"อายุบวร"

วันนี้ ได้รับ จดหมาย ล.ว. ๓๑ ธ.ค. ๒๕๕๓ จาก นายไพโรจน์ สงบยิ่ง ได้เขียนมาอบรม อาจารย์ประหยัด ให้ได้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ที่ได้ไปกล่าวโจมตีคุณเวทย์ตลอด ซึ่งก็ไม่ทราบว่านายไพโรจน์นี้เป็นญาติทางไหนของ นายเวทย์ ขอประทานโทษ ที่ “เสือก” มารู้ดีกว่า “น้ากับหลาน” คือนายเวทย์นั้นเป็นน้องชายของคุณแม่อาจารย์ประหยัด ซึ่งอาจารย์ประหยัดนั้นได้เรียนรู้ธรรมะในหัวข้อเรื่อง “ความเห็นแก่ตัว ข่มเหงรังแกบรรดาหลาน” นั้น จากนายเวทย์ มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๔๙๐ แล้ว มึง เป็นใครมาจากไหน ที่เข้ามายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ ซึ่งมันเกิดมานานแล้ว

การที่ อาจารย์ประหยัด นำเรื่องจริงมาเล่า มึงเสือกว่ากูไปโจมตีนายเวทย์ มึงเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่เขาทารุณรังแกกูหรือไม่ เรื่องที่นายเวทย์ทำเอาไว้กับกูนั้น จะยกมาเล่าให้ฟังอีกเรื่องหนึ่งก็คือ มีอยู่วันหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ที่บ้านถนนเจริญเมือง นายเวทย์ให้คนมาตามไปที่บ้านกงสี นายเวทย์ตั้งข้อหาว่า อ.ประหยัด ขโมย พระศิวลี องค์สูงประมาณ ๖ นิ้วไป จึงถูกทำโทษโดยการโบยตี พร้อม กับนายอมฤตย วิบุลสันติ เมื่อตกเย็นมา ลูกชายนายเวทย์ก็เอาพระองค์นี้กลับมาไว้ที่โต๊ะบูชาเหมือนเดิม อาจารย์ประหยัดถูกเฆี่ยนฟรี ๆ โดยไอ้น้าชาติชั่ว โดยไม่มีการกล่าวคำว่าขอโทษ ซึ่งเวลานั้นเราเด็กเกินไปที่จะต่อสู้กับความชาติชั่วของมันได้ แต่เมื่อ อ.ประหยัด โตขึ้นแล้ว นายเวทย์มันก็ไม่กล้าที่จะข่มเหงรังแก แล้วมันก็ตั้งสมยานามให้อาจารย์ประหยัด ว่า “เจ้าพ่อสันป่าข่อย” เพราะว่าในตระกูลของมันนั้น ก็มี อาจารย์ประหยัด คนเดียวเท่านั้นที่ ใจกล้า ไม่กลัวใคร เป็นผลงานที่ ได้น้าชายดี มาอบรม ให้เป็นคนที่แข็งกระด้าง

นายไพโรจน์ นี้น่าจะไปอบรม หลวงพ่อเกษม อาจิณสีโล วัดน้ำหนาว ที่ได้ตอบคำถามอาจารย์ประหยัดในหัวข้อที่ว่า “หลวงพ่อครับ เทวดาที่มาอยู่กับผมนี้ทำไมท่านไม่พูดภาษาไทย” หลวงพ่อท่านตอบอาจารย์ประหยัดว่า “เทวดาที่มาอยู่เมืองไทยแล้วไม่พูดภาษาไทย มันก็เทวดาส้นตีน” เมื่อหลวงพ่อเป็นพระ พูดจาสามหาวโอ้อวดตนเอง อาจารย์ประหยัดจึงไม่กล้าโจมตีท่าน แต่เมื่อนำมาเขียนในเว็บ อาจารย์ประหยัด จะเรียกขานหลวงพ่อเกษมว่า “พระส้นตีน” แล้วก็เรียกมาหลายปีแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นกรรมเป็นเวรอะไร ในเมื่อมึงด่าองค์บารมีประจำสังขารกูได้ กูก็ด่ามึงได้เหมือนกัน ซึ่งถ้าไม่ “รู้จริง” ก็คงจะไม่กล้าด่าพระเกษมว่าพระส้นตีนหรอก

ประการสุดท้าย เสื้อแดง ถูกตั้งข้อหาว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” มันก็หาเรื่องแบบนายเวทย์นั่นแหละ หลานตัวเองไม่ผิดแต่มันยัดเยียนข้อหาว่าเป็นโจร ขโมยพระ แล้วในที่สุดนั้นตัวมันเองก็กลายเป็นโจรขโมยพระของนายบุญทา ซึ่งเรื่องนี้จะให้เล่าละเอียดไหมล่า แต่ถ้าจะให้ดีนั้นให้ไปถามเจ้าอาวาสวัดสันป่าข่อยเป็นการส่วนตัวจะดีกว่า รัฐบาลสั่งสลายม๊อบ เมื่อ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ และ วันที่ ๑๙ พ.ค.๒๕๕๓ คนไทยตายไป ๙๑ ศพ บาดเจ็บกว่าสองพัน แกนนำเชียงใหม่ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล นางกัญญาภักร มณีจักร นายภูมิใจ ไชยา ดีเจ.แหล่ ดีเจ.อ้วน ต้องหนีไปอยู่ที่เขมร ในข้อหาผู้ก่อการร้าย คนเหล่านี้เขาให้เกียรติอาจารย์ประหยัด เรียกอาจารย์ประหยัดว่า ลุง คุณมึง นายไพโรจน์ สงบยิ่ง ถ้าอยากจะเสือก ก็น่าจะทำหนังสือหรือนำ “ธรรม” ไปสอนให้กับรัฐบาลชุดนี้จะดีกว่า เพราะเรื่องมันพึ่งเกิด ถ้าปล่อยให้นานไปน่าจะเกิดสงครามกลางเมือง นายเวทย์นั้นเป็นอำพาติตายบนเตียง แต่ถ้าถูกยิงตายโดยทหารของรัฐบาลไทยชุดนี้ ลูกนายเวทย์จะพอใจหรือ ?

การที่มีน้าเฮงซวยอย่างนี้แหละ เมื่อมีการชุมนุมญาติของพวกตระกูล “อุน ปุ โส” ในครั้งแรกนั้น น้องสาว อาจารย์ประหยัด เป็นผู้จัดการดำเนินการทั้งหมด อาจารย์ประหยัด บอกกับ น้องสาวว่า ไม่ขอไปร่วมเสวนากับตระกูลนี้เป็นเด็ดขาด ซึ่งเมื่อจัดไปจัดไป แม้แต่น้องสาวที่เป็นตัวเริ่มต้น ก็ยังไม่ไปเลย เรียกว่างานนี้ได้เจ๊งไปอย่างสมบูรณ์แบบ

รู้สึกว่านายไพโรจน์ สงบยิ่ง จะมาสอนธรรมมะให้คนผิดคนเสียแล้ว ในฐานะที่ อาจารย์ประหยัด ได้ปฏิบัติสายเทพนี้มา ถ้าไม่รู้จริงคงจะไม่กล้าด่าพระเกษมว่าพระส้นตีน แล้วก็ไม่ได้หวังว่าจะไป “อรหันต์” แต่ก็มีคุณธรรมอยู่แล้วโดยกมลสันดาน ไม่ต้ม ไม่หลอกลวงใคร ช่วยคนมามากกว่าหนึ่งหมื่นคนแล้ว จนรู้ว่าเวลานี้ นายเวทย์นั้น ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนบาป แต่นายเวทย์นั้นอยู่ใน “นรก” คงไม่จำเป็นต้องบอกว่านรกขุมไหน ซึ่งนายไพโรจน์ ควรที่จะไปช่วยนายเวทย์โดยการไปบวชหรือโดยแนวทางสายวิปัสสนากำมัฏฐาน ดีกว่าจะมาสอน อาจารย์ประหยัด ถ้ารักและนับถือนายเวทย์จริง ๆ นะ แต่สำหรับอาจารย์ประหยัดนั้นเลิกนับถือนายเวทย์มานานหลายสิบปีแล้ว ในงานวันเผาศพ รุ้งลาวัลย์ วิบุลสันติ นั้น หากนายอมฤตย วิบุลสันติ ไม่ห้าม ไม่ดึงเอาไว้ นายเวทย์ก็ถูกอาจารย์ประหยัด ต่อยเอาแล้ว สาเหตุเพราะมึงข่มเหงกูมานานแล้วโว้ย อาจารย์ประหยัดนั้นไม่เคยอาฆาติใคร เพียงแต่ความจำดีเท่านั้นเอง