"อายุบวร"

วันศุกร์ที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔

เมื่อวานนี้ คุณสมหญิง ภรรยาของคุณมนู โทรมาบอกว่าจะพาคุณป้อมมาหา ซึ่งคุณป้อมนั้นเป็นสายวิปัสสนากำมัฏฐาน เจอกันเมื่อสิบปีก่อนที่เธอได้พาสามีของเธอมารักษากับ อ.ประหยัด ด้วยพลังจักรวาล เธอต้องการที่จะช่วยคุณมนูในเรื่องการเจ็บป่วย ซึ่งก็ได้ดูเอาไว้ก่อนด้วยตาในแล้ว ร่างของคุณมนูนั้นดำมืดไปหมด ก็หมายถึงว่าหมดอายุขัยแล้ว เธอบอกว่าคุณมนูน่าที่จะต้องไปแล้วเมื่ออายุได้ ๖๒ ปี และถ้าผ่านพ้นอายุ ๖๔ ปีไปก็จะมีอายุยืนไปถึง ๗๐ ปี ซึ่งเมื่อซักไซ้ไร่เรียงจากคุณสมหญิง คุณมนูนั้นอายุครบ ๖๔ ปีเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ก็เป็นอันว่าปีนี้ย่างเข้าสู่อายุ ๖๕ ปี

เมื่อคุณป้อมแกไหว้พระเสร็จ ก็นั่งหลับตาอยู่ประมาณ ๑๐ นาที ก็ไม่สามารถที่จะเชิญเทพองค์ใดลงประทับร่างได้ ที่มาสำนักอาจารย์ประหยัด แล้วลงไม่ได้น่าจะเป็นองค์สำภเวสีมากกว่า จึงไม่กล้าที่จะเข้ามาในบ้านของอาจารย์ประหยัด ก็หงายมือซ้ายเธอวางบนเข่าแล้วเอานิ้วกลางจิ้มลงกลางฝ่ามือ พูดภาษาเทพออกไป เธอก็ตอบสวนมาทันที ภาษาที่พูดออกมานั้นทำกร่างมาก เหมือนกับว่าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ในเมื่อเอ็งเป็นวิญญาณที่ไม่สามารถมองเห็นองค์ฤๅษีได้ ทั้งสังขารและวิญญาณที่มาทรงนั้นน่าจะรู้แล้วว่า องค์บารมีของอาจารย์ประหยัดนั้นไม่ธรรมดา ในเมื่อมีตาทิพย์ก็ย่อมจะมองเห็นองค์บารมีของ อาจารย์ประหยัด แล้ว และเมื่อ อาจารย์ประหยัด ถามว่า องค์บารมีปัจจุบันกับเมื่อก่อนนี้เหมือนเดิมหรือไม่ คุณป้อมเธอก็บอกว่าเหมือนเดิม และเธอก็บอกว่า อาจารย์ประหยัด นั้นหน้าตาดี แข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย ก็เพราะมี เทวดาคุ้มครองหลายพระองค์ ที่ว่าองค์บารมีเหมือนเดิมนั้นน่าจะทายผิด เพราะผ่านมาสิบปีนั้น การปฏิบัติตนในสายสัญญานั้นไม่เหมือนกับสายอื่น บารมีของร่างและขององค์จะสูงขึ้นมาก สูงจนวิญญาณหรือเทวดากิ๊กก๊อกหรือเทวดาเล็ก ๆ นั้นจะมองไม่เห็นองค์
>

เมื่อองค์ของเธอมาแล้ว ก็ถามว่าเชิญแกมาทำไม ก็บอกไปว่าที่เชิญมานั้นก็เพื่อที่จะมาช่วยคุณมนู องค์ของคุณป้อมก็นั่งอยู่ประมาณ ๑๐ นาที ก็ตอบว่าช่วยไม่ได้ หมดอายุขัยแล้ว แต่ก็มีอยู่ทางหนึ่งก็คือ ให้ไปที่สวนสมุนไพร เอาเด็กผู้หญิงอายุ ๘ ขวบ หรือถ้าอายุมากกว่านั้นต้องไม่เคยมีผัว ไปเก็บเอาใบของสมุนไพรทุกต้น ๗๒ ต้น แล้วเอามาต้มกิน ๓ อึก เท่านั้นก็หาย มันก็ช่างง่ายดายเหลือเกิน แต่ก็เป็นเรื่องที่คุณสมหญิงจะต้องจัดการ ส่วนถ้าบอกให้อาจารย์ประหยัดนั้นคงจะไม่ทำให้ เพราะว่าสำภเวสีนั้นจะเหนือกว่าปู่ชีวกคงจะไม่ได้ แต่ที่ปู่ไม่สามารถให้ยาแก่เราได้นั้น เพราะว่าไม่มีคนแปลภาษาเทพให้ คนที่เคยแปลภาษาเทพให้เมื่อ ๑๐ ปีก่อนนั้น คือไพโรจน์เพื่อนกัน เขาก็เอาองค์ฤษี ของเขาไปทิ้งน้ำเสียแล้ว ส่วนองค์พระแม่กวนอิมของน้องสาวนั้นเวลานี้เมื่อน้องสาวเดินสายพระ ท่านก็ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว ก็เป็นอันว่าได้เรียนรู้กับคุณป้อมได้เท่านี้แหละ

ยังไม่ทันที่คุณป้อมจะกลับ คุณอุไรมาจากนครสวรรค์ ซึ่งหายหน้าหายตาไป ๔ ปีแล้วก็ได้มาเยี่ยมอาจารย์ประหยัด เจอกับองค์ของคุณป้อมก็ได้ทักทายกันพอสมควร เมื่อคุณป้อมไปแล้ว องค์ของคุณอุไรก็ได้มานั่งสนทนากันกับองค์อาจารย์ประหยัด ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มาหลายองค์มาก บางองค์ท่านก็พูดภาษาไทยได้ คุณอุไรนั้นเป็นเจ้าแม่เชียงกงที่นครสวรรค์ ตั้งแต่ที่ตุ๊ดเฒ่าบอกว่า ประเทศไทยโชคดีที่ได้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายก กิจการของคุณอุไรก็เงียบเหงาจนถึงเวลานี้ แต่ก็ไม่ถึงกับว่าต้องปิดกิจการเหมือนโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมข้างบ้านตุ๊ดหนุ่ม

ตอนเย็น ๑๘.๐๐ น ก็ได้ไปเยี่ยมคุณมนูที่โรงพยาบาลมหาราช ตึกกานดา วิบุลสันติ คุณมนูไปฉายแสงที่บริเวณเนื้องอกมา เลือดที่เติมไว้ก่อนหน้าฉายแสง ๓ ถุงก็ไหลออกมาเกือบหมด เมื่อก้อนเนื้อก้อนนี้ถูกแสงก็เกิดอาการเจ็บปวดจนต้องร้องครางอย่างเจ็บปวด คุณหมอก็จำเป็นต้องให้มอฟินจึงจะหยุดยั้งความเจ็บปวดได้ หมอแผนกรังสีท่านบ่นหรือว่าด่าก็จำไม่ได้ ที่หมอผ่าตัดคุณมนูแล้ว ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ทำอะไรไม่ได้ก็ไม่ยอมส่งตัวไปแผนกอื่น แต่ส่งตัวไปให้หมอวางยาแก้ปวด ซึ่งคุณมนูก็รักษาด้วยยาแก้ปวดมา ๖ เดือนแล้ว ใช่ว่าเป็นหมอผ่าตัดแล้วมันจะฉลาด เมื่อตนเองผ่าตัดแล้ว เช็คก้อนเนื้อแล้วว่าไม่เป็นมะเร็ง เวลาคนไข้กลับไปถามมันพูดได้อยู่คำเดียวว่า “ผมไม่รู้” เมื่อมึงเป็นหมอแล้วไม่รู้ พวกกูพวกคนไข้จะไปถามหมาที่ไหน มันเป็นเรื่องของคนไข้เราไม่ได้ไปยุ่งด้วยก็ดีแล้ว ว่าจะไม่ทำอะไรก็ยังขอชื่อหมอคนนี้ ถ้าได้ก็จะสั่งสอนไปตามกรรมเสียบ้าง

คุณมนูนั้นหน้าซีดเหมือนไก่ต้ม ต้องเติมเลือดอีก ๒ ถุง ทั้ง ๆ ที่ท้องหิวก็กินไม่ลง ก็พยายามกินผลไม้เพื่อไม่ให้ท้องว่า เพราะถ้าท้องว่างแล้วกินยาเข้าไปก็จะทำให้ยาไปกัดกระเพาะ คนป่วยคนเดียว ลูกเมียลูกเขยก็ต้องเดือดร้อนกันไปหมด ต้องลางานมาดูแล ซึ่งคนที่ไม่เคยประสบเคราะห์กรรมแบบนี้ยังคงจะไม่รู้ แล้วไม่ควรปล่อยให้กรรมมันตามมาทัน ให้ปฏิบัติตัวเพื่อป้องกัน เสริมบุญบารมี เพื่อที่จะไม่ต้องได้มาเจอกับกรรมเก่าหรือกรรมใหม่ที่ตัวเองได้กระทำเอาไว้ตั้งแต่อดีตชาติและมาในชาตินี้ ก็อย่ามาพยายามสั่งสอนอาจารย์ประหยัดด้วยธรรมมะก็แล้วกัน เพราะคนที่อยู่ในสายเทพและสายสัญญาฝ่ายปราบมารนั้น มีองค์ฤษีเป็นผู้ชี้นำอยู่แล้ว การที่จะสู้กับมารด้วยการแผ่เมตตานั้นเอาไว้ไปสอนพวกพระเถอะ เพราะว่าพระพุทธเจ้านั้นเมื่อสู้กับมาร ท่านไม่ได้ชนะด้วยตนเอง ท่านชนะมารเพราะมีพระแม่ธรณีมาช่วย ด้วยการบีบมวยผมให้น้ำท่วมพวกมารและลูกสาวมารจนพ่ายหนีไป เมื่อประจุองค์พระธรรมให้กับคุณมนูแล้วก็ลากลับ แล้วก็รอดูผลไปเรื่อย ๆ เป็นการเรียนรู้ในภาคสนามของสายสัญญา ซึ่งมีศิษย์สายสัญญาน้อยมากที่จะได้เรียนรู้