้แฟนคุณมังกรหรือไม่ก็ต้องคอยติดตามดู กะว่าเสร็จแล้วก็จะไปประชุมกับกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ ในตอนบ่าย  เพราะ ดีเจ.โอเลี้ยงบอกว่าไปให้ได้นะ แต่งานที่คนเขาจองตัวมาจากญี่ปุ่นนั้นสำคัญกว่า  กว่าจะเสร็จเพราะเปิดอีก ๓ คน ประจุองค์พระธรรมอีกรวมแล้ว ๑๑ คน เสร็จบ่ายโมง ก็ไปรับประทานอาหาร บ่ายโมงครึ่ง คุณแต้ม เจ้าทรงพาลูกศิษย์มาอีก ๗ คน  มาประจุองค์พระธรรม  ความจริงงานฟรี ๆ อย่างนี้ก็ไม่อยากทำอยู่แล้ว  แต่ก็จำเป็นต้องทำ เกือบบ่ายสี่โมง รายนี้ก็ลงบ้านไป  คุณมนู ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งก็โทรเข้ามาอีก  ก็ต้องประจุองค์พระธรรมให้อีกเป็นชั่วโมง  รวมแล้วทั้งคนที่มาเปิดก่อน ๑ คน ก็เป็น ๒๐ คน เขียนคนละ ๙ สายX ๒๐ คน ก็ ๑๘๐ สาย ถ้าคิดตามวิหารใหญ่ที่ว่า ไม่ให้ค้างคาเวรคากรรม ก็คน ๒๐๐ บาท น่าจะได้ ๔,๐๐๐.-บาท  ก็มีเฉพาะคนไชยปราการที่มีหัวหน้าเป็นร่างทรง  เขาก็ฝากเงินคือร่วมสมทบกันซื้อข้าวให้นก ๑,๔๐๐.-บาท ส่วนร่างทรงเชียงใหม่นั้นเคยตัว ฟรีตลอด ไม่ค่อยจะทำบุญกับอาจารย์เพราะมันไม่ได้หน้า ชอบทำบุญกับวัดคนมันเยอะ ได้โปรโมทตัวเอง
    มาวันนี้นึกว่าจะสบาย ช่างนาทมาตั้งแต่ ๘.๓๐ น. ซึ่งถ้าไว้รัสกินเครื่องคอมม์ก็ต้องไปหาช่างนาท ถ้าไวรัสกินคน เช่นไวรัสผี ไวรัสคุณไสย ไวรัส มาร ก็ต้องมาหาอาจารย์ประหยัด  ช่างนาทนั้นไม่ได้เป็นอะไรแต่ต้องมาเพิ่มโปรแกมใหม่อยู่ตลอดเวลา  คือเพิ่มโปรแกรม “บารมี”  เพื่อให้คนเข้ามาที่ร้าน  เสร็จจากช่างนาท ขาประจำคือคุณมนู ก็โผล่มาประอุองค์พระธรรมอีกตามเคย  พอเสร็จจากคุณมนู คุณ May ก็พาลูกน้องมาประจุองค์พระธรรมอีก  ยังไม่ทันเสร็จก็ ๑๑ โมงกว่าแล้ว  พระวัดเจ็ดยอดที่ได้โทรนัดเอาไว้ตั้งแต่วานเย็นก็โทรเข้ามา  เพราะว่าท่านมาซื้อของใส่ถาดถวายอาจารย์ประหยัดแล้วที่ตลาดหน้าบ้าน  แม้จะเป็นพระก็ได้ทำตามประเพณี  ใส่ซองมาด้วยแต่ก็กราบถวายคืนท่านไป  เพราะว่าอาจารย์ประหยัดไม่รับเงินพระอยู่แล้ว
    Embarrassed เมื่อท่านก็เล่าเรื่องที่ท่านไปถูกผีเข้ามาให้ฟัง  ก็นำท่านมาเปิดพระโอษฐ์  เนื่องจากว่าคุณเมย์และลูกศิษย์นั่งดูอยู่  พระท่านก็เกิดความลังเล ให้พูดอะไรก็ไม่พูด  ก็เอาเด็กหนุ่มที่ขับรถมาส่งท่านเปิดพระโอษฐ์  เพื่อเป็นตัวอย่าง  หน้าม้าตัวนี้พระท่านเป็นคนพามา  เมื่อเปิดออกมาก็พูดไม่ค่อยออก  เพราะว่ามีของไม่ดีอยู่ในตัว  ก็ประจุองค์พระธรรมพร้อมทั้งโอนบุญให้  ก็ออกไปยังไม่หมด  ที่ไม่หมดเพราะไม่ได้ยื่นโนติสก่อน ขนของไม่ทัน  เมื่อนำมาเปิดพระโอษฐ์รอบสองและสามก็พูดได้คล่องดีพอสมควร  คนถูกเปิดไม่เคยนึกเลยว่าจะได้เป็นเจ้าทรง  งงจนไม่รู้ว่าจะงงยังไง แม้แต่พระที่จะให้ไล่ผีก็ต้องยอมให้ประจุองค์พระธรรม  เมื่อใกล้ เที่ยง ท่านจะต้องไปฉันท์ก็เลยต้องกลับไปก่อน
     Azn เมื่อถวายเงินคืนท่านก็ให้ศีลให้พรใหญ่  ก็ดีนะที่พระท่านอุตส่าห์มาให้พรถึงที่บ้าน  กลัวอยู่ว่าถ้าผีในตัวเป็นอดีตพระเก่ามันจะแอบมาให้พรเราด้วยนะซี่  ก็ให้ทั้งพระและลูกศิษย์ไปคุยกันก่อนว่าจะเอายังไงดี ให้ไปตั้งหลักแล้วค่อยกลับมาใหม่  อาทิตย์นี้ก็ได้ประจุองค์พระธรรมให้ไป ๒ โหล ก็ได้บุญมามากพอสมควร  สาธุสัญญา บุญนี้ก็ขอแบ่งปันให้กับองค์ต้นบรมครูสายสัญญาไปด้วยตามสัญญา
    Lips Sealed พอพระกับลูกศิษย์กลับไป  ก็โผล่มาอีกคนหนึ่งเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์หล้า  ก็มาประจุองค์พระธรรม และก็สนทนาถึงปัญหาเล็ก ๆ น้อย นานกว่า ๑ ชั่วโมง  รายนี้เปิดพระโอษฐ์ไม่กี่เดือน แล้วก็มาประจุองค์พระธรรมสามสี่ครั้งก็ได้เปิดสำนักไปแล้ว  ก็ขอร้องว่าอย่าไปเรียกเงินซ้ำเติมผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากมาให้ช่วยเหลือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2010, 10:58:25 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
dhevasatan
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2



« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 01:22:51 AM »

ขอบคุณอาจารย์มากๆ เพิ่งรู้จริงๆ ว่า ผีไม่กลัวผ้าเหลืองของพระนะเนี้ย แต่กลัวองค์พระธรรมกับพลังเทพของสายสัญญา
บันทึกการเข้า

ศิษย์ใหม่สายสัญญา
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2010, 09:17:06 AM »

"อายุบวร"
 Grin ทำไมคุณณิชนันท์ ผู้ซึ่งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นจึงกล้าลงทุนเสียเงินค่าเครื่องบินไป-กลับ  จากญี่ปุ่นมาถึงเชียงใหม่  เพื่อมา “เปิดพระโอษฐ์” กับอาจารย์ประหยัด  มันก็น่าจะเหมือนกับคุณผู้หญิงมากกว่า ๕๐ ท่านที่มาเปิดพระโอษฐ์แล้ว  องค์บารมี คือ พระนางสุนันทา กุมารีรัตน์  ซึ่งสิบกว่าปีที่เปิดเจอกับพระนางเรือล่มนี้ทำให้ปีนี้เมื่อไปลานพระบรมรูปทรงม้า  จึงไม่ได้เจอกับร่างของพระนางเรือล่มเลยสักคน  น่าจะเป็นเพราะว่าฌานของพระนางเรือล่มที่ได้แบ่งกันลงมาตามหาพระพุทธเจ้าหลวงนั้น  ได้เจอกับพระองค์ท่านแล้ว และก็คงเหลืออีกไม่มากที่จะต้องมาให้เปิดพระโอษฐ์  มีร่างทรงกี่คนที่เปิดเจอพระนางเรือล่มได้ถึงเพียงแค่ ๕ องค์เท่านั้นก็ถือว่ามีบารมีสูงแล้ว
 Cry   วิญญาณของพระนางเรือล่มนั้น  ไม่สามารถที่จะเจอกับพระพุทธเจ้าหลวงได้  เพราะว่าพระองค์ท่านนั้นที่ได้หายไปจากเมืองมนุษย์เกือบ ๑๐๐ ปี  ได้ไปบำเพ็ญฌานจนได้ขึ้นไปประทับอยู่พรหมชั้น ๑๕ ซึ่งผู้ที่ได้ตายไปแล้วก็อยู่ได้เพียงแค่สวรรค์ ๖ ชั้นเท่านั้น  เมื่อครบ ๑๐๐ ปี สวรรคตของพระองค์ท่าน วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ นั้นพระองค์ท่านก็ได้แสดงฤทธิ์ให้เห็นโดยให้เลขท้ายรางวัลที่ ๑ ออกหมายเลข ๑๐๐ ซึ่งแม่ค้าในตลาดยางเนิ้ง หน้าบ้าน อาจารย์ประหยัด เขาบอกว่าที่ไม่ถูกก็คือเสาไฟฟ้ากับหมาเท่านั้นแหละ  คนที่มายืม คู่สร้าง-คู่สม เล่มที่ โหร.คมช. ทำนายว่าจะเกิด “สีนามิ” นั้น ก็มีเรื่องของพระพุทธเจ้าหลวงพอดี ไปอ่าน แล้วก็แทงเลข ๑๐๐ จำนวน ๑๐๐.-บาท และเลข ๐๐ อีก ก็ได้มาประมาณ ๖๐,๐๐๐.-บาท  มาวันนี้ใครแทง ๕๕ จ่ายครึ่งเดียว หรือ ๕๒๕ ก็ว่ายครึ่งเดียว แต่ถ้าแทง ๕๒ จ่ายเต็ม
 Cry   มันก็น่าแปลกที่ว่าทำไมคนที่มีองค์พระบารมีเป็นพระนางเรือล่ม  จึงได้มาเปิดพระโอษฐ์กับอาจารย์ประหยัดมากมาย  แต่ละคนที่ได้มานั้นเมื่อเปิดพระโอษฐ์แล้ว  องค์บารมีของอาจารย์ประหยัด จะต้องเทศนาสั่งสอนองค์พระนางเรือล่ม จนให้หายข้องใจ จึงจะกลับไป  แล้วก็จะไม่ค่อยกลับมาหาอีก  ส่วนมากแล้วฌานจะกลับมาพูดด้วยในขณะที่เปิดองค์  โดยจะแทรกลงมาก่อน เมื่อถอยออกองค์บารมีจึงจะเข้ามาได้  อาจารย์ประหยัดนั้นเจอกับพระนางเรือล่มอยู่บ่อย ๆ
  วันนี้เช้า ๘.๓๐ คุณมนู ซึ่งเปลี่ยนเวลาประจุองค์พระธรรมแล้ว  หลังจากไม่มาเขียน ๒ อาทิตย์ อาการก็กำเริบ จนทนปวดไม่ไหวก็เลยต้องมาอีก  ซึ่งมันก็น่าแปลกที่ว่า คนยกถาดมาแล้ว ๗ ปี น่าจะเขียนเองได้  ซึ่งดูเอาตัวอย่างศิษย์สายสัญญารุ่นใหม่ เพียงแค่ปีเศษ ๆ ก็พากันเป็นอาจารย์กันหมดแล้ว  ที่เป็นแล้วเจ้งไปก็มีมากแล้ว มันเหมือนกับการลงทะเบียนสมัครเป็น ๗ Eleven ก็จะมีสินค้าส่งให้ขายตลอดเวลา แล้วถ้าคิดว่าตัวเองรู้หมดแล้วก็ยกเลิกการเป็นสมาชิก ก็น่าจะไม่มีใครส่งสินค้าให้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2010, 09:25:32 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2010, 10:17:16 AM »

"อายุบวร"
    เมื่อวันอาทิตย์  คนสุดท้ายที่เข้ามาหานั้น  เพิ่งจะยกถาดได้ไม่เกิน ๒ เดือน  องค์บารมีเป็นองค์พ่อพระศิวะ  เมื่อประจุองค์พระธรรมเสร็จแล้ว  ก็ได้นั่งคุยถามปัญหาหลาย ๆ อย่าง  ก็ได้สอนไปว่า อยากจะให้ตำหนักอยู่ได้นาน ๆ ละก้อ อย่าไปเรียกร้องเอาเงินจากลูกศิษย์นะ  ซึ่งเขาก็เปิดตำหนักเป็นทางการมาตั้งอาทิตย์แล้ว  เปิดพระโอษฐ์กับ อ.หล้า สำนักแถว ๆ ม.แม่โจ้
    มันก็น่าแปลกที่ว่า เปิดพระโอษฐ์ได้ประมาณ ๓ เดือนเท่านั้น ก็ตั้งสำนัก เป็นอาจารย์โปรดญาติแล้ว  ไม่เหมือนกับศิษย์สำนัก นายเล็ก...หนองไน ที่มีลูกศิษย์มายกถาดกับอาจารย์ประหยัดนับร้อยคน  แต่ปรากฎว่าไม่มีข่าวได้ยินไปถึงหูเลยว่าพากันไปตั้งสำนักหรือยัง ? แต่มีข่าวว่าแม้แต่ตัวอาจารย์ เล็ก...หนองไน เองยังจะเจ้งอยู่แล้ว  ส่วนข่าวจาก สำนักธนากร นั้น เจ้งอยู่แล้ว  แต่เมื่อมีเว็บหลงเข้าไปก็เสียเงินฟรี ๆ เท่านั้น  ก็ยังมีคนหลงเข้าไปอยู่เหมือนกัน กระจอกข่าวแจ้งมาให้ทราบ
บันทึกการเข้า
urairat vijarana
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2010, 07:17:52 PM »

อยากเข้าไปยกถาดบ้างเผื่อชีวิตจะดีเหมือนแต่ก่อน ถ้าดีขึ้นหรือสามารถช่วยใครได้ก็จะทำเต็มที่ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรคะ โปรดกรุณาแนะนำด้วย จักเป็นพระคุณอย่างสูง อยู่ที่กรุงเทพช่วยแนะด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
urairat vijarana
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2010, 07:19:18 PM »

โปรดแนะด้วยคะ
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2010, 11:13:30 AM »

"อายุบวร"
 Tongue ตอนนี้ยังแนะนำเกี่ยวกับบรรดาอาจารย์ในกรุงเทพฯ ไม่ได้  เพราะว่าแต่ละอาจารย์นั้นเวลานี้ก็กลายเป็นอาจารย์ประเภทหากินไปเป็นส่วนมาก  ที่เหลือก็มีแต่อาจารย์โหน่งเท่านั้น แต่ไม่ค่อยจะเปิดเบอร์โทรให้ใครโทรเข้าไปหา  ส่วนอาจารย์เล้งนั้นก็ "เพี้ยน" เอาเบอร์มาลงไว้ในเว็บ พอมีคนโทรไปติดต่อก็ปิดเบอร์เสีย ยังไม่พอก็มาต่อว่าอาจารย์ประหยัดเสียอีก  หาว่าจะทำให้เขาดัง คือกลัวว่าดังแล้วจะมีคนไปหามากหรือดังแล้วก็จะมีศรัตรูมาก  ก็จำเป็นต้องลบเบอร์โทรอาจารย์เล้งออก  ปล่้อยให้ท่านไปหาโปรดญาติเอาเอง
 Smiley ก็ต้องให้อ่านศึกษาในเว็บนี้ไปก่อน  ซึ่งถ้ารู้เสียก่อนว่าอาจารย์สายสัญญานั้นเป็นยังไง น่าจะปลอดภัยกว่า  เพราะว่าประสบการณ์กว่า ๑๐ ปีที่นำมาสอนบรรดาคนทั้งหลายให้ฉลาดนั้น  ก็สร้างศัตรูเอาไว้มาก  ไปตัดทางทำมาหากินของพวกเขา  แต่ก็ไม่เป็นไร พวกที่หลอกลวงต้มตุ๋นคนนั้น พวกคนประเภทนี้ใจมันไม่ถึงหรอก พวกเขาเก่งกับพวกคนโง่เท่านั้นแหละ รวมทั้งอาจารย์ประหยัดก็เคยโง่มาก่อน  เวลานี้ก็ได้แก้แค้นพวกฉลาดที่ต้มเรามาแล้วมากมาย แม้แต่อาจารย์สายสัญญายังต้องเกรง "บารมี" อาจารย์ประหยัด
  Cool สำหรับคนที่เรียกว่าไม่รู้อะไร ก็เป็นกรรมของเขา  เวลานี้ก็มีเยอะแยะที่ยังไปหาอาจารย์สายสัญญาประเภท หลอกเอาเงิน เสียเงินกันเป็นหมื่น รายสุดท้ายที่เสียไปหมื่นเก้าพัน โทรไปปรึกษา ก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงในเมื่อเสียให้เขาไปแล้่ว
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: