หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เหล็กจารที่ใช้ลงองค์พระธรรม  (อ่าน 572 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
hmee
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 02:20:28 PM »

สวัสดีครับ อาจารประหยัด ผมเป็นลูกศิษย์คนนึงที่เปิดพระโอษฐ์ กับอาจารย์ เดือน วันปิยะครับ
ผมมีคำถามรบกวนอาจารย์ช่วยตอบให้หน่อยครับ " ถ้าเราไม่มีเหล็กจาร สามารถอย่างอื่นลงองค์พระธรรมแทน ได้หรือป่าวครับ "

เช่น ปากกาที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือครับ ตอนนี้ปมใช้ ปากกาของมือถือ  ในการลงองค์พระธรรม จะเป็นอะไรหรือป่าวครับ

รูปที่แนบมาเป็นปากกาที่ผมใช้ลงองค์พระธรรมครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 24, 2011, 02:31:43 PM โดย hmee » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 04:16:49 PM »

"อายุบวร"
    Cry ในการประจุองค์พระธรรมนั้น ก็ฟังไม่แน่ชัดว่า จำเป็นจะต้องใช้เหล็กจารโดยเฉพาะหรือไม่  เพราะในสมัยพ่อต้นฯ นั้น ท่านก็มิได้พิถีพิถัน ใช้ตะปูตอกบนไม้กลมแล้วก็ใช้เป็นเหล็กจารประจุองค์พระธรรมให้ลูกศิษ์  ซึ่งถ้าใครถูกพ่อต้นฯ ประจุองค์พระธรรมแล้ว ก็ต้องเจ็บไปหลายวัน เพราะว่าเลือดมันออก  ปกตินั้นเหล็กจารในสมัยโบราณเขาเอาไว้จารพระธรรมลงบนใบลาน ซึ่งก็ต้องเอาลนไฟให้ร้อนเสียก่อน เมื่อเขียนลงใบลานมันก็จะไหม้เป็นตัวหนังสือที่เขียน
     ตามประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ความขลังขององค์พระธรรมนั้นไม่ใช่มาจากเหล็กจาร แต่ก็มีส่วนอยู่บ้างเหมือนกัน ความขลังขององค์พระธรรมนั้น อยู่ในตัวของผู้ปฏิบัติ ในการดับล้าง ประจุองค์พระธรรม ถ้าเปรียบไปก็เหมือนแบตเตอรี่รถ ถ้าเราชาร์ตไฟเข้าไปนั้น เพื่อให้อยู่ได้นาน ก็จะต้องชาร์ตหนึ่งวันกับหนึ่งคืน เมื่อนำมาใช้ไฟในหม้อก็จะค่อย ๆ หมดไป แต่หากว่าสังขารมนุษย์มันเป็นเหมือนกับรถยนต์ ก็จะมีไดชาร์ตคอยชาร์ตไฟเข้ิาหม้อ แล้วก็ใช้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าอายุขัยของหม้อมันจะหมด คือแผ่นตะกั่วมันเสื่อม ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนหม้อใหม่  แต่ในสังขารของมนุษย์นั้น ศิษย์สายสัญญาใช้วิธีชาร์ตไฟ(หรือบารมี) โดยการประจุองค์พระธรรม สายไฟหรือเหล็กจารนั้นเป็นเพียงแค่ตัวถ่ายประจุไฟฟ้าออกไปเท่านั้นเอง แล้วสังขารของมนุษย์ที่จะไม่ทำให้ "บารมี" ขององค์พระธรรมไม่เสื่อมถอย ก็คือการรักษาศีล ๕ ซึ่งฟังแล้วก็ไม่ยาก แต่มันยากอยู่ที่ว่า เมื่อปฏิบัติไปแล้วเมื่อห่างจากผู้รู้ดีในสายสัญญาหรือสายเทพ มันก็จะทำให้ผู้ปฏิบัตินั้นเลิกลาไปเองเป็นส่วนมาก เพราะฉะนั้นสายสัญญาในเชียงใหม่หนึ่งร้อยกว่าคนเศษ ๆ ก็จะเหลืออยู่น่าจะไม่ถึง ๕ คนเท่านั้น
     เพราะฉะนั้นสายไฟที่ดีก็น่าจะเป็นสายทองแดง แล้วเหล็กจารที่ดีนั้นก็จะต้อง เบา ตัวปลายเหล็กจารนั้นไม่คมและไม่ทู่เกินไป เกลี้ยงเกลา ลื่น เขียนง่าย หากแหลมเกินไปอย่างบางคนบอกว่าใช้ปากกาก็ได้ ถ้ามันได้ก็ดีนะเพราะราคามันถูกดี ซื้อแจกลูกศิษย์ได้เลย แต่จริง ๆ นั้นเหล็กจารที่ดีมันทำยากพอสมควร ที่วิหารอาจารย์บุญมา ลูกศิษย์ อ.บุญมา เขาโชว์ให้ อาจารย์ประหยัด ดูเหล็กจารของเขาทำด้วยไม้ "งิ้วดำ" มันคงนึกว่าอาจารย์ประหยัดไม่มี ก็แจกลูกศิษย์ไปเป็นสิบอันแล้ว ไม่เห็นว่าพวกลูกศิษย์มันจะมีบารมีสูงเพราะเหล็กจาร ที่ได้ไปนั้นก็กลายเป็นอาจารย์ประเภทราคาคุยเท่านั้น อย่างนายกบแก่ก็ให้ไป ๒ อัน อาจารย์กว้างลูกชายพ่อต้นก็ให้ไป ๒ อัน แจกไปจนเหลือเอาไว้ใช้เอาไว้พออวดเท่านั้นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 10:22:12 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
hmee
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 25, 2011, 02:38:57 PM »

    

ขอบคุณมากครับ อาจารย์
ที่ผมใช้ปากกามือถือเพราะ พกได้สะดวก ติดตัวตลอดเวลา ทำให้ประจุองค์พระธรรมได้ตลอดครับ

  
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 10:25:44 AM »

"อายุบวร"
   Sad มีอาจารย์สายสัญญาลูกศิษย์พ่ีอต้นท่านหนึ่ง ชื่อว่า อาจารย์บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ ท่านใช้เหล็กจาร ไม้งิ้วดำ ที่เป็นเหล็กสแตนเลสนั้น ท่านเปลี่ยนเป็นทองคำ ซึ่งดึงออกมาแล้วก็น่าเลื่อมใส
    Cry ความขลังขององค์พระธรรมนั้นมันไม่ได้อยู่ที่ ไม้งิ้วดำ หรือ ทองคำ มันอยู่ที่ว่า อาจารย์ท่านนั้นปฏิบัติในสายสัญญา ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์หรือไม่ บริสุทธิ์นี้หมายถึงว่า ไม่หวังในอามิสสินจ้างในทางการโปรดญาติ เรียกร้องเอาเงินทองจากผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากที่มาหา  ซึ่งถ้าเป็นอาจารย์ประเภท "พาณิชย์" และก้อ ต่อให้เหล็กจารทำด้วยทองปลายเหล็กจารฝังเพชร ก็หาได้มีประโยชน์อันใดไม่ ยังสู้อาจารย์ผู้ที่โปรดญาติไม่เรียกร้องแล้วใช้เหล็กจารธรรมดานี่แหละ ยังไม่ได้เลย
    Tongue เพราะฉะนั้น เวลานี้การโปรดญาติสายสัญญานั้นจะยากมากขึ้น  จะหาญาติที่เป็น "หน่อเนื้อเชื้อไขของสายสัญญา" ได้ยากมาก เพราะเท่าที่ได้ยกถาดในกรุงเทพฯ ไปหลายร้อยคนแล้ว  ก็รู้สึกว่าทุกคนน่าจะเก่งกันไปหมด เวลาที่เข้ามาอ่านในเว็บนี้ก็ไม่ค่อยจะมีคำถามอะไร เพราะว่ารู้หมดแล้ว แต่มันแปลกที่ว่า ลูกศิษย์เหล่านี้ก็ยกถาดไปนานพอสมควร ก็ไม่ได้ยินว่าจะมีชื่อเสียงเรียงนามในการโปรดญาติในกรุงเทพฯ เลย แม้แต่สิ่งสุดท้ายที่จะเลิกจากสายสัญญาไปแล้ว ทุกคนก็จะเหลือองค์พระบารมีประจำสังขารเอาไว้ในตัวทุกคน  ซึ่งคนที่ไม่เหลือองค์บารมีเอาไว้นั้นก็น่าจะทำชั่วมากพอควร แล้วองค์บารมีนั้นก็จะยังช่วยสังขารได้อยู่เสมอ แต่จะไม่เก่งหรือมีบารมีสูงเท่ากับผู้่ที่สังขารยังปฏิบัติในสายสัญญาอยู่เท่านั้น
    Sad ใครก็ตามถ้าไม่มีหน้าที่ ไม่รู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ทางใดในสายสัญญา ยกตัวอย่างเช่น ศิษย์ในสายสัญญาพ่อต้นฯ สายอาจารย์บุญมา ท่านหนึ่ง  เวลาที่ไปรักษาใครนั้นก็จะมีสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณหรือโรคถ่ายจากคนป่วยเข้ามาในตัว เหมือนกับการรักษาโรคด้วยพลังจักรวาลนั่นแหละ แต่สายสัญญานั้นสามารถเอาออกด้วยการดับล้าง แต่ถ้าเราเป็นสายสัญญาประเภทที่กำหนดมาให้อยู่ฝ่าย "ปราบ" เมื่อไปรักษาพลังจักรวาลให้ใคร ก็จะไม่ได้รับการถ่ายโรคหรือกรรมเวรใด ๆ เข้ามาสู่ตัวเองได้เลย แม้จะทำการรักษาในสายสัญญา ปราบผี ปราบคุณไสย รักษาโรค ก็จะไม่มีสิ่งใด ๆ จะเข้ามาทำร้ายได้ เพราะว่าได้ถูกกำหนดให้มาเป็นอย่างนี้  แต่ก็มีศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ฺ หลายคน ที่เห็นว่า อาจารย์ประหยัด ทำได้ก็จะเรียนแบบ ซึ่งเมื่อใจร้อนยังไม่ถึงเวลา ถ้าเป็นนักมวยชกครั้งสองครั้งก็จะไปชิงแช้มป์ ก็เท่ากับว่าเอาตัวเองนั้นไปดับกับนักมวยที่เก่งกว่าเท่านั้นแหละ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: