หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: องค์บารมีประจำสังขาร  (อ่าน 1035 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 02:30:15 PM »

  กราบสวัสดีอาจารย์ค่ะ
  วันนี้เข้ามารบกวนขอความกรุณาคำแนะนำจากอาจารย์ค่ะ คือ เมื่อวานก่อนนอนได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ลูกได้ปฎิบัติโดยการดับล้างและลงองค์พระธรรมมาเป็นเวลาสองเดือนกว่าแล้ว หากลูกมีองค์พระบารมีองค์ใดคุ้มครองลูกอยู่ขอให้เข้ามานิมิตรอย่างใดอย่างหนึ่งให้ลูกได้รับรู้ว่าลูกทำถูกต้องหรือไม่อย่างไรด้วย
  ตอนเช้าก็ได้ฝันว่าไปงานประจำปีของศาลเจ้าแป็ะกง แต่ไม่ได้เจอองค์แป็ะกง ได้เจอแต่ร่างทรงว่าได้เข้าไปนอนหลับพักแรงข้างๆ เขา พอตื่นขึ้นมาก็ไปเดินหามะม่วงอกร่องเพื่อเอามาทานกับข้าวเหนียว แต่ก็หาไม่ได้มีแต่มะม่วงอย่างอื่น ในความฝันนั้นตั้งใจไปช่วยงานโดยจะไปช่วยเขาล้างจานชาม แต่ก็ยังไม่ได้ช่วยก็ตื่นเสียก่อน ( ที่น่าแปลกคือที่ผ่านมาเวลางานปีนั้นจะรับเหมาค่าไฟฟ้าตลอดงานและถวายเงินเป็นค่าใช้จ่ายเบ็ตเตล็ดและข้าวสานห้าสิบกระสอบเพื่อเทกระจาดก็จะทำแบบนั้นทุกปีจนกระทั่งมาเมกาก็ไม่ได้ทำอีกเลย )ไม่ได้มีความคิดถึงแป็ะกงมาก่อนเลยนานมากแล้วด้วยที่ไม่ได้จุดธูปบูชาท่าน
 Smiley อยากถามอาจารย์ค่ะว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับความฝันนี้ และควรปฎิบัติอย่างไร อ้อ ลืมบอกค่ะว่า ประมาณสัก16-17 ปีที่แล้ว ได้ทำบายศรีเงินทองหนึ่งคู่ให้แป็ะกงทำพิธีท่านบอกว่าเป็นบายศรีเสริมดวง ไม่ใช่รับขันธิ์ ให้จุดธูปบูชาแล้วอธิษฐานถึงท่านเสมอๆ อยากให้ค้าขายดีๆ ก็จะดีประมาณนั้น แต่สิบปีที่แล้วย้ายมาอยู่เมกาก็นำเอาบายศรีนี้มาด้วยแต่ก็ไม่ได้ค่อยจุดธูปบูชาเลย  และกราบขอบคุณสำหรับแผ่นซีดีที่อาจารย์ให้ความกรุณาให้มานั้นเพิ่งได้รับเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านหรือปริ้นส์เอาออกมาดูเลยเพราะในหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ที่ร้านถูกโจรเข้าปล้นสองครั้งติดๆ กันทั้งๆ ที่เมืองที่อยู่นี้เป็นหนึ่งในร้อยเมืองที่น่าอยู่ที่สุดของอเมริกา   ขอบพระคุณในความกรุณาของอาจารย์นะค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 11, 2011, 02:48:43 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 03:06:02 PM »

"อายุบวร"
    Cry ปกติแล้วคนที่ได้รับการยกถาดเรียบร้อยแล้ว มาปฏิบัติดับล้างประจุองค์พระธรรมนานสองเดือนเศษ องค์พระธรรมที่ได้ประจุนั้นน่าจะรัีบรองแล้ว และการดับล้างนั้นถูกต้อง ก็ไม่น่าจะมีเหตุการไม่ดีเกิดขึ้น
    Cry อาจารย์สายสัญญาซึ่งจะมีอำนาจบารมีจากพระบารมีให้รับยกถาดได้นั้น  ปัจจุบันนี้่ยังไม่มีอาจารย์คนใดในสายสัญญา "พันธุ์แท้" ที่จะรู้ได้ว่าคนไหนรับยกถาดได้ คนไหนรับยกถาดไม่ได้ เพราะพระบารมีไม่รับรอง "พระบารมี" นั้นหมายถึง "พ่อต้นฯ" หรือองค์ต้นฯบรมครูสายสัญญา  มีศิษย์สายสัญญาสายพันธุ์แท้ มากมายที่ตั้งตนเป็นใหญ่ ตั้งตนเป็นอาจารย์รับยกถาด ซึ่งได้ยกตัวอย่างให้ฟังแล้ว แต่เมื่อไม่อ่าน ก็ต้องเป็นไปตามกรรม เพราะแม้แต่ อาจารย์๋ของ อาจารย์ประหยัด อ.พงษ์วิทย์ และ อ.บุญมา อาจารย์ของ อ.พงษ์วิทย์ ก็เป็นอาจารย์ที่รับยกถาดแล้วเป็นโมฆะ ซึ่งพูดไปก็หาว่าไปให้ร้ายเขา ซึ่งสายสัญญาก็เหมือนกับสายอรหันต์นั่นแหละ เมื่อสายอรหันต์มีตาิทิพย์ได้อภิญญา ลืมตัว ในที่สุด ตาทิพย์ที่มีก็มลายสูญหายไปได้ แล้วสายสัญญานั้นที่เรียกสังฆทาน เรียกเอา เรียกเอา เขียนองค์พระธรรมก็เรียกเอาเงิน คนประเภทนี้แหละ ก็เป็นสายสัญญาประเภทที่ว่าถูกถอดถอนแล้ว
     ต้องสังเกตุดูว่า เมื่อไปยกถาดแล้ว กลับมาปฏิบัติ มันจะต้องได้ผล ถ้าไม่ได้ผล อาจารย์ที่เราไปยกถาดนั้น เขายังปฏิบัติตัวยังไม่ถึงระดับที่พระบารมีจะรับรองได้ เรื่องอย่างนี้ไม่ต้องเจอตัว ก็บอกได้ว่าที่ไปยกถาดมานั้นใช้ไม่ได้ ถือว่าโมฆะ ซึ่งจะสามารถทดสอบได้อีกทีหนึ่งเพื่อความแน่นอน ไปหาคนที่มีผีเข้า แล้วเอาเหล็กจานเขียนองค์พระร่วงลงไปที่ศีระษะ ถ้าเขียนแล้วไม่มีอาการใด ๆ เลย ก็แสดงว่าที่ปฏิบัติอยู่ทุกวันนั้นไม่มีพระบารมีที่ไหนมารับรอง
    Sad ผู้ที่รู้ได้ว่าพระบารมีจะรับรองใครนั้น ก็จะต้องมีความสามารถพูดภาษาเทพได้ แล้วเทพองค์นั้นจะต้องเป็นเทพอยู่ในสายสัญญา ยกตัวอย่างเช่น พระศิวะ พระนารายณ์ ท้าวมหาพรหม และบรรดาฤษีต่าง ๆ เป็นต้น แล้วสังขารที่ลงประทับร่างนั้นควรที่จะมีองค์ "นะกุศล" ประัมาณหนึ่งล้านองค์ สุดท้ายก็คือ ร่างนั้นจะต้องเป็นร่างที่ถูกคัดเซ็นของสายสัญญาด้วย  แล้วอาจารย์สายสัญญาสายวิหารใหญ่นั้น ใครแต่งแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ รู้ได้ยังไง ซึ่งอาจารย์ประเภท
แต่งตั้งโดยพวกเดียวกันนั้นส่วนมากแล้วมันเป็นอาจารย์เก๊กันทั้งนั้น
    Tongue ส่วนในเรื่องความฝันนั้นไม่มีความเห็น  เพราะตั้งแต่เปิดพระโอษฐ์มา ๑๗ ปี นั้น แม้แต่องค์พระบารมีประจำสังขารท่านยังไม่เคยมาเข้าฝันเลย ซึ่งก็ไม่น่าจะมาเข้าฝัน เพราะว่าท่านสวมอยู่ในสังขารอยู่แล้ว การทำบายศรีแล้วจุดธูปขอสิ่้งใดก็จะสำเร็จนั้น มันไม่น่าเชื่อ เพราะว่า องค์บารมีของเรานั้น สามารถไล่ผี ปราบมาร ปราบคุณไสย ได้ แต่ขออะไรนั้นมันไม่ได้ตามที่ขอ แล้วธูป ๕,๗,๙,และ ๑๖ ดอก ที่จุดขอนั้นมันจะได้อะไรรึ อาจารย์ประหยัดจุดวันหนึ่งเป็นร้อย ๆ ดอก ไม่เห็นว่าจะขออะไรได้เลย ที่จุดแล้วขอให้ได้นั้นก็นับว่าเป็นบุญวาสนาอันสูงแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2011, 02:39:39 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 03:49:00 PM »

 Cry ขอบพระคุณที่อาจารย์ตอบในทันทีค่ะ การดับล้างนั้นถูกต้องหรือไม่ก็ไม่ทราบค่ะ แต่มีที่ไม่เหมือนของอาจารย์คือ เขาไม่ได้สอนให้ต้องกรวดน้ำเมื่อจบบทดับล้างในแต่ละบท เขาสอนให้กรวดน้ำแค่ครั้งเดียว มีอะไรๆที่ไม่เหมือนอาจารย์สอนในเวปนี้พอสมควรค่ะ เช่นเรื่องพูดภาษาเทพในวันที่ยกถาดนั้นเมื่อยกถาดเสร็จเขาก็ยกถาดขึ้นมาถามว่านี่เรียกว่าอะไร ชี้ไปที่โต๊ะว่านั่นเรียกว่าอะไร จอยตอบเขาว่า ถาด ว่า โต๊ะ เขาก็พูดภาษาอะไรไม่ทราบก็เข้าใจว่าภาษาเทพ ก็ถามเขาว่าจำมาจากไหน เขาก็บอกว่า เมื่อปฏิบัติไปนานๆ จะพูดได้เอง ซึ่งจอยก็ไม่เข้าใจว่าแล้วเราเพิ่งยกถาดวันนี้มาถามเราๆ จะรู้ได้ไง แต่ก็เกรงใจ
     ส่วนเรื่องว่ายกถาดมาเป็นโมฆะหรือไม่นั้นจอยก็ยังรู้สึกได้ว่าไม่น่าจะโมฆะเพราะหลายครั้งที่สามีเริ่มเบื่อที่จะปฎิบัติ จอยก็จะไปนั่งอธิษฐานต่อหน้ารูปพ่อต้น ว่าให้พ่อต้นแผ่เมตตาบารมีให้เขารู้ถึงความดีในการปฏิบัติ สองครั้งมาแล้วค่ะที่เห็นผลทันทีนั้นเลย ครั้งแรกเขาอารมณ์เสียมากว่าไร้สาระแล้วก็เสียเวลามานั่งลงองค์พระธรรมอะไรกันสี่ห้าชั่วโมง พอจอยตั้งจิตบอกพ่อต้น เดี๋ยวนั้นเลยเขาก็เงียบไปเฉยๆ แล้วก็หายไป หลายวันต่อมาก็มาเล่าให้ฟังว่าวันนั้นอยู่ดีนึกไงก็ไม่รู้พอว่าไปแล้วก็กลับเดินเข้าไปในห้องพระไปยกมือไหว้รูปพ่อต้น พอตกกลางคืนนอน ก็หลับโดยไม่ได้ฝันอะไรเลย เช้าก็ตื่นขึ้นมาแบบสดใสมากๆ ( เขาสุขภาพไม่ดีเคยผ่าตัดสมองมาปัจจุบันร่างกายด้านขวามือทั้งด้านชาหมดไปครึ่งตัวเลย ) อันนี้เป็นความมหัศจรรย์จริงๆค่ะ เพราะปกติเขาจะอารมณ์ร้อนพอลงได้ว่าแล้วไม่มีหยุดจะต้องด่าๆว่าพักใหญ่ถึงจะเงียบ
    Wink ปัจจุบันนี้จอยก็ได้พยายามทำตามแบบปฏิบัติของอาจารย์ให้มากที่สุดหรือทั้งหมดค่ะ เชื่อค่ะว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น เมื่อจะเริ่มดับล้างก็จะตั้งจิตถึงองค์พ่อต้นทุกครั้ง ขอให้พ่อช่วยโน้มน้าวชี้แนะให้ลูกได้ปฎิบัติให้ถูกต้อง เหมือนกับที่จอยรู้สึกนับถืออาจารย์โดยที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนก็เช่นกัน วันที่ยกถาดนั้นก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานขอกับพ่อต้นว่าช่วยเปิดทางให้ลูกได้เจอะเจออาจารย์สายสัญญาของพ่อที่แท้จริง หากใช่คนที่แท้จริงแล้วไซร้ก็ขอให้ลูกรู้สึกนับถือหรือชมชอบแบบไม่ต้องหาเหตุผล หลังจากนั้นไม่กี่วันก็นึกไงไม่รู้มาเสริชหาในเน็ทก็ไปเจอสองสามเวปของอาจารย์เป็นเวปสุดท้าย แต่เป็นเวปแรกที่โพสต์ข้อความเข้ามาแล้วก็ยิ่งอ่านๆไปไม่ว่าเรื่องการเมืองหรือเรื่องสายสัญญาก็ชอบทั้งนั้น นี่คือที่มาของความศรัธธาอาจารย์ที่จอยมีต่ออาจารย์ค่ะ อ้อ อาจารย์ยังไม่ได้ตอบเรื่องความฝันเลยนะค่ะกราบขอบคุณค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2011, 02:41:07 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 12, 2011, 02:37:46 PM »

"อายุบวร"
 Grin ถ้าเชื่ออาจารย์ที่ท่านยกถาดให้ว่า "เมื่อปฏิบัตินานๆไปก็จะพูดได้เอง" ก็ให้เชื่อไปเถอะ  เพราะว่าคนที่พูดภาษาเทพได้เองนั้นก็คืือ "พ่อต้นฯ" แล้วเมื่อพูดภาษาเทพได้เองเหมือนพ่อต้นฯ ก็คงจะไม่ใช่คนธรรมดา จะต้องเก่งกว่าบรรดาร่างทรงทั่ว ๆ ไป แล้วประการสำคัญก็คงจะต้องเก่งกว่าอาจารย์ประหยัด เพราะว่าอาจารย์ประหยัด นั้นต้องมีคนเปิดให้ ซึ่งก็เคยเจอคนประเภทที่พูดว่า มันพูดได้เอง แต่ที่พูดได้เองนั้น รู้สึกว่าจะไม่รู้จักพัฒนาภาษาเทพหรือปฏิบัติตนเองให้เทพในสังขารเก่ง เขาเรียกคนประเภทนี้ว่ามีอวิชชา แล้วยังไม่พอหลงองค์ของตัวเองด้วย
 Sad เด็กที่เกิดมานั้นถ้าพ่อแม่ไม่สอนให้พูด น่าจะพูดได้เหมือนนกขุนทอง แล้วถ้าไม่ส่งเข้าโรงเรียนเริ่มต้นด้วยอนุบาล ก็น่าจะเป็นเด็กไม่ฉลาด ไม่พัฒนาตนเอง และถึุงแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หากไม่เรียนรู้ในการใช้ Computer ก็ไม่น่าจะใช้เป็น จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้จากคนที่ใช้เป็นเสียก่อน โดยการเข้าไปเรียนกับอาจารย์ผู้สอนคอมม์ แต่ทุกวันนี้อาจารย์ประหยัดใช้ Computer เป็นนั้น ไม่ใช่ไม่เรียน แต่ใช้วิธีถามจากคนที่ใช้เป็น ถามไปทุกคนนั่นแหละ ค่อยเรียนรู้วิธีการใช้ไปทีละอย่าง จนเวลานี้ก็ใช้ได้เก่งพอสมควร หากได้เปิดแผ่น VCD ที่ อาจารย์ประหยัด แจกไปนั้น ทุกอย่างในนั้น อาจารย์ประหยัด เป็นผู้ออกแบบและพิมพ์เองทั้งหมด ซึ่งผู้ที่เรียน คอมม์มาแล้วนั้น เพียงแค่คิดว่าจะพิมพ์ คำดับล้างใหม่ นั้น ก็ไม่มีความสามารถพิมพ์ได้ ต้องลอกเอาของ อ.ประหยัดไปใช้ แล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนตัวหนังสือที่พิมพ์ คือ Font JS ให้เป็นตัวหนังสืออื่นได้ แม้แต่ ช่างคอมม์ของ อ.ประหยัด ก็ยังไม่สามารถทำได้
    คนที่ได้แผ่น VCD ของ อ.ประหยัด ไปนั้น ทั้ง ๆ ที่มีคำอธิบาย วิธีัการใช้ ก็ยังใช้ไม่เป็น เพราะคิดว่า Computer ทุกเครื่องนั้นต้องมี Font JS อยู่แล้ว แต่มันไม่มี เมื่อไม่ Install Font JS เข้าไป มันก็เปิดไม่ได้  หลาย ๆ คนต้องหิ้วคอมม์ไปหา อ.ประหยัด ถึงที่โรงแรมในกรุงเทพฯ เพียงแค่บอกนิดหน่อยเท่านั้นก็ถึงบางอ้อ
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 09:24:46 AM »

"อายุบวร"
    Cry ถ้าได้อ่านประวัติพ่อต้นฯ แล้ว นำมาพิจารณา ไตร่ตรอง ไคร่ครวญ ให้ดี  พ่อต้นฯ ท่านบอกว่า ของมัน "ลึกแลบ" ให้ปฏิบัติตนเองให้ได้เสียก่อน อย่าไปเที่ยวห่วงคนอื่น พ่อต้นฯจะไม่พูดถึงเรื่องการประทับองค์ของพระบารมี ให้บรรดาลูกศิษย์ฟัง เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นดาบสองคม ใครที่ทำเกินกว่าพ่อต้นฯสั่งสอนเอาไว้นั้น อย่างอาจารย์ประหยัด ก็ไปหาเอาเองในเรื่องที่พ่อต้นฯ ท่านเป็นร่างทรงมาก่อน ตั้งสมัยเป็นเณร แต่ที่ไปหาเอานั้นก็ยังไม่ได้อ่านประวัติพ่อต้นฯ  ซึ่งประวัติพ่อต้นฯ ที่เอามาพิมพ์เพื่อประโยชน์ของคนที่เข้ามาปฏิบัติ ก็หาได้มีประโยชน์ต่อพวกเขาไม่ เพราะว่าคนปัญญาอ่อนเหล่านั้น มันพิมพ์ดีดไม่เป็น หากมันพิมพ์เป็นมันคงจะไม่มานั่งพิมพ์ประวัติพ่อต้นฯ เป็นร้อยหน้า ให้เสียเวลาหรอก ที่อาจารย์ประหยัดพิมพ์นั้นก็เพราะอยากให้ผู้ปฏิบัติในสายสัญญาได้อ่านศึกษา ซึ่งยังไม่มี อาจารย์สายสัญญา ท่านใดที่เคยรู้จัก เอาประวัติพ่อต้นฯ มาให้อ่าน มีแต่อาจารย์เรียกให้ทำสังฆทานเท่านั้น
    Angry การเรียกให้ทำสังฆทานนั้น เพื่อประโ่ยชน์ของตัวอาจารย์เอง ที่พูดอย่างนี้เพราะว่าเป็นอาจารย์สายเทพ รู้ในสิ่งที่บรรดาอาจารย์ทั้งหลายไม่รู้ มีอาจารย์ท่านใดบ้างที่รู้ว่า การทำสังฆทานนั้น หรือการเปิดสังฆทานนั้น จะต้องมี หูทิพย์ จิตทิพย์ ตาทิพย์ มองเห็น "กรรม" ของลูกศิษย์หรือผู้ที่ทุกข์ยากมาหา มีแต่อาจารย์สายสัญญาเสือหิวทั้งนั้น ที่เอา "พระบารมี" มาอ้างเพื่อที่จะหาเงินเข้ากระเป๋าตนเอง ยังไม่เจออาจารย์สายสัญญาลูกศิษย์พ่อต้นฯ หรือแม้แต่ลูกชายลูกสาวของพ่อต้นฯ เอง ที่รู้จริง เห็นจริงในการเปิดสังฆทานเพื่อไถ่ถอนกรรม แล้วอาจารย์ประหยัดผู้พูดนั้นรู้หรือไม่ ตอบได้เลยว่ารู้ สามารถมี "บารมี" รับสังฆทานได้ โดยไม่คาเวรคากรรม แต่ที่ไม่ทำ เพราะได้เอ่ยวาจาเอาไว้ว่า "ถ้าไม่ได้ตาทิพย์ หูทิพย์ จิตทิพย์ฦ" ก็จะไม่รับสังฆทานใครเลย ซึ่งการรับสังฆทานนั้นมันก็เป็นดาบสองคม ถ้าไม่รู้จริง ก็เท่ากับว่า ไปหลอกลวงลูกศิษย์ แล้วมาเพิ่มบาปกรรมให้กับตนเอง
     พ่อต้นฯ ท่านไม่ได้สอนให้ว่า อยากได้อะไร ก็จุดธูป อธิษฐาน ขอเอา จากพระบารมี ซึ่งลูกศิษย์พ่อต้นฯ และลูก ๆ พ่อต้นฯ นั้นชอบอ้างเอา "พระบารมี" มาทำมาหากิน การชอบพูดว่า ขอให้พ่อต้นฯช่วยได้ ทั้้ง ๆ ที่ยังปฏิบัติในสายสัญญายังไม่ถึงสัญญา ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์ประหยัด นั้นปฏิบัติในสายสัญญามานานกว่า ๑๗ ปี การดับล้างนั้นกล้าพูดได้ว่าหมดเทียนไปหลายเข่ง ทำเหล็กจานแจกจ่ายให้ลูกศิษย์ไปหลายพันอัน จนเวลานี้ชักเเบื่อที่จะรับยกถาดแล้ว เอกสารเกี่ยวกับการปฏิบัติของสายสัญญานั้น ใช้เครื่อง Pint ไป ๗ เครื่องแล้ว เครื่องแรกที่่ซื้อสมัยแพงนั้น แคนนอน ราคาห้าพันกว่า เครื่องสุดท้ายที่ใช้ ก็ยี่ห้อเดียวกัน ราคา ๑,๙๐๐.-บาท เท่านั้น แผ่น VCD เกี่ยวกับสายสัญญานั้นไม่ได้จำว่าพิมพ์แจกไปเกินหนึ่งพันแผ่นหรือไม่ อย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่าทำให้กับสายสัญญาทำให้กับพ่อต้นฯ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะให้เข้าใจว่ายังไง ไม่เคยขอให้พ่อต้นฯช่วย ยังไม่พอไปต่อว่าพ่อต้นฯอีก ที่เห็นว่า อาจารย์กว้าง เสาวโรนุพันธุ์ บุตรชายคนโตของพ่อต้นฯ ไปบ้านท่าน บ้านโย้ไปประมาณไม่เกิน ๑๕ องศา พ่อต้นฯ ไม่ช่วยเลย แต่ไปช่วย อ.บุญมา นพสันเทียะ ให้มีบรรดาญาติธรรมมาค้ำจุน มีบ้านและวิหารใหญ่โต เป็นตัวอย่างที่ว่า แม้แต่ลูกชายคนโต ก็หาได้รับ "สายสัญญา" เป็นมรดกตกทอดไม่ได้ ผู้ที่จะได้สายสัญญานั้นก็จะต้องปฏิบัติเอา  เพราะฉะนันบรรดาลูก ๆ ของพ่อต้นฯ นั้น จะให้มีบารมีสูงเท่าอาจารย์๋บุญมานั้นก็ไม่ได้ ถ้าสงสัยว่า ทำไมพ่อต้นฯ ถึงไม่ช่วยบรรดาลูก ๆ ของตนเองก่อนแล้วจึงไปช่วยลูกศิษย์ ก็ต้องปฏิบัติตนให้ถึงแล้วก็ถาม "วิญญาณ" ของพ่อต้นฯ เอาเอง
    บทความนี้ หากอ่านแล้ว สามารถเข้าใจ ได้ ก็นับว่าน่าจะปฏิบัติสายสัญญาไปได้ดี การเข้าใจกับการปฏิบัตินั้นมันห่างไกลกันมาก ในระยะทางของเวลา เมื่อเข้าใจแล้ว เวลาที่เราจะเดินไปถึงในสายสัญญานั้น ๑๐ ปี จะถึงหรือไม่นั้น ก็ต้องลงไปทดสอบเอาเอง หรือจะไม่ทำ จุึดธูปอธิษฐานขอพ่อต้นฯ เอา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2011, 09:34:51 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 09:43:08 AM »

"อายุบวร"

                

     ถ้าจะสังเกตุให้ดี ในรูปภาพด้านขวานั้น อ.สุภาพ ลูกสาวพ่อต้นฯ จะจัดที่นั่งเอาไว้ แต่ไม่มีคนนั่ง แล้วเขาจัดเอาไว้เพื่ออะไรรู้อะป่าว เขาจัดเอาไว้ให้พ่อต้นฯ ท่านนั่ง ในขณะที่มีการรับยกถาด  ก็จะมีการกล่าวถึง "พระบารมี" ก็ไม่ทราบว่าเป็นพระบารมีของพ่อต้นฯ หรือเปล่า เพราะว่าพ่อต้นฯ ท่านไม่มาหรอก คิดว่าเป็นลูกสาว ยกถาดทำสังฆทานเมื่อใดพ่อต้นฯ ท่านก็จะมาอำนวยการหรือ ไปในคราวนี้ได้เอาคุณติ่มที่ได้ฌาณ ได้ตาทิพย์ไปนั่งดูด้วย เอาไว้ใครที่ปฏิบัติถึงแล้วค่อยมาพูดจาน่าจะรู้เรื่อง
    Angry ในการยกถาดของ อาจารย์ประหยัด นั้น ไม่ได้ลอกเลียนแบบ มาจากวิหารใหญ่  แต่อาจารย์ประหยัดใช้วิธีของสายเทพ โดยในเมื่อ อาจารย์ประหยัด เชิญองค์ตรีมูรติ ผ่านร่างได้ ทำไมจะเชิญพ่อต้นฯ ผ่านร่างไม่ได้ ก็เชิญให้ท่านมารับการยกถาดเอง หากเป็นการกล่าวอ้างเพื่อการหลอกลวง ยกถาดมา ๑๐ กว่าปีนี้ก็น่าจะถูกทำโทษให้ป่วยเกือบตายเหมือน อาจารย์บุญมา หรือ เป็นอำมพาติเหมือนอาจารย์พงษ์วิทย์ ยกถาดให้ฟรี ๆ ไม่ได้เงินได้ทอง แล้วจะต้องถูกทำโทษอย่างนั้นอย่างนี้หรือ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็เลิกโปรดญาติเสีย ไม่ต้องไปช่วยใคร สังฆทานก็ไม่รับ เขียนองค์พระธรรมก็เขียนให้ฟรี ๆ แต่ก็มีลูกศิษย์รุ่นหลังมาตั้งกติกาให้ว่า ต่อไปใครยกถาดกับอาจารย์ประหยัด จะต้องเสียค่าบูชาครู ๑๐๘ บาท ก็คงพอคุ้มกับเอกสารและเหล็กจารนะ ส่วนเงิน ๑๐๘ บาทนั้นบอกได้เลยว่า เอาไปซื้อข้าวทำทานให้นกกินหมด โดยทุกวันนี้เงินของสายสัญญาที่ได้มานั้นจะเอาทำบุญหมด และก็ไม่พอที่จะเอามาสร้างศาลาหรือตำหนักใด ๆ เพียงแค่ซื้อข้าวให้นกกินก็ไม่พออยู่แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2011, 09:59:45 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
ศิิษย์ไม่เอาไหน
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11


naitiw


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 30, 2011, 11:44:43 PM »

การทำบายศรีแล้วจุดธูปขอสิ่้งใดก็จะสำเร็จนั้น มันไม่น่าเชื่อ เพราะว่า องค์บารมีของเรานั้น สามารถไล่ผี ปราบมาร ปราบคุณไสย ได้ แต่ขออะไรนั้นมันไม่ได้ตามที่ขอ แล้วธูป ๕,๗,๙,และ ๑๖ ดอก ที่จุดขอนั้นมันจะได้อะไรรึ อาจารย์ประหยัดจุดวันหนึ่งเป็นร้อย ๆ ดอก ไม่เห็นว่าจะขออะไรได้เลย ที่จุดแล้วขอให้ได้นั้นก็นับว่าเป็นบุญวาสนาอันสูงแล้ว

กด LIKE ด่วน  ไล่ผีถนัดมาก  แต่ขออะไรยาก  ไม่ก็ไม่ได้เลย
บันทึกการเข้า

ละความชั่ว ทำความดี  ทำจิตใจให้ผ่องใส
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 31, 2011, 09:03:05 AM »

  กราบสวัสดีอาจารย์ประหยัดค่ะ เข้าใจว่าเดือนหน้าน่าจะได้กลับเมืองไทยแล้ว และก็ต้องไปเชียงใหม่แน่นอน ก็จะโทรไปหาก่อนเพื่อขอเข้าพบนะค่ะ วันนี้เข้ามาพบคุณนายทิวโพสต์ข้อความแล้วไม่เข้าใจจึงโพสต์เข้ามาขอคำอธิบายค่ะ 
Tongue กรุณาช่วยอธิบายคำว่า กดLIKEด้วยนะค่ะ คือว่าเป็นคนเข้าใจอะไรยาก ( โง่นั่นแหละ ) ทุกวันนี้ก็เข้ามาเอาความรู้จากในเวปของอาจารย์ทุกวัน ที่ท่านเขียนมานั้นไม่ว่าจะในหัวข้อไหนๆก็มีคติและความรู้ทุกๆหัวข้อไปไม่ยกเว้นแม้แต่ในหัวข้อการเมือง หากอ่านและคิดให้ดี 
บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 2011, 10:16:00 AM »

"อายุบวร"
   คำว่ากด link นั้น ในสายสัญญาพ่อต้นฯ ท่านไม่ได้บัญญัติเอาไว้ด้วย  คำถามนี้ก็ต้องถาม Naitiw ให้เป็นผู้ช่วยตอบ ขนาดที่คุณ Monta อยู่ถึง สหรัฐอเมริกายังไม่สามารถแปลเป็นภาษาไทยให้เข้าได้  ผู้อื่นก็คงจะเข้าใจยากเหมือนกันนะ
บันทึกการเข้า
Monta
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 28


Giving is better than Recieving


« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 01, 2011, 10:44:13 PM »

  กราบสวัสดีอาจารย์เช่นเคยค่ะ NaiTiw หากอ่านไม่ผิดน่ะค่ะ คุณ นาย ทิว ท่านเขียนว่า "กด LIKE ด่วน  ไล่ผีถนัดมาก  แต่ขออะไรยาก  ไม่ก็ไม่ได้เลย"  ก็อ่านที่อาจารย์เขียนแล้วก็ขอแก้ข่าวนะค่ะว่ามาอยู่สหรัฐอเมริกาไม่ไๆด้หมายความว่าจะเก่งเรื่องภาษาค่ะ หลายคนมาอยู่ที่นี่เป็นยี่สิบปีก็ยังพูดไม่ได้อย่าว่าแต่เขียนเลย ทุกวันนี้อยู่ที่นี่ก็ งูๆปลาๆ พอเอาตัารอดไปวันๆเพราะตอนพ่อแม่ส่งให้เรียนก็ไม่รักดี เกเรมาก มาเห็นคุณค่าของการศึกษาก็สายไปแล้ว มีลูกๆก็ไม่รักดีตามแม่เรียนจบแค่ High school ก็ไม่ยอมเรียนต่อแล้ว และที่เรียนจบมาได้อย่าเข้าใจผิดว่าตั้งใจเรียนนะค่ะ เพราะกฏหมายที่นี่เขาบังคับค่ะ ไม่ไปโรงเรียนตำรวจก็ส่ง Ticket มาปรับเราแล้วหากยังไม่ไปซ้ำอีกเขาก็ส่งเรื่องไปที่ศาลเราก็ต้องไปขึ้นศาลหากยังดื้อไม่ไปเรียนอีกเขาก็ส่งลูกไปควบคุมที่สถานกักกันเด็ก แล้วที่ว่ามานี้เรามีประสพการณ์มาหมดแล้วค่ะยกเว้น ที่สถานกักกันเด็กเพราะลูกชายทั้งสองคนมันกลัวก็เลยไม่เกเรยอมไปเรียนหลังจากต้องไปขึ้นศาลมาทั้งสองคนแล้ว สนุกดีค่ะชีวิตในอเมริกา สนุกปนเศร้าเคล้าน้ำตาดีก็ดีค่ะไม่เสียชาติเกิดดี แต่หลังจากได้มาเจอสายสัญญาบารมี เรื่องร้ายๆร้อนๆในบ้านก็ค่อยๆหายไปตอนนี้ทุกอย่างดูเหมือนจะค่อยๆดีขึ้น ลูกๆก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยค่ะ สำหรับคนเป็นแม่ลูกดีแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ในบ้านตอนนี้เย็นสบายไม่เคยมีเรื่องร้อนๆเลยนับตั้งแต่ เข้ามาปฏิบัติสายสัญญา ท้ายสุดนี้ก็ขอยืนยันด้วยคนตามอาจารย์ค่ะว่า "สายสัญญาเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร"
       
บันทึกการเข้า

ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: เมษายน 02, 2011, 09:35:32 AM »

"อายุบวร"
    Grin ความจริงมหาวิทยาลัยชีวิต หรือ มหาวิทยาลัยโลก นั้นเรียนยากกว่า ทุก ๆ มหาวิทยาลัย ในโลกนี้  เพราะว่า มีระดับ ดร.หลาย ๆ ท่าน เป็นด๊อกเตอร์แล้วก็หาได้ประสบความสำเร็จในชีวิตไม่  การเรียนให้ได้ ดร.นั้นเป็นสาขาวิชาที่มนุษย์นั้นตั้งขึ้นมา สมมุติว่าถ้าได้เรียนวิชาโน้นวิชานี้จบมาก็จะถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ ย่องย่องให้เป็น ครูบาอาจารย์
    Angry คนที่ไม่ได้เรียนสูง แต่มาประกอบวิชาอาชีพ ซึ่งก็ไม่ได้มีปริญญาแต่ประสบความสำเร็จในสาขาวิชาอาชีพต่าง ๆ มากมาย ยกตัวอย่างเป็น อาชีพยกมวย ซึ่งกว่าจะได้แช้มป์โลกก็ต้องฝึกฝน ผ่านการชกมามากมาย ซึ่งมีคนน้อยคนมากที่จะทำได้ ไม่เหมือนกับเรียนมหาวิทยาลัยทั่วไปจบมากันเป็นฝูง ๆ อย่างคุณติ๋ม เจ้าของร้านข้าวซอยลำดวน ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ นั้น คุณติ่มก็ไม่ได้มีปริญญาทางการทำอาหารเลย  ส่วนคนที่จบปริญญาทางฝ่ายโภชนานั้นก็ใช่ว่าจะได้เหมือนคุณติ่ม หรือเหมือนกับ คุณลูกหมู ที่ทำร้านปิ่นเกล้า หัวปลาหม้อไฟ ได้อย่างที่ไม่มีคนจบปริญญา ด๊อกเตอร์ คนใดที่จะสามารถมาเทียบเท่าได้
    >Cheesy ในสายเทพ-เทวดา หรือ สายสัญญา นั้น ไม่มีมนุษย์คนใดที่มีความสามารถที่จะเปิดการสอนวิชานี้ได้  ก็เคยมี ดร.พนม เมืองแมน พยายามที่จะเปิดวิชา "วิญญาณศาสตร์" แต่ในที่สุดก็ต้องเลิกล้มไป  ซึ่งคนที่จะเรียนวิชานี้จะต้องจบปริญญาตรีเสียก่อน หาก ดร.พนม เมืองแมน เปิดได้จริง เริ่มต้นตั้งแต่ ปริญญาโท ไป  ผู้ที่เข้าเรียนก็คงจะจบมาน้อย ความจริงในเรื่อง วิญญาณศาสตร์็ หรือ "ภาคโลกทิพย์" นั้น มันน่าจะคล้าย ๆ กับ การฝึกหัดในสายพุทธ เกี่ยวกับการ นั่งกัมมัีฎฐาน ซึ่งก็ไม่มีตำราเขียนเอาไว้ชัดแจ้ง เพื่อเป็นตำราชี้ทางในการปฏิบัติ  คนที่นั่งได้ก็จะสำเร็จฌาณเป็นขั้น ๆ ไป โดยไปพูดให้กับคนที่อยู่ในศาสนาพุทธ เป็นหลายร้อยล้านคนก็ไม่เข้าใจ  แต่ก็มีการสอนการนั่งวิปัสนากัมมัฎฐานอยู่เสมอ ในศาสนาพุทธของเรา
    Sad ในสายเทพ-เทวดา นั้น ยิ่งน่าจะลึกลับว่าการนั่งวิปัสนากำมัฏฐาน เล็กน้อย  ซึ่งต่อให้จบปริญญา ด๊อกเต้อร์ มาหลาย ๆ ใบ หรือเพียงแค่ใบเดียว ก็ยากยิ่งที่จะเข้ามาเล่าเรียน ฝึกปรือในสายเทพได้  ซึ่งมีนายแพทย์หรือคุณหมอที่มีปริญญาหลาย ๆ ท่าน ไม่สามารถที่จะรักษาคนที่ถูกของ ผีเข้า หรือถูกทำคุณไสย ให้หายได้  ไปโรงพยาบาลตรวจถี่ถ้วนทุกอย่าง วางยาแล้ววางยาอีก จนคนไข้เบื่อหน่ายในการรักษาของคุณหมอ อย่างนี้ก็มีอยู่มากมาย  เมื่อคนไข้รักษากับคุณหมอโรงพยาบาลไม่หายแล้ว ก็ไปรักษากับเจ้าทรง ในที่สุดเมื่อหลุดเข้ามาหา อาจารย์ประหยัด ก็รักษาให้หายได้โดยไม่ยากเลย ซึ่งคนป่วยนั้นก็ยังไม่เห็นคุณค่าว่าหมอโรงพยาบาลกับหมออาจารย์ประหยัดนั้น ใครมันแน่ ใครมันมีความสามารถที่สามารถรักษาโรคให้แกหายได้  เมื่อแกหายจากโรคดังกล่าวก็จะไม่สนใจที่จะใช้สมองอันน้อยนิด นำมาคิดว่ามันถูกรักษาให้หายได้ยังไง  ก็สามารถพูดได้ว่าคนที่มีกรรมเวรติดมาในอดีตนั้น หมอโรงพยาบาลไหนก็รักษาไม่หาย  มีหลาย ๆ โรคที่เมื่อคุณหมอรักษาคนป่วยให้หายแล้ว เจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ในสังขารคนป่วยนั้น ก็จะผูกพยาบาทอาฆาติคุณหมอ เล่นงานคุณหมอไม่ได้ก็ไปเล่นงานลูกเมียคุณหมอ แม้แต่หมอผ่าตัดโรคหัวใจเอง เมื่อผ่าตัดคนมากเข้า ในที่สุดตัวคุณหมอเองนั้นก็จะถูกผ่าตัดหัวใจเหมือนกัน เห็นมาหลายคนแล้ว หมอโรคหัวใจบางคนขณะที่ฉีดยาให้คนป่วย พอคนป่วยช็อคตาย คุณหมอก็ช็อคตายตามคนป่วยไปก็เห็นมาเยอะแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 02, 2011, 09:40:11 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: เมษายน 02, 2011, 10:01:46 AM »

"อายุบวร"
    Angry อาจารย์ประหยัด นั้นอยู่ในศาสนาพุทธ มาตั้งแต่เกิด บ้านอยู่ติดวัด เวลาไปวัดนั้นก็ไม่ต้องเข้าทางประตู กระโดดข้ามรั้วไปก็เป็นวัดอยู่แล้ว ตระกูลของเรานั้นเคารพบูชาเทิดทูนพระมหากษัตริย์ทุกๆ พระองค์ ก็เขาสอนมาอย่างนั้นตั้งแต่เกิด  เมื่อไปวัดกับคุณแม่นั้น ไปทำบุญทำทานให้กับคุณพ่อ ปู่ย่า ตาทวด ก็ไปอย่างงั้นแหละ รู้ว่าเขาทำ แต่ก็ไม่รู้อะไร ไม่ใช่เห็นว่าคุณแม่บุญทำเพียงครั้งเดียว ท่านก็ทำบุญจนท่านตายไป
    Angry ก็จะขอถามปัญหาว่า ทำบุญไปให้คนตายแล้วคนตายจะได้รับหรือไม่  เอาปัญหาล่าสุดก็คือ เสธแดง ท่านถูกยิงตายด้วยปืนสไนเปอร์ โดยใครนั้นก็น่าจะรู้ ปืนอย่างนี้ไม่มีคนธรรมดาจะมีความสามารถซื้อได้ เพราะว่าเป็นอาวุธปืนทหาร ใครมีไว้ได้ฟรีมาก็จะถูกจำคุก เมื่อเสธแดงเสียชีวิตไป ลูกเมียและ นปช. ทำบุญให้ เสธ.แดง จะได้รับบุญหรือเปล่า หรือบุญที่ส่งไปให้นั้นจะถึง เสธ.แดง หรือเปล่า
    Cool คนที่จะตอบปัญหานี้ได้ จะต้องรู้ว่า ในขณะที่ลูกปืนผ่านกระโหลกศีรษะของเสธ.แดงนั้น เสธ.แดงท่านรู้สึกตัวหรือไม่ ตอบได้ว่าไม่รู้ แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองตาย วิญญาณก็จะออกจากร่างทันที แต่วิญญาณนั้นไม่ได้ไปผุดไปเกิด ไม่ไปสวรรค์หรือไม่ไปนรก วิญญาณดวงนี้ยังอยู่บนโลกมนุษย์นี้ อยู่ในร่างของผู้ชายคนหนึ่ง โดยเขาก็ไม่รู้ว่ามีิวิญญาณอะไรอยู่ในตัวเขา ใครที่เถียงในเรื่องนี้ ก็สามารถมานั่งร่วมวงสนทนากัน เชิญผู้ที่มีฌาณ ๔ ซึ่งมีตาทิพย์ จะเป็นคนธรรมดาหรือเป็นพระก็ได้ มาร่วมวงสนทนากัน  จะได้คนที่มาจากวิชาการหลาย ๆ อย่าง มาไขข้อข้องใจกันได้  คนที่มีฌาณสูงนั้นสามารถเห็นวิญญาณคนตาย เห็นเทพเทวดาได้อยู่แล้ว ก็เหมือนหมาเห็นเครื่องบินนั่นแหละ  ถามว่าช่วยวิญญาที่สิงอยู่ในร่างคนได้ไหม? ยิ่งเอาคนที่ถูกคุณไสยมาร่วมวงด้วย ก็จะให้พระที่มีฌาณสูงๆ นั้น ขับ ไล่ คุณไสย ออกให้ดู  หากทำไม่ได้ก็จะรู้ว่า ระดับ อาจารย์ประหยัด นั้นจะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งถ้าใคร ๆ เขารู้ตัว ก็คงจะไม่กล้าที่จะมาร่วมวงด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 02, 2011, 10:04:39 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
ศิิษย์ไม่เอาไหน
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11


naitiw


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: เมษายน 19, 2011, 04:20:23 PM »

กด LIKE  หมายถึง  การนิยมชมชอบในคำพูดหรือบทความนั้นๆของเจ้าของคำพูด

มาจาก Social Network แหล่งหนึ่ง  นั่นคือ Facebook
บันทึกการเข้า

ละความชั่ว ทำความดี  ทำจิตใจให้ผ่องใส
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: