"อายุบวร"

จริง ๆ แล้ว หัวข้อเรื่องน่าจะเป็น "ไม่เชื่ออย่าไปช่วย"
:

:

ประมาณ ๕ ปีผ่านมา ได้มีโอกาสลงมากรุงเทพ กับน้องสาว และ พระสรยุทธ์ (พระโต้ง) รักษาการเจ้าอาวาสวัดดอยผาส้ม ต.เสมิง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ก็ได้ไปที่ร้านคุณพ่อของพระโต้ง เป็นร้านขายเหล็ก อยู่ที่หน้าสถานีหัวลำโพง ที่ไปนั้นเพราะว่าน้องสาวขอให้ไป เพื่อไปตีหลักขายที่ดินให้กับบิดาของพระโต้ง ทั้งๆ ที่รู้ว่าตีไปแล้วก็ไม่ได้ขาย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมจึงตีแล้วไม่ได้ขาย ซึ่งเรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับผีบรรพบุรุษและผลศีลผลทานของ คุณพ่อ-แม่ พระโต้งด้วย
คุณพ่อของพระโต้งก็พาไปตีหลักขายที่ดิน ๔ แปลง ก็ไปงั้น ๆ เองแหละ เอาใจน้องสาวซึ่งเป็นโยมอุปถากของพระโต้ง ในตอนเย็นหลังจากไปตีหลักมาแล้ว ก็มาที่ร้านหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ก็เข้าไปห้องทำงานของคุณพ่อพระโต้ง ให้คุณแม่ของพระโต้งมานั่งเก้าอี้แล้วก็ “เปิดพระโอษฐ์” ให้ ที่ลงมาประทับร่างนั้นไม่ใช่องค์บารมี แต่เป็นวิญญาณของบรรพบุรุษของคุณแม่พระโต้ง คนแรกที่ลงมานั้นเป็นเจ๊กแก่ ผู้หญิง ซึ่งเต็มไปด้วยความหิวโหย มาร้องไห้คร่ำครวญถึงความทุกข์ยากอดอยาก โดยการใช้มือของคุณแม่พระโต้งชี้ที่ท้อง ก็ถามว่าหิวไช่ไหม ซึ่งอาม้า ก็ผงกหัว คุณพ่อของพระโต้ง และพระโต้งก็นั่งดูคุณแม่ของท่านทรงผีอยู่ พระโต้งก็โอนบุญให้ผีไป ซึ่งสักครู่หนึ่งดูอาม้าแกมีความสุขมาก แสดงท่าทางออกมาว่าท้องอิ่ม แล้วก็ถอยออกไป
เมื่ออาม้าถอยแล้วก็มีอากงเข้ามาอีก รู้สึกว่าตระกูลคุณแม่ของพระโต้งนี้เป็น ผีหิว แต่ไม่ใช่เสือหิวนะ อาแป๊ะแกก็มาคร่ำครวญด้วยความหิวกระหาย อดอยากปากแห้งมานาน พระโต้งแกก็โอนบุญให้ไปตามวิธีการของพระ เมื่ออาแป๊ะแกอิ่มแล้วก็ถอยไป แล้วก็มี อาซิ้ม อาแป๊ะ มาอีกหลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านนั้นเป็นเสือหิวทั้งนั้น จนพระโต้งแกคิดยังไงก็ไม่รู้ หรือคิดว่าคุณแม่ของแกแสร้งเล่นละครให้ดู ทั้งคุณพ่อและคุณลูกก็นั่งดูคุณเมียและคุณแม่ ทำกิริยาท่าทางแบบไม่ค่อยเชื่อหรือไม่เชื่อ นี่ถ้าไม่ใช่คุณแม่ของแก สามีและพระโต้งมันก็คงไม่เชื่อ พระโต้งก็ตัดความรำคาญที่แม่ของตัวเล่นละคร ก็บอกให้พวกวิญญาณที่เป็นโคตรตระกูลไปว่า พรุ่งนี้ให้พากันมาทั้งหมด จะได้ทำบุญทำทานไปให้
วันรุ่งขึ้นก็มีการทำบุญทำทานให้กับวิญญาณโคตรตระกูลของทางคุณแม่พระโต้ง ก็มีญาติโยมมาเต็มบ้าน เมื่อทำบุญเสร็จก็ได้เชิญวิญญาณโคตรตระกูลมาลง พวกเขาก็พากันมาลงเพื่อมาขอบอกขอบใจที่ทำบุญไปให้ ซึ่งก็ไม่ทราบถึงความงี่เง่าปัญญาอ่อนของ นักศึกษาที่จบจาก สแตนฟอร์ด ปริญญาโท มีจิตใจเป็นยังไง พระโต้งแกก็ไล่พวกผีต้นตระกูลของแกกลับไป
หลังจากนั้นเมื่อกลับไปเชียงใหม่ไปอยู่ที่วัด พระโต้งแกก็ถูกคุณไสยอยู่บ่อย ๆ น้องสาวก็มาขอแก้ไข้ทุกครั้ง บางรายปล่อยมาแรงมาก ในขณะที่บิณทะบาติอยู่นั้น เมื่อของกระแทกมาแรง พระโต้งก็ใจสั่นถึงกับนั่งลงที่ถนน แล้วเข้ากำมัฎฐานสู้กับของ น้องสาวก็โทรศัพท์ลงมาจากดอยขอให้แก้ให้ ก็อย่างว่านั่นแหละ บทสวดมนต์หรือกำมัฎฐาน หรือจะมาสู้ หลักปราบมารและไฟทิพย์ของ “สายสัญญา” ได้ ครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ ๓ เดือนมานี้พระโต้งก็โดนคุณไสยอีก อาจารย์ประหยัดก็แก้ให้แบบทางไกล โดยการดับล้างบท “อวิชชา” ไปให้ ประมาณ ๑๐ กว่าวันน้องสาวก็เอาเงินมาให้ ๑๐,๐๐๐.-บาท บอกว่า อยากได้โน้ตบุ๊ก ก็ไปซื้อ ซึ่งก็ได้เพิ่มเงินอีก ๗,๕๐๐.-บาท มาอีกประมาณ ๑ เดือน พระโต้งก็โดนอีก น้องสาวก็มาขอแก้ให้อีก ก็เลยบอกว่า ไม่ต้องไปแก้ให้มันแล้ว คนที่มีอีโก้ แก้ให้แบบนี้ก็เหมือนกับปิดทองหลังพระ ปล่อยให้มันโดนไปจนกว่ามันจะคลานเข้ามากราบอาจารย์ประหยัด แล้วจึงค่อยแก้ให้ อาจารย์บุญมาทำพิธีให้ ๑ ล้านบาท อาจารย์ประหยัดจะลดให้ ตัดศูนย์ออกเสีย ๑ ตัว
คนอย่างพระโต้ง รวมทั่ง คุณพ่อและคุณพ่อของท่านนั้น เป็นคนประเภทที่ถ้าทำบุญแล้วไม่ได้หน้าก็จะไม่ทำ เมื่อคุณมึงไม่สนใจทั้งๆ ที่คุณกูทำให้เห็น ไม่เชื่อแล้วจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือไปทำไม ซึ่งอาจารย์ประหยัดนั้นได้ตีตนออกห่างจากประโต้งมานานกว่า ๔ ปีแล้ว สามีของน้องสาวก็ถูกหลอกให้ไปขับรถส่งพระโต้งขึ้นดอยลงดอยอยู่ ๑ ปี เขาตอแหลว่า การขับรถให้พระฟรี ๆ อย่างนี้ได้บุญมาก ซึ่งบุญนี้ก็ส่งผลไปให้สามีของน้องสาวต้องไปผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกที่ ภูเก็ต หมดเงินไปสองแสนเศษ จากนั้นก็ไม่เคยขึ้นไปที่วัดดอยผาส้มอีกเลย เมื่อไม่ได้ไปบริการให้พระโต้ง ร่างกายก็ดีแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมเป็นหลายสิบเท่า
พระโต้งก็คงจะมีสันดานแบบ ผอ.เพชรวรรต แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ นั่นแหละ ซึ่งพวกคนประเภทนี้คิดว่าตัวเองนั้นมีบารมีสูง ความรู้สูง อาจารย์ประหยัด จะต้องไปกราบกรานรับใช้พวกเขาตลอด หากไม่ได้ไปละก้อ อยู่บ้านจะชักดิ้นชักงอตาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านกล่าวว่า พระที่ถูกปิดทองด้านหน้านั้น ถ้าไม่มีใครไปปิดทองด้านหลังของพระ ก็จะเป็นพระที่ไม่สวยสมบูรณ์อย่างเต็มที่ แต่ถึงเวลานี้อาจารย์ประหยัด รู้แล้วว่าการปิดทองหลังพระนั้น เป็นความคิดที่โง่ พระโต้งมันโดนคุณไสยแล้วอยู่ ๆ ก็หาย มันก็คงจะคิดว่า คุณบิดาของมันก็คือ พระพุทธเจ้าช่วย แล้วก็จะเข้าใจไปตลอดว่า ใครทำอะไรแกไม่ได้เพราะมีพระพุทธเจ้าคุ้มครอง ก็คิดต่อ ๆ ไปเถอะ พระโต้งยังไม่เคยรู้ว่าพระดัง ๆ นั้นดับด้วยคุณไสยมามากแล้ว