หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถามเรื่องการดับล้าง  (อ่าน 527 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2010, 02:42:10 PM »

 กราบสวัสดีท่านอาจารย์ ประหยัด และ ผู้รู้ทั้งหลายค่ะ ชื่อจอยค่ะ อยู่เมริกาค่ะ พอดีส่วนตัวมีความสนใจในการปฏิบัติหาหนทางหลุดพ้นอยู่แล้ว พอดีได้รู้จักกับคุณหมอท่านหนึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านและมีความสนิทสนมกันดีเนื่องด้วยแถวที่อยู่นี้ก็ไม่มีคนไทยอยู่มากเท่าไหร่ และคุณหมอกับสามีก็เป็นคนดีมีน้ำใจมากด้วย ได้ยินเรื่องราว สายสัญญาบารมีจากคุณหมอเล่าให้ฟังมานานกว่าสามปีแล้วแต่ไม่ได้ใส่ใจเลยค่ะ
 Grin แต่เมื่อหลายวันมานี้ก็ไม่ทราบว่าทำไมอยู่ๆก็เกิดสนใจขึ้นมาเฉยๆ ก็เข้ามาหาในอินเตอร์เน็ทและได้เจอข้อมูลจากหลายๆเวป และก็ได้ปรึกษากับคุณหมอว่าสนใจจะลองปฏิบัติดูบ้างคุณหมอท่านปฏิบัติมานานกว่าสิบสี่ปีแล้ว ท่านก็บอกว่าได้โทรกับไปเมืองไทยถามอาจารย์ของท่านอีกทีว่าจะรับจอยเป็นศิษย์ได้หรือไม่ อาจารย์ท่านก็บอกว่าได้ ก็เลยจัดพานไหว้ครูโดยสามีคุณหมอเป็นอาจารย์รับจอยเป็นศิษย์
  ขณะที่อาจารย์กำลังลงองค์ธรรมให้อยู่นั้น จอยก็หลับตาและกำหนดตามลมหายใจเข้าออกของตัวเองอยู่ ก็ไม่ทราบว่าจะเรียกอะไร เห็นที่ใต้หนังตาว่ามีพญานาคขนาดใหญ่พันอยุ่ที่เสารูปร่างคล้ายเสาหลักเมืองลอยอยู่บนเมฆ มีเมฆก้อนขาวๆลอยอยู่ข้างๆสวยงามมากพอเราเพ่งมองภาพนั้นก็หายไป ก็คิดเอาเองว่าอาจเป็นสิ่งศักสิทธิ์ทำให้เห็นเราจะได้มีกำลังใจในการปฏิบัติยิ่งๆขึ้นไป
   หากได้มีโอกาศกลับไปเมืองไทยจะพยามเข้าไปกราบอาจารย์ประหยัดให้ได้น่ะค่ะ แต่วันนี้ได้อ่านในเวปนี้แล้วมีคำถามค่ะ คุณหมอกับสามี ท่านบอกว่าในบทดับล้างนั้นเราจะหยุดทำเสียที่ตรงไหนก็ได้ เราก็ทำสัญลักษณ์ไว้วันหลังเราก็มาทำต่อได้เลย แต่ที่จอยดูในเวปนี้เห็นมีคุณเมย์เขียนตอบท่านสมาชิกว่าต้องทำให้จบเป็นบทๆไป ที่ถูกที่ควรจริงๆคืออะไรค่ะ และคำแปลจะหาได้ที่ไหนค่ะ เพราะทีจอยมีไม่มีคำแปลเลยค่ะ กราบขอบคุณท่านอาจารย์และสมาชิกทุกๆท่านค่ะ
              
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 19, 2010, 04:02:29 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2010, 03:54:13 PM »

 Grin อายุบวร
 Cry สำหรับบทดับล้างของสายสัญญานั้น บางบทก็สั้นบางบทก็ยาวมาก  ซึ่งเมื่อเราดับล้างบทสั้น ๆ ก็ดับล้างให้จบเสียเลย  แต่ถ้ายาวอย่างบทแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์  ถ้าดับล้างใหม่ ๆ จะให้จบเลยก็คงจะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง  ก็ดับล้างไป ๑ หน้าแล้วก็หยุด พอรุ่งขึ้นอีกวันก็มาดับล้างต่อ จนกว่าจะหมด
  ก็ไม่ทราบว่าอาจารย์ของคุณหมอ ในประเทศไทยนั้นมีชื่อว่าอะไร ?  เพราะการยกถาดกับ อาจารย์ที่พระบารมีไม่ได้รับรองนั้น ก็จะไม่ได้อะไรเลย  ซึ่งถ้าได้อ่านเว็บของสายสัญญาหลาย ๆ เว็บ แล้ว ถ้ารู้ก็จะรู้ว่าบรรดาเจ้าของเว็บเหล่านั้นเคยเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์ประหยัด พวกเขานั้นก็ตั้งตนเป็นอาจารย์เอง  เมื่อใครไปยกถาดกับพวกเขาแล้ว  ในที่สุดก็ต้องกลับมายกถาดกับอาจารย์ประหยัดอีกครั้งหนึ่ง
    Embarrassed การปฏิบัติเพื่อจะได้เป็นอาจารย์สายสัญญานั้นไม่ยาก  คือดับล้างและประจุองค์พระธรรมทุกวัน  เมื่อถึงเวลาที่จะโปรดญาติได้นั้น  ก็ถามองค์พระบารมีของเรา  เมื่อปฏิบัติได้ปีหรือสองปี ถ้าเป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของสายสัญญา ก็จะมีบารมีมารับรอง  และสามารถยกถาดให้ใครก็ได้  มีอาจารย์ของอาจารย์ประหยัดนั้น  เมื่อยกถาดให้กับอาจารย์ประหยัดแล้ว สองสามเดือนแรกก็ได้ผล  แต่มาตอนหลังยกถาดให้ใครแล้วก็ไม่ได้ผล  เพราะว่าอาจารย์เรียกร้องให้ทำสังฆทานมากเกินไป ในที่สุดเมื่อพระบารมีไม่เห็นชอบท่านก็ปลดเสีย  โดยสังขารของอาจารย์ไม่รู้ตัว  ก็ตั้งตนเป็นอาจารย์อยู่เหมือนเดิม  แต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือไม่มีลูกศิษย์เข้าหา
    >Cheesy ความสำคัญของสายสัญญานั้นก็คือการประจุองค์พระธรรม  หากยกถาดแล้วยังไม่จำเป็นต้องดับล้าง เพราะว่ายังไม่ได้รักษาให้ใครหรือปราบผี ปราบมารให้ใคร  เมื่อลงองค์พระธรรมให้กับตนเองจนชำนาญดีแล้ว ก็ค่อย ๆ มาเริ่มต้นดับล้าง  หรือลูกศิษย์ใดที่มีความสามารถ พร้อมปฏิบัติ ก็ทำควบคู่กันไปได้เลย
บันทึกการเข้า
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 03:25:21 AM »

   Cheesy กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ อาจารย์ของพี่หมอและสามีที่เมืองไทยชื่อ นอ. เสกสรรค์ นิวาศานนท์  หรือชื่อเล่นว่า อาจารย์ ไฝ ค่ะ แต่จอยไม่เคยได้คุยหรือรู้จักเป็นการส่วนตัวเลยค่ะ ไม่ทราบว่าอาจารย์พอรู้จักไหมค่ะ และขอบพระคุณสำหรับการสั่งสอนและแนะนำค่ะ เพราะก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกันว่า ส่วนสำคัญในการปฏิบัตินั้นคือการลงองค์พระธรรม เพราะจอยกลับมาเน้นที่การดับล้าง คิดว่าเป็นการดับล้างสิ่งที่ไม่ดีในตัวเราออก ขณะนี้ก็แค่ฝึกการเขียนองค์พระธรรมเพราะการเขียนให้ตัวเองนั้นต้องกลับอีกท่าของการเขียนใส่กระดาษ ( ยากค่ะ ) ตอนนี้ก็แค่เขียนได้แค่องค์เดียวคือองค์ นะกุศล การตั้งใจปฏิบัติก็ขอให้เห็นช่องทางแห่งแสงสว่างส่องนำทางการหลุดพ้น ไม่อาจเอื้อมถึงขนาดจะมีความสามารถอะไรไปเป็นระดับอาจารย์ แค่ได้มีโอกาสได้มีบุญบารมีเจอะเจอกับอาจารย์ที่เป็นของจริงมิได้กล่าวอ้าง เอาเอง ก็ถือว่าเป็นบุญของชีวิตแล้วค่ะ ก็ไม่ทราบว่าตัวเองจะได้มีบุญกลับไปบ้านเกิดเมื่อไหร่หากได้ไป ตั้งใจแน่วแน่ค่ะ ว่าต้องไปพบกับอาจารยืให้ได้แน่ๆ ที่จริงจอยได้อ่านเล่นๆในเน็ทและเจอชื่ออาจารย์มานานเป็นปีแล้วค่ะตั้งแต่ไม่ใช่เวปนี้เลยค่ะ หากจำไม่ผิดก็ได้เจอเมื่ตอนติดตามเวปเสื้อแดงในเมกานี่ล่ะค่ะ มีสมาชิกบางท่านโพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมการตีหลักปักธรรม อะไรสักอย่าง จอยก็เสริชตามๆเข้าไปจนได้เจอเวปสายสัญญา ก็ยังไม่สนใจในตอนนั้น แค่รู้ว่าอ้อที่พี่หมอที่เรารู้จักเขาปฏิบัตินี้ มีคนถือปฏิบัติกันมากที่เมืองไทยเท่านั้น ไม่ทราบว่าอาจารย์จะมาเมกาบ้างไหมค่ะ หากมาจอยก็อยากขอเชิญนะค่ะ เรื่องที่พัก หรือการเดินทาง จอยดูแลให้ได้ค่ะ ท้ายสุดขออนุโมทนากับการเผยแพร่กับญาติโยมน่ะค่ะ

                                   
บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2010, 11:33:20 AM »

"อายุบวร"
 Grin เรียนคุณ Bussarakam
 Smiley อาจารย์สายสัญญาสายทหารนั้นก็มีมากมายหลายท่าน  แต่ยังไม่เคอยเจอ เสียดายที่ไม่ได้เคยรู้จักอาจารย์ไฝเลย การฝึกเขียนองค์พระธรรมใส่ตัวนั้นจะว่ายากก็ไม่ยาก  ให้เขียนใส่กระดาษขาว แล้วเอาทาบไว้ที่หน้าอก  ยืนอยู่หน้ากระจกแล้วก็เขียนตาม อาจจะไม่ถึงชั่วโมงก็จะเขียนได้  เมื่อชำนาญแล้วก็ให้เขียนองค์พระร่วง แต่ควรจะปกด้วย "องค์นะกุศล" ก็พยายามฝึกเขียนไปก่อน แล้วอย่าลืมก่อนที่จะเขียนองค์พระธรรม ให้ยกมือขึ้นข้างหนึ่งแล้วกล่าวว่า "สายสัญญา สาย นะ มะ ทะ นะ  ทินะ ทินะ พะนะมะ มินะ สายพัดจุฬียะ อุดถัง ๆ นาคราช นะ นะ นะ นะ โสด พัดจุฬี สายปั่นกาย สายเหล็กไหลลิงค์ สิทพะเนิน สัญญา" (สูดหายใจเข้า)
    แม้จะยกถาดกับอาจารย์ที่พระบารมีไม่รับรอง  ถ้าเราตั้งใจปฏิบัติด้วยความจริงใจ  ในที่สุดหากเราเป็นญาติสายสัญญามาตั้งแต่อดีตชาติ  พ่อต้นฯ ท่านก็จะรับรองเราเอง  ซึ่งไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ  เพราะว่าอาจารย์ประหยัดนั้นเสียค่าทำสังฆทานไปฟรี ๆ แล้วเป็นแสน  แต่ไม่ได้อะไรเลย  ในที่สุดก็ไม่รู้ว่าไปมายังไงจึงได้มาเป็น อาจารย์สายสัญญา-ประยุกต์  ก็ไม่ทราบว่าพระบารมีท่านรับรองเมื่อใด  ทั้งที่ชอบพูดความจริง เอาอาจารย์ที่หากินมาจ๊วกทางเว็บ แต่พ่อต้นฯ ท่านก็ไม่ว่าอะไร ? ก็รับเป็นศิษย์สายสัญญา  ซึ่งดีกว่าที่บรรดาอาจารย์สายมนุษย์ตั้งเราเป็นอาจารย์เสียอีก
    ก็ขอขอบคุณสำหรับความกรุณาที่จะให้ที่พักหากเดินทางไปสหรัฐ  แต่คงจะไม่ไปแล้ว  เพราะว่าเคยไปสหรัฐด้วยทัวร์ ๒๑ วัน จนคิดถึงบ้าน  ถ้าจะไปก็คงจะไป ญี่ปุ่น รอบที่ ๓ ใกล้กว่า แค่ ๕ ช.ม.ก็ถึงแล้ว
บันทึกการเข้า
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2010, 02:18:48 PM »

กราบสวัสดีท่านอาจารย์ประหยัด
                 และแล้วก็ได้รับการเมตตาสั่งสอนและให้ความรู้จากท่านอาจารย์อีก จอยขอฝากตัวเป็นศิษย์น่ะค่ะ วันนี้ยังไม่มีบุญได้กลับไปเมืองไทย ไปกราบอาจารย์ได้ด้วยตัวเองก็ขอนั่งกราบฝากตัวเป็นศิษย์อยู่ที่เมกานี้ก่อน จอยก็คิดแบบที่อาจารย์พูดแหละค่ะว่า เรายกขันให้อาจารย์ที่นี่ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอาจารย์คนนี้นั้นพระบารมีรับรองท่านหรือไม่แต่อย่างน้อยท่านก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เงินใส่ซองไหว้ครูท่านรับไหว้จากเราแล้วท่านก็ฝากเราให้นำไปถวายที่วัดทำบุญ หลังจากจอยยกพานแล้วก็กลับมาปฏิบัติทุกวัน ยกเว้นอย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำคือลงองค์พระธรรมเพราะยังเขียนไม่คล่อง ในขณะที่ปฏิบัติจอยก็จะระลึกถึงองค์พ่อต้นว่าลูกตั้งใจปฏิบัติขอให้องค์พ่อต้นช่วยประตับประคองให้รู้ให้เห็นจริงตามคำสั่งสอนของพ่อต้นเพราะลูกตั้งใจเพื่อหาช่องทางการหลุดพ้นทุกข์จากวัฏสงสาร
     ที่อาจารย์ชวบจ้วก ในเน็ทนั้น จอยได้อ่านเยอะมากๆที่อาจารย์ได้โพสต์จ้วกหลายๆคน และศิษย์เนรคุณเหล่านั้นด้วย ขอบอกว่าชอบมาก วาทะของอาจารย์นั้นเสยหมัดตรงๆได้ใจจริงๆค่ะ
     หากอาจารย์เมตตารับจอยเป็นศิษย์ จอยจะขอโทรเข้ามากราบอาจารย์ได้หรือเปล่าค่ะ และหากได้ ไม่ทราบว่าต้องโทรที่เบอร์อะไร และเวลาไหนค่ะ
 Grin     เรื่องมาเมกานั้นหากอาจารย์มากับพวกทัวร์ก็เหนื่อยเป็นธรรมดาค่ะ แต่หากมาเองจะแตกต่างกันมากเพราะเราไม่ต้องวิ่งตามคณะทัวร์ จอยอยู่รัฐเพลซิลเวเนีย ( ฟิลาเดลเฟีย ) ซึ่งอยู่ใกล้นิวยอร์ค นิวเจอร์ซี่ แมรี่แลนด์ วอชิงตันดีซี อาจารย์สามารถมาพักที่บ้านได้หากไม่รังเกียจว่าบ้านไม่สะอาดนัก ( หมาของจอยตัวใหญ่มาก ) ที่บ้านยังมีห้องว่างอีกสามห้องค่ะ จะเป็นบุญกับจอยมากหากอาจารย์มาเหยียบที่บ้าน 
ท้ายสุดนี้ ก็ขอกราบอีกครั้งสำหรับความเมตตาของอาจารย์ค่ะ      
บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2010, 09:18:13 AM »

"อายุบวร"
 Grin เรียนคุณจอย
     ตามปกตินั้นในการยกถาดเข้ามาเป็นศิษย์สายสัญญานั้น  อาจารย์ก็จะสอนวิธีการประจุองค์พระธรรมให้ก่อน  โดยครั้งแรกเมื่อเข้ามานั้น  เขาจะให้เราไปหาสมุดพกมาแล้วก็จะจดองค์พระธรรมให้  ซึ่งถ้าเป็นอาจารย์ประหยัด นั้นก็จะมีองค์พระธรรมให้เป็นเล่ม มีอยู่ไม่เกิน ๑๙ องค์  แต่จะมีให้ใน VCD อีก ประมาณ ๓๐๐ องค์  ส่วนบทดับล้างนั้นจะให้ไป ๒-๓ บท แต่ก็มีอยู่ใน VCD อีกประมณเกือบ ๓๐๐ หน้า
     ในการที่ให้ประจุองค์พระธรรมก่อนนั้น  ถ้าเป็นสายญาติของสายสัญญาแล้ว  ประจุไปได้ประมาณ ๑-๓ เดือนแล้ว  หากว่าอาจารย์ที่ยกถาดให้เรานั้นเป็นอาจารย์ที่ได้รับฉันทานุมัติจากพ่อต้นฯ  เมื่อไปเจอคนที่ผีเข้า ถ้าเข้าไปเขียนองค์พระธรรมลงที่ศีรษะเขานั้นก็จะเกิดอาการ ดิ้นทุรนทุราย บางรายก็จะร้องลั่น  แต่ถ้าเขียนแล้วผีไม่กลัวเรา ก็แสดงว่าที่ประจุเอาไว้นั้นเป็นโมฆะ คือรับมาไม่ถูกต้อง  ซึ่งถ้าเป็นการดับล้างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะพิสูจน์ได้ยังไง
    Huh? ในการพิสูจน์การดับล้างนั้น มาใช้เมื่อมีบารมีมากแล้ว  โดยที่น้องสาวมาขอให้ช่วยพระโต้ง ซึ่งถูกของ ก็ใช้บทดับล้าง "อวิชชา" ดับล้างให้  คุณไสยก็ออกไป  แต่"พระ"องค์นี้จบสแตนฟอร์ต เกียรตินิยม ไม่ค่อยเชื่ออะไรมากนัก ปากก็พูดว่าเชื่อแต่ก็ไม่ทำตามที่เราบอก  จะประจุองค์พระธรรมให้ก็ไม่รับ ก็ไม่เป็นไร บอกน้องสาวว่า แก้ให้หลายครั้งแล้ว ต่อไปก็ให้พระโต้งไปขอพ่อของแกช่วย คือ "พระพุึทธเจ้า" สวดมนต์ไป สวดไปจนตายของเหล่านี้มันก็ไม่ออก เพราะคำว่า "สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม" คือทางสายพุทธเขาให้รับกรรมไปจนหมด หากไม่หมดก็จะยังเข้านิพพานไม่ได้
     ถ้าจะโทรไปคุยด้วยก็ต้องโทรเข้าเบอร์บ้าน  โทรเข้ามือถือนั้นไม่ได้ เพราะจะโทรเข้าได้เฉพาะเบอร์ที่ Mem เอาไว้เท่านั้นเอง  แต่ก่อนเคยรับทุกสาย แต่ละคนนั้นพูดเป็นชั่วโมง ก็ไม่ต้องทำงานอะไร คอยแต่จะตอบปัญญาหาให้เท่านั้น  ทางคนอ่านเว็บหน้าหนึ่งก็โทรไปถามแล้วว่า อาจารย์ดูหมอเหรอ ซึ่งหากจะหากินด้วยการดูหมอนั้น ก็รับรองว่าแม่นกว่าหมอดูเสียอีก  เวลานี้ในวันธรรมดาก็เลิกโปรดญาติแล้ว มา "เล่นหุ้น" สนุกกว่า ไม่ได้บุญ แต่ได้เงิน ก็จะมาโปรดญาติในวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น  ในการปฏิบัติสายสัญญานั้น เขาให้เราปฏิบัติเพื่อช่วยตนเองให้หลุดพ้น ส่วนการที่จะไปช่วยเหลือคนอื่น หรือไปโปรดญาตินั้นเป็นผลพลอยได้  จากการที่ปฏิบัติตนจนถึงระดับหนึ่ง หากไม่ถึงคิดว่าถึงก็จะหลุดจากวงจรสายสัญญาไป  โดยเฉพาะศิษย์ที่คิดว่าตัวเองนั้นเก่งกว่าอาจารย์ ดูเฉพาะภายนอก แต่ไม่มีตาในเห็น ซึ่งถ้ามีตาในเห็นก็จะไม่กล้า วัดรอยเท้า อาจารย์ประหยัด หรอก
    Cool บางคนคิดเอาเอง อย่างโหร คมช.ที่เคยหลอกให้ พล.อ.สนธิ เชื่อว่าตนเองนั้นเป็นทหารเอกของพระเจ้าตากสิน แล้วก็ปฏิวัติไปเมื่อ ๑๙ ก.ย. ๔๙  คิดเอาว่ามีฤาษีเกวรินมาบอก น่าจะเป็นฤาษีที่ตนเองคิดขึ้นมา แต่ความจริงนั้นเป็นวิญญาณแถนบัลลังก์ทองมากกว่า  จนกล้าฟันธงว่าก่อนวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ นี้จะเกิด "สีนามิ" ที่เดิม "ฟันธง" ก็คงจะเกิดอยู่หรอก  แต่ต้องรอให้โหร วารินทร์ บัววิรัตเลิศ นั้นจมอเวจีสูญไปแล้ว ตามสัญญา ซึ่งถ้ามีโอกาศไปถามควายมันก็จะบอกว่าไม่เชื่อ แต่ที่เชื่อนั้นก็คือ "คู่สร้าง-คู่สม" จึงได้เอามาลงเขียนเป็นเรื่องราวเอาไว้ในหนังสือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 22, 2010, 10:51:18 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: