หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: งานพิธีบวงสรวงและครอบครู  (อ่าน 681 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 23, 2011, 04:52:51 PM »

"อายุบวร."
 Grinวันอาทิตย์ที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔
    Grin Grin วันนี้ตื่นแต่เช้า เพื่อที่จะไปงานบวงสรวง สมเด็จพระปิยะมหาราช และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่บ้านป่าม่วง ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่  โดยเจ้าของงานก็คือ พ.ต.นายก์-นางนงเยาว์ พงศ์หิรัญ ไปถึงงานเวลา ๘.๔๐ น. ถือว่ายังเช้าอยู่สำหรับคนรอบนอก มีคนไปร่วมพิธีประมาณ ๕๐ กว่าคนเท่านั้น  ส่วนมากจะเป็นร่างทรงองค์เทพ  ส่วนร่างผีนั้นมีน้อยและจะมาในงานนี้ก่อนเวลา ๑๗.๐๐ น. เพื่อมากินข้าวฟรี  มีเบียร์ช้างเลี้ยงฟรี ๔๐ ลัง ยังไม่พอมีดนตรีโดยทีมงานของ (นก) มหวรรณ กะวัง รองหัวหน้าพรรคขัตติยะธรรม ไปเล่นให้ฟังฟรี แถมมีตลกคณะ วิฑูรย์ ใจพรหม ไปเล่นอีกด้วย  ซึ่งผู้ที่ไปร่วมงานนั้นหากเป็นชาวบ้านจะบริจาคเพื่อทำบุญอย่างมากก็ไม่เกินหนึ่งร้อยบาท
    Grin อาจารย์ประหยัด ในฐานะที่ถูกเชิญไปเป็นประธานฝ่ายเทพ  ก็ได้เริ่มพิธีเวลาประมาณ ๙ โมงเศษ มีร่างเทพที่เข้าร่วมพิธีประมาณ ๒๐ กว่าคน เมื่อเสร็จพิธีบวงสรวงแล้ว ก็เป็นพิธีฝ่ายสงฆ์  เสร็จพิธีฝ่ายสงฆ์แล้วก็มีการครอบครูโดยเศียรพ่อแก่  อาจารย์ผู้ครอบนั้นก็คือ อาจารย์ประหยัด สายสัญญา-ประยุกต์ ซึ่งเป็นงานครอบครูงานแรก แล้วก็ไม่เคยได้ยินว่า สายสัญญาพันธุ์แท้นั้นมีอาจารย์คนไหนเคยไปเป็นอาจารย์ครอบครูเลย  ซึ่งถ้าพวกสายสัญญาวิหารใหญ่หรือวิหารอาจารย์บุญมา นพสันเทียะ ได้ยินว่า อาจารย์ประหยัด ไปครอบครูให้ลูกศิษย์ พวกเขาก็คงคิดว่าอาจารย์ประหยัดนั้นเพี้ยน  แต่ถ้าได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งในสายสัญญาแล้ว เรื่องการครอบครูนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก แล้วง่ายสำหรับอาจารย์ประหยัดด้วย ในฐานะที่อาจารย์ประหยัดนั้นมีองค์บารมีเป็น “พระนารถพรหมฤษี” ถามองค์พระบารมีแล้วท่านบอกว่าเรื่องการครอบครูนี้เป็นเรื่อง “หมู” แต่ถ้าบารมีไม่ถึงก็ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย ก็เห็นในทีวีและเห็น อ.สุชาติ ครอบครูมาแล้ว ก็พูดได้ว่าง่ายมาก เพราะคนที่ครอบนั้นไม่มีองค์แล้วถ้ามีองค็ก็เป็นองค์ที่เล็กกว่าอาจารย์ประหยัดเสียด้วย ในสายเทพนั้น “ปู่ใหญ่” หรือพ่อแก่นั้นเป็นบรมครูของเทพทั้งหลาย
    Lips Sealed ในขณะที่ทำการครอบครูอยู่นั้น ก็มีทหารรุ่นน้องของ พ.ต.นายก์ มีองค์แก่พร้อมที่จะลงประทับร่าง ก็เลยให้ อ.หล้าเปิดให้  เปิดแทบจะไม่ออกอยู่แล้ว เพราะท่านนายทหารคนนี้เขาสักยันต์เอาไว้เต็มหลัง  ก็เลยลุกขึ้นไปประจุองค์นะกุศลให้ พร้อมทั้งพูดกับองค์ของเขาให้ลงประทับร่าง ก็ปรากฏว่าท่านก็พูดภาษาเทพได้อย่างง่ายดาย ตอนถึงระยะนี้ก็มีบรรดาร่างทรงมาเต็มห้อง ยืนเกาะดูตามหน้าต่างด้วยความสนใจ  แต่ไม่กล้าเข้ามาให้อาจารย์ประหยัดครอบครูให้
    Lips Sealed สอบถามทางฝ่ายเจ้าภาพว่าเคยจัดงานแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า  เขาบอกว่าจัดทุกปี แต่ปีนี้เป็นงานใหญ่ ซึ่งถ้าดูด้วยสายตาแล้วรู้สึกว่าจะเป็นงานเล็ก เพราะเราเคยเห็นใหญ่กว่านี้มาแล้ว  แต่ก็ใหญ่จริง ๆ นะ เพราะหากว่า อาจารย์สายสัญญาท่านใดจัดเอง ก็น่าจะไม่มีปัญญาจัด เพราะว่า ค่าอาหารมื้อเที่ยงเลี้ยงคนไม่มาก ก็หมื่นเศษ ๆ แล้ว ส่วนอาหารเย็นอีกก็ห้าหมื่นบาท อย่างงาน อ.บุญมา นั้น (ในเรื่องอาหารเจ๊กุงก็เป็นผู้รับภาระทั้งหมด ในเรื่องการบวงสรวงก็มีลูกศิษย์รับภาระ จัดงานแล้วผลพลอยได้ก็คือ เงินที่ลูกศิษย์นำไปร่วมทำบุญด้วย ก็มีได้กับได้เท่านั้น) เบียร์ช้างอีก ๔๐ กล่อง เฉพาะเวทีก็ ๑๕,๐๐๐.-บาท ไม่ทราบว่าดนตรีพื้นเมืองนั้นอีกห้าพันหรือไม่  หลังจากรับประทานอาหารมื้อเที่ยงเสร็จ ก็ขอลาเจ้าภาพกลับก่อน เพราะว่าเมื่อวานก็เหนื่อยทั้งวันที่ไปอบรมเรื่องหุ้น ตั้งแต่ ๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. เจ้าภาพก็เชิญให้กลับไปงานกลางคืนอีก  ซึ่งถ้าเราชอบดื่มเบียร์โดยเฉพาะของฟรี ก็น่าจะไป ดื่มเบียร์ฟรี ดนตรีไพเราะ ช่างมีความสุขเหมือนกับพวกเสื้อเหลืองที่ไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ  แต่คงจะไม่ไปเพราะกลางคืนนั้นจะมีร่างผีหลายร้อยคน ก็คงจะไม่มีที่ยืน สนุกของพวกเขา แต่เราไปนั้นคงจะไม่สนุก เพราะชอบใครชอบมัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 24, 2011, 09:24:49 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 10:26:07 AM »

"อายุบวร"
    Sad ในการสร้างหนังแต่ละเรื่องนั้น ผู้สร้างและดาราจะทำพิธีการบวงสรวง  ก็จะเห็นตามทีวี จะมีดาราและผู้เกี่ยวข้องพากันไปล้นหลาม  ยิ่งถ้าเป็นการไหว้ครู ครอบครู ของโรงเรียนนาฏศิลป์แล้วละก้อ นักเรียนทุกคนจะพากันตื่นเต้น ไม่ยอมให้พลาดโอกาสในการครอบครูเป็นอันขาด  ถือว่าเป็นศิริมงคลในด้านการเล่าเรียน
     ในยุทธจักการไหว้ครูของพวกร่างทรงผีนั้น  พวกเขานับถือผีเป็นครู การไหว้ครูของพวกเขาก็คือการไหว้ครูผี ไม่ได้เป็นครูประเภทคนที่สอนวิชาให้ แต่เป็นครูที่เป็นผีมาสวมร่างนั่นแหละ เพราะฉะนั้นการไหว้ครูแบบนี้ จะต้องมีดนตรี และลานสำหรับบรรดาร่างทรงต่าง ๆ มาเต้น มาฟ้อนกัน พวกเขาถือว่าการ "ฟ้อน" คือการสร้างบุญบารมี มิน่าเล่ามีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งนั้น อาจารย์ประหยัด ก็ไปฟ้อนรำอยู่ที่ รินแก้วไน็ท์คลับ บลูมูน ไน๊ท์คลับ จึงทำให้เมื่อเวลาเข้ามาสู่สายเทพ จึงได้มีบารมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเภทที่มีบารมีเพิ่มช้าแล้วเมื่อปฏิบัติไปแล้วก็หลุดไปจากวงจรก็คือ "สายสัญญา" นี่แหละ จากหลักฐานในประวัติศาสตร์การเข้ามาของสายสัญญาในเชียงใหม่ ๒๐ ปีที่ผ่านมานั้น  ก็มีอาจารย์สายสัญญาไปโปรดญาติเอาไว้ในเชียงใหม่มากกว่าหนึ่งร้อยคน  แต่เนื่องจากพวกศิษย์เหล่านี้ไม่ยอมไปเต้นรำเพื่อสร้างบารมี จึงทำให้ศิษย์สายสัญญาในเชียงใหม่ต้องดับสูญไปตามสัญญา  ที่เหลือก็เหลือแต่ประเภทอาจารย์อดีตเป็น "เท้าไฟ" ซึ่ีงไฟไม่ไฟก็เต้นจนบาร์ในเชียงใหม่ลุกไหม้เจ้งกันไปหมดแล้ว
     ดีเจ.อ้อม หรือ นางกัญญาภักร มณีจักร นั้น ชอบกินน้ำปู๋กับหน่อไม้ ซึ่งเป็นอาหารวิเศษสุดอร่อยของเธอ จะเอา "หูฉลาม" หรือ แม๊กโดแนล มาแลกก็ไม่ยอม เปรียบไปมันก็เหมือนกับพวกเจ้าทรงประเภท ผีฟ้อน นั้น พวกผีเหล่านี้มันไม่รู้จักการครอบครูแบบระดับประเทศ เขาทำได้แต่เพียงไหว้ครูที่เป็นพวกผีของเขาเท่านั้นเอง หากสายสัญญาได้เรียนรู้และศึกษาควรที่จะเข้าใจ แต่การที่จะลงไปศึกษาด้วยกภาคสนามนั้น ก็มิใช่ของง่ายเหมือนกัน ต้องมีผู้รู้อย่างอาจารย์ประหยัด ไปลงเล่นในสนามของคนเหล่านี้แล้วนำมาเล่าให้ฟัง ส่วนคิดว่าจะไปหาประสบการณ์เอาเองนั้น มีความสามารถหรือเปล่า ต้องใช้เวลา ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ฟังอาจารย์ประหยัดเล่ามันก็เหมือนดูหนังนั่นแหละ ถ้าไม่ดูก็ไม่รู้ว่าเรื่องอย่างนี้มันมีจริง  เพราะฉะนั้นสายสัญญาประเภท สายตรง หรือสายแท้ นั้นอย่ามาแหยม อย่ามาอวดรู้ดีกว่า เพียงแค่บ่อนปอยเปตยังไม่เคยไปแล้วจะไปถึง "ลาสเวกัส" ได้ยังไง เอาแค่น้ำตกแม่กลางที่เชียงใหม่นี้ ให้ไปถึงเสียก่อนแล้วค่อยไปถึง "น้ำตกไนแกงการา" เรื่องจริงไปมาแล้วก็หาว่าราคาคุย รูปนะมีให้ดูแต่ถ้าเอามาโพสลงมาก ก็จะทำให้เสียเนื้อที่ เอาเป็นว่าใครอยากรู้ว่าราคาคุยหรือไม่ก็ขอดูหลักฐานได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 24, 2011, 10:37:00 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 10:39:41 AM »

"อายุบวร"
 Sad อยากถามบรรดาอาจารย์สายสัญญาว่า ท่านเคยพยายามสร้างร่างทรงในระดับทรงสำภเวสี ให้เลื่อนระดับชั้นขึ้นมาได้ดีที่สุึดได้แค่ไหน หรือสามารถประจุองค์พระธรรมให้เลื่อนชั้นขึ้นเป็นเทพได้ หากท่านทำได้ก็น่าจะทำให้สังขารนั้นสะอาดมีบารมีสูงขึ้นจนมีเทพองค์อื่นมาร่วมขอสร้างบารมีด้วย  แต่ส่วนมากน่าจะเป็น "วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง" มากกว่า ซึ่งศิษย์ในสายสัญญานั้นไม่มีวันรู้ได้หรอก  บรรดาสำภเวสีที่ลงมาสวมร่างคนเป็นเวลานานนั้น องค์พระธรรมองค์ไหนที่ว่าปราบผี ปราบมาร ได้ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ เพราะว่าพวกเขาก็เป็นองค์บารมีประจำสังขาร ไม่ใช่้ว่าจะต้องเป็นเทวดาเสมอไป เป็น "ผี" ก็เป็นองค์บารมีประจำสังขารได้
   เคยคิดและเคยทำให้ร่างทรงสำภเวสีให้เลื่อนชั้นหรือเก่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถมีความอดทนทำได้ เพราะพวกนี้มันมีอีโก้ หยิ่งในศักดิ์ศรีของการเป็นสำภเวสี  บางตัวเขาเรียกมันว่า พ่อปู่ แต่เป็นผีประเภทหมอยา หรือหมอผี ประจำหมู่บ้านที่ตายไปแล้ว มาสวมร่าง มันก็คิดว่ามันนะแน่เต็มที เป็นร่างทรงที่ว่าเหนือกว่าบรรดาร่างทรงทั่วไป บางคนเป็นเด็กสาว เวลาสวมร่างก็ทำจุ้ย สูบบุหรี (ขี้โย) อมเมี้ยง วางมาดเหมือนกันว่าตัวมันเองนั้นมี ฤทธิ์โสดา่นุภาพล้นโลก ทำมานั่งสูบบุหรีจุ้ย กูเห็นละเบื่อ เพราะว่าถ้ามึงเก่งจริง คนในหมู่บ้านมึงก็คงจะไม่ต้องรอให้อายุมากแล้วต้องมารอถึงมือให้กูเปิดพระโอษฐ์ให้
  Shocked ในปี พ.ศ.๒๕๓๖ นั่งดู อ.พงศ์วิทย์ ไล่ผีนั้น ใช้เวลาไล่อยู่หลายวัน ต้องเสียค่าทำสังฆทานไปเป็นสิบ ๆ ชุึด ในที่สุดก็ได้ออกไปด้วยความยากเย็น ซึ่งร่างนี้เป็นนางพยาบาล แต่มีผีคนป่าคนดอยมาเข้า เวลาเดินเหมือนคนดอยเดินขึ้นดอยนั่นแหละ อาจารย์ประหยัดตอนนั้นเพิ่งเข้าสายสัญญา อ.พงศ์วิทย์ก็ให้ช่วย ท่านบอกว่าให้เขียนองค์พระร่วง เขียนไปมันก็ไม่เห็นว่าผีตัวนี้มันเจ็บปวดอะไร ก็เปลี่ยนเป็นองค์ปราบมารเบื้องล่าง แต่บารมีเรายังน้อยมันก็เจ็บเหมือนกัน เพราะตอนที่ประจุเสร็จนั้น เธอเดินออกไปแต่หันมาค้อนให้กับ อาจารย์ประหยัด แล้่วพูดว่า "ไม่จริงใจ" ก็ไม่รู้ว่ามึุงก็เจ็บเหมือนกันหรือ กว่าผีตัวนี้จะออก อ.พงศ์วิทย์ ปราบเป็นเดือน คุณแม่เจ้าของร่างหมดเงินไปเป็นหมื่น ๆ มาทุกครั้งก็แทบจะต้องทำสังฆทานแก้เวรแก้กรรมทุกครั้ง ซึ่งมาถึงเวลาปัจจุบันนี้ อาจารย์ประหยัด ไล่ผีไม่เห็นว่ามันยากเย็นถึงขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสังฆทานให้่ในการไถ่ถอนเวรกรรม ที่แตกต่างกันกับ อ.พงศ์วิทย์ ก็คือ
   อาจารย์ประหยัด นั้นไล่ผีด้วยองค์บารมีประจำสังขาร และองค์บารมีขององค์พระธรรม ซึ่งแต่ก่อนนั้นถ้าปราบผีก็เขียนปราบเลย มึงทนองค์พระธรรมได้ก็ทนไปทนไม่ได้มึงต้องออกไป ไม่รู้แหละว่าเป็นผีเจ้ากรรมนายเวรหรือไม่ เพราะไม่มีตามองเห็น เมื่อมีอำนาจอยู่ในตัว ผิดไม่ผิดกูก็ต่อยมึงละ ทำเหมือนรัฐบาลชุดนี้แหละ จับแล้วก็ตั้งข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ก็ไม่เคยถูกเจ้ากรรมนายเวรของลูกศิษย์เล่นงาน น่าจะมีมือที่มองไม่เห็นมาช่วยนะเป็นของแท้เสียด้วย มาปัจจุบันนี้ ก่อนที่จะทำการปราบ ก่อนใส่นวม ก็ต้องตั้งโต๊ะเจรจากันเสียก่อน ถ้าตกลงกันได้ก็ไม่ต้องปราบ รับองค์พระธรรมและรับสังฆทานไป หากเป็นเจ้ากรรมนายเวรก็ต้องชดใช้ด้วยทำสังฆทานไถ่ถอน หรือไม่ถ้าไม่มีเงินก็ต้องเข้ามาปฏิบัติในสายสัญญา
     พ่อต้นฯ ถ้าเป็นนักมวยก็ครบเครื่องมวยไทย ท่านเป็นสายสัญญาที่ครบเครื่อง ซึ่งเท่าที่ปฏิบัติมานั้นเมื่ออาจารย์ประหยัดเข้ามาในสายสัญญาก่อน แล้วจึงมาเข้าในสายเทพ แต่พ่อต้นฯ ท่านเข้าสายเทพก่อน เป็นร่างทรงครั้งเมื่อท่านบวชแล้ว ท่านจะมีเทพเทวดามาประคองคอยชี้แนะ แต่สายสัญญาประเภทที่อย่างที่ อาจารย์ประหยัด เป็นนั้น เป็นสายสัญญาที่เทพมาทีหลัง ก็ช้ากว่าพ่อต้นฯ เพราะต้องเรียนรู้เอาเอง แต่ก็ภูมิใจที่ว่าเราเองนั้น "รู้เท่าทันพระบารมี" ก็คงจะเป็นสายสัญญาคนเดียวในเชียงใหม่ที่ีเป็นสายสัญญาคล้าย ๆ พ่อต้นฯ แต่ก็มีศิษย์พ่อต้นฯ คนหนึ่งคือ อ.หอมฟุ้ง แกก็คล้ายกับ อาจารย์ประหยัด นี่แหละ แต่ในเรื่องเทพนั้น อ.หอมฟุ้ง แกเอาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องนัก จึงทำให้แกต้องเสื่อมถอยทั้งในสายเทพและสายสัญญา ในเรื่องสายเทพนั้นเรียนรู้ก็ยากพอ ๆ กับสายสัญญา ซึ่งถ้าไม่มีกุศลมูลเดิมแล้ว จะเป็นอาจารย์สายสัญญาได้ก็ระดับงั้น ๆ แหละ เป็นพระได้แต่ไม่สามารถเป็นเจ้าอาวาสได้หรอก แม้จะบวชจนแก่ก็จะไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส  พระนั้นทำผิดศีล คนเรามันสามารถมองเห็นได้ แต่ถ้าศิษย์สายสัญญาทำผิดนั้น มันมองไม่เห็น แม้จะถูกปลดถูกถอดถอนไปแล้ว อาจารย์ผู้นั้นมันยังไม่รู้ตัวมันเลย ก็ยังเอาแบบแผนเก่าที่เคยทำนั้นมาหากินไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ นานเข้าก็ไม่มีใครเข้าหา แล้วก็จะเจ้งไปโดยอัตโนมัติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2011, 10:50:14 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: