"อายุบวร"

อยากถามบรรดาอาจารย์สายสัญญาว่า ท่านเคยพยายามสร้างร่างทรงในระดับทรงสำภเวสี ให้เลื่อนระดับชั้นขึ้นมาได้ดีที่สุึดได้แค่ไหน หรือสามารถประจุองค์พระธรรมให้เลื่อนชั้นขึ้นเป็นเทพได้ หากท่านทำได้ก็น่าจะทำให้สังขารนั้นสะอาดมีบารมีสูงขึ้นจนมีเทพองค์อื่นมาร่วมขอสร้างบารมีด้วย แต่ส่วนมากน่าจะเป็น "วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง" มากกว่า ซึ่งศิษย์ในสายสัญญานั้นไม่มีวันรู้ได้หรอก บรรดาสำภเวสีที่ลงมาสวมร่างคนเป็นเวลานานนั้น องค์พระธรรมองค์ไหนที่ว่าปราบผี ปราบมาร ได้ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ เพราะว่าพวกเขาก็เป็นองค์บารมีประจำสังขาร ไม่ใช่้ว่าจะต้องเป็นเทวดาเสมอไป เป็น "ผี" ก็เป็นองค์บารมีประจำสังขารได้

เคยคิดและเคยทำให้ร่างทรงสำภเวสีให้เลื่อนชั้นหรือเก่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถมีความอดทนทำได้ เพราะพวกนี้มันมีอีโก้ หยิ่งในศักดิ์ศรีของการเป็นสำภเวสี บางตัวเขาเรียกมันว่า พ่อปู่ แต่เป็นผีประเภทหมอยา หรือหมอผี ประจำหมู่บ้านที่ตายไปแล้ว มาสวมร่าง มันก็คิดว่ามันนะแน่เต็มที เป็นร่างทรงที่ว่าเหนือกว่าบรรดาร่างทรงทั่วไป บางคนเป็นเด็กสาว เวลาสวมร่างก็ทำจุ้ย สูบบุหรี (ขี้โย) อมเมี้ยง วางมาดเหมือนกันว่าตัวมันเองนั้นมี ฤทธิ์โสดา่นุภาพล้นโลก ทำมานั่งสูบบุหรีจุ้ย กูเห็นละเบื่อ เพราะว่าถ้ามึงเก่งจริง คนในหมู่บ้านมึงก็คงจะไม่ต้องรอให้อายุมากแล้วต้องมารอถึงมือให้กูเปิดพระโอษฐ์ให้

ในปี พ.ศ.๒๕๓๖ นั่งดู อ.พงศ์วิทย์ ไล่ผีนั้น ใช้เวลาไล่อยู่หลายวัน ต้องเสียค่าทำสังฆทานไปเป็นสิบ ๆ ชุึด ในที่สุดก็ได้ออกไปด้วยความยากเย็น ซึ่งร่างนี้เป็นนางพยาบาล แต่มีผีคนป่าคนดอยมาเข้า เวลาเดินเหมือนคนดอยเดินขึ้นดอยนั่นแหละ อาจารย์ประหยัดตอนนั้นเพิ่งเข้าสายสัญญา อ.พงศ์วิทย์ก็ให้ช่วย ท่านบอกว่าให้เขียนองค์พระร่วง เขียนไปมันก็ไม่เห็นว่าผีตัวนี้มันเจ็บปวดอะไร ก็เปลี่ยนเป็นองค์ปราบมารเบื้องล่าง แต่บารมีเรายังน้อยมันก็เจ็บเหมือนกัน เพราะตอนที่ประจุเสร็จนั้น เธอเดินออกไปแต่หันมาค้อนให้กับ อาจารย์ประหยัด แล้่วพูดว่า "ไม่จริงใจ" ก็ไม่รู้ว่ามึุงก็เจ็บเหมือนกันหรือ กว่าผีตัวนี้จะออก อ.พงศ์วิทย์ ปราบเป็นเดือน คุณแม่เจ้าของร่างหมดเงินไปเป็นหมื่น ๆ มาทุกครั้งก็แทบจะต้องทำสังฆทานแก้เวรแก้กรรมทุกครั้ง ซึ่งมาถึงเวลาปัจจุบันนี้ อาจารย์ประหยัด ไล่ผีไม่เห็นว่ามันยากเย็นถึงขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสังฆทานให้่ในการไถ่ถอนเวรกรรม ที่แตกต่างกันกับ อ.พงศ์วิทย์ ก็คือ

อาจารย์ประหยัด นั้นไล่ผีด้วยองค์บารมีประจำสังขาร และองค์บารมีขององค์พระธรรม ซึ่งแต่ก่อนนั้นถ้าปราบผีก็เขียนปราบเลย มึงทนองค์พระธรรมได้ก็ทนไปทนไม่ได้มึงต้องออกไป ไม่รู้แหละว่าเป็นผีเจ้ากรรมนายเวรหรือไม่ เพราะไม่มีตามองเห็น เมื่อมีอำนาจอยู่ในตัว ผิดไม่ผิดกูก็ต่อยมึงละ ทำเหมือนรัฐบาลชุดนี้แหละ จับแล้วก็ตั้งข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ก็ไม่เคยถูกเจ้ากรรมนายเวรของลูกศิษย์เล่นงาน น่าจะมีมือที่มองไม่เห็นมาช่วยนะเป็นของแท้เสียด้วย มาปัจจุบันนี้ ก่อนที่จะทำการปราบ ก่อนใส่นวม ก็ต้องตั้งโต๊ะเจรจากันเสียก่อน ถ้าตกลงกันได้ก็ไม่ต้องปราบ รับองค์พระธรรมและรับสังฆทานไป หากเป็นเจ้ากรรมนายเวรก็ต้องชดใช้ด้วยทำสังฆทานไถ่ถอน หรือไม่ถ้าไม่มีเงินก็ต้องเข้ามาปฏิบัติในสายสัญญา

พ่อต้นฯ ถ้าเป็นนักมวยก็ครบเครื่องมวยไทย ท่านเป็นสายสัญญาที่ครบเครื่อง ซึ่งเท่าที่ปฏิบัติมานั้นเมื่ออาจารย์ประหยัดเข้ามาในสายสัญญาก่อน แล้วจึงมาเข้าในสายเทพ แต่พ่อต้นฯ ท่านเข้าสายเทพก่อน เป็นร่างทรงครั้งเมื่อท่านบวชแล้ว ท่านจะมีเทพเทวดามาประคองคอยชี้แนะ แต่สายสัญญาประเภทที่อย่างที่ อาจารย์ประหยัด เป็นนั้น เป็นสายสัญญาที่เทพมาทีหลัง ก็ช้ากว่าพ่อต้นฯ เพราะต้องเรียนรู้เอาเอง แต่ก็ภูมิใจที่ว่าเราเองนั้น "รู้เท่าทันพระบารมี" ก็คงจะเป็นสายสัญญาคนเดียวในเชียงใหม่ที่ีเป็นสายสัญญาคล้าย ๆ พ่อต้นฯ แต่ก็มีศิษย์พ่อต้นฯ คนหนึ่งคือ อ.หอมฟุ้ง แกก็คล้ายกับ อาจารย์ประหยัด นี่แหละ แต่ในเรื่องเทพนั้น อ.หอมฟุ้ง แกเอาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องนัก จึงทำให้แกต้องเสื่อมถอยทั้งในสายเทพและสายสัญญา ในเรื่องสายเทพนั้นเรียนรู้ก็ยากพอ ๆ กับสายสัญญา ซึ่งถ้าไม่มีกุศลมูลเดิมแล้ว จะเป็นอาจารย์สายสัญญาได้ก็ระดับงั้น ๆ แหละ เป็นพระได้แต่ไม่สามารถเป็นเจ้าอาวาสได้หรอก แม้จะบวชจนแก่ก็จะไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส พระนั้นทำผิดศีล คนเรามันสามารถมองเห็นได้ แต่ถ้าศิษย์สายสัญญาทำผิดนั้น มันมองไม่เห็น แม้จะถูกปลดถูกถอดถอนไปแล้ว อาจารย์ผู้นั้นมันยังไม่รู้ตัวมันเลย ก็ยังเอาแบบแผนเก่าที่เคยทำนั้นมาหากินไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ นานเข้าก็ไม่มีใครเข้าหา แล้วก็จะเจ้งไปโดยอัตโนมัติ