"อายุบวร"
เว็บสายสัญญาเว็บแรกนั้น ก่อกำเนิดเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๔๕ ชื่อเว็บ www.satusanya.net โดยนายกบแก่ หรือ นายโอภาส เป็นผู้เริ่มต้น โดยมีอาจารย์ประจำเว็บ ก็คือ อาจารย์ประหยัด เจริญบุญ เป็นผู้เขียนและตอบคำถามแต่เพียงคนเดียว หลังจากนั้น อ.ประหยัด ก็เปลี่ยนไปเขียนในเว็บใหม่ของ นายธนากร ปุสวงศ์ เว็บของนายก๊อปแก๊ป เว็บของคุณลูกหมู แล้วเว็บปัจจุบันนี้ก็คือเว็บของคุณ May ซึ่งคุณหมูนั้นมีกิจการมากจึงยกเว็บนี้ให้กับคุณ May เป็นผู้ดูแล
:
จากการเขียนและตอบคำถามในเว็บ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๕ จนมาถึงปี พ.ศ.๒๕๕๔ จึงได้เกิดเว็บใหม่ขึ้นอีกเว็บหนึ่งคือเว็บ "สายสัญญาบารมีธรรม" ซึ่งก็ได้ยกตัวอย่างบทความของผู้ที่เขียนเว็บเอามาให้อ่านเพื่อพิจารณา เว็บน้องใหม่ ซึ่งในบทความข้างล่างนี้หากให้อาจารย์ประหยัดพูด ก็จะหาว่ารังแกเด็ก ความจริงถ้าไม่รู้จริงก็ไม่น่าจะเขียน อย่าไปคิดว่ามีอาจารย์ที่เรียกว่าเป็นลูกสาวพ่อต้นฯ เป็นที่ปรึกษา เพราะเมื่อ อาจารย์ประหยัด ไปวิหารใหญ่ครั้งแรก ครั้งที่ สองและสามนั้น ยังไม่เคยเห็นหน้าอาจารย์สุภาพในวิหารใหญ่เลยนะ บางท่านคงสงสัยว่าทำไม การยกตัวอย่างของอาจารย์ผู้มีประสบการณ์นั้น ยังไม่หลากหลายเท่าที่ควร ต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า การทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมาก็ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแบบอย่างแนวทางของการปฏิบัติในหลักของพระองค์ต้นซึ่งท่านได้วางไว้อย่างแท้จริง
บางอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถทางทีมงานเรา ก็ยังไม่มีโอกาสได้พบปะจึงยังไม่ได้นำประสบการณ์มาลงให้ได้รับทราบ หรือบางอาจารย์ หลายอาจารย์ที่มีความสามารถในการโปรดญาติ ในการแก้ปัญหา แต่ยังไม่ได้ปรับแนวทางเป็นภาคกุศลตามที่พระองค์ต้นท่านได้ให้ปรับแล้ว หรือบางอาจารย์ยังแอบแฝงด้วยผลประโยชน์ บางท่านก็ยังคงเล่นฤทธิ์อย่างสนุกสนานอยู่จนลืมไปว่า
พระองค์ต้นท่านให้ใช้ฤทธิ์เฉพาะเวลาที่จำเป็นต้องใช้เพื่อช่วยเหลือญาติ หรือเพื่อให้ญาติเชื่อถือเท่านั้น ท่านไม่ให้เล่นกันเหมือนครั้งวางหลักธรรมใหม่ๆ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มแรกเผยแพร่ สิ่งที่จะทำให้คนรู้คนเห็นว่า มีความศักดิ์สิทธิ์จริงบางครั้งย่อมต้องใช้ฤทธิ์บ้าง
หากผู้ปฏิบัติได้พิจารณาก็คงรู้ว่า พระองค์ต้นท่านสำเร็จองค์พระธรรมองค์สุดท้ายก็คือ องค์กุศล และท่านก็ยังย้ำอีกด้วยว่า กุศลเท่านั้นที่จะพาเราไปได้
จะดูได้จากสมัยพระพุทธองค์ก็เช่นเดียวกัน ช่วงแรกพระองค์ก็ทรงให้ใช้ฤทธิ์เพื่อสอนหรือเพื่อเผยแพร่ หลังจากมีคนเริ่มรู้จักมากเข้าท่านก็ไม่ได้ใช้ฤทธิ์แล้ว
ถึงเวลาจะต้องสำเร็จจริงก็กุศลเพราะองค์กุศลนั้นที่จะสามารถเป็นได้ทั้งอิทธิฤทธิ์และบุญฤทธิ์ ลิ้นทอง อำนวยการและทุกอย่างถ้ากุศลถึงย่อมสำเร็จทุกอย่างที่ต้องการ
ส่วนภาคอิทธิฤทธิ์นั้นส่วนมากจะใช้เพราะกุศลไม่พอ กุศลไม่ถึง จึงต้องใช้ฤทธิ์เพื่อช่วยสร้างเสริมบารมีไปพลางก่อนระดับหนึ่งจนกว่ากุศลเพียงพอก็จะไม่ใช้ฤทธิ์อีก เว้นแต่เพื่อช่วยหรือเพื่อสอนเท่านั้น
ถ้าสังเกตร่างทรงต่างๆ หรือผู้ที่ว่ามีองค์ต้องให้รับขันธ์ก็ตาม จะไม่มีทางเลี่ยงได้ ต้องรับขันธ์อย่างเดียวเท่านั้น ถ้าไม่รับต้องถูกทรมาน มีทางที่สามารถเลี่ยงได้ทางเดียวคือ
ในข้อความนี้ อาจารย์ประหยัด ก็จะขอบอกผู้เขียนข้อความว่า อาจารย์สายสัญญาที่ได้พัฒนาเป็นปรมาจารย์สายเทพนั้นก็คือ อาจารย์ประหยัด ซึ่งไม่เคยมีขันธ์็ใด ๆ ทั้งสิ้น ที่เขียนนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าผู้เขียนนั้นทำตัวเป็น "กบอยู่ในกะลาครอบ" ความโง่ที่ยังปฏิบัติไม่ถึงจึงได้แสดงความโง่ออกมาทางบทความ ต้องปฏิบัติธรรมให้ได้กุศลแล้วก็จะไม่ต้องรับขันธ์ นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่เคยมีบารมีมาก่อน ไม่ยอมสร้างต่อหรือสร้างแต่ยังไม่มากพอ จนทำให้บารมีเดิม หรือองค์บารมีที่เคยเกี่ยวเนื่องกันมา ต้องช่วยสร้างด้วยวิธีการทรงหรือใช้ภาคอิทธิฤทธิ์
ไว้ทางทีมงานได้ทำความเข้าใจกับอาจารย์ต่างๆ ได้เข้าใจวัตถุ ประสงค์ของการจัดทำเว็บไซต์แล้ว จะได้ค่อยทยอยนำประสบการณ์จากอาจารย์ต่างๆมาลงให้ทุกท่านได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
ด้วยความขอบคุณทุกท่านที่ได้กรุณาติดตามข่าวสารข้อมูลเพื่อนำไปปฏิบัติไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ