หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชื่อนั้นสำคัญไฉน  (อ่าน 215 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 10:02:57 AM »

"อายุบวร"
 Grin๗.   นามสิทธิชาดก
                  
         ว่าด้วยชื่อไม่เป็นของสำคัญ

        [ ๙๗]     " เพราะเห็นคนชื่อ  ชีวกะตาย  นางธนปาลี  ตกยาก    นายปันถกะหลงทางในป่า   เจ้าปาปกะ  จึงกลับมา"              
                                 จบ นามลิทธิชาดกที่ ๗
                  อรรถกถานามสิทธิชาดกที่  ๗                                      
        พระศาสดา    เมื่อประทับอยู่    ณ    พระเชตะวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้หวังความสำเร็จโดยชื่อ     รูปหนึ่ง    ตรัสพระธรรมเทศนานี้มีคำเริ่มต้นว่า  ชีวกญฺจ    มตํ  ทิสฺวา  ดังนี้.                
        ได้ยินว่า   กุลบุตรผู้หนึ่ง   โดยนาม   ชื่อว่า   ปาปกะ   บวชถวายชีวิตในพระศาสนา     เมื่อถูกพวกภิกษุเรียกว่า     มาเถิดอาวุโส   ปาปกะ   หยุดเถิดอาวุโส   ปาปกะ   ก็คิดว่า   ในโลกผู้ที่มีชื่อว่า   ปาปกะ   เขากล่าวกันว่า   ลามก   เป็นตัวกาฬกรรณี   เราต้องให้พระอุปัชฌาย์อาจารย์หาชื่อที่ประกอบไปด้วยมงคลอย่างอื่น    เธอเข้าไปหา    อุปัชฌาย์อาจารย์กราบเรียนว่า    ข้าแต่ท่านผู้เจริญ     ชื่อของผมเป็นอัปมงคล     กรุณาตั้งชื่ออย่างอื่นให้กระผมเถิด.    ครั้งนั้นอาจารย์และอุปัชฌาย์   ก็กล่าวก็เธออย่างนี้ว่า    ชื่อเป็นเพียงบัญญัติสำหรับเรียกกัน    ขึ้นชื่อว่าความสำเร็จประโยชน์ไร ๆ     มิได้มีเพราะชื่อเลย     เธอจงพอใจชื่อของตนนั้นเถิด      เธอคงยังอ้อนวอนอยู่ร่ำไป     ความที่เธอมุ่งความสำเร็จโดยชื่อนี้    เกิดแพร่หลายกระจายไปในสงฆ์    
          อยู่มาวันหนึ่ง    ภิกษุทั้งหลายนั่งประชุมกันในธรรมสภา    ตั้งเรื่องสนทนากันว่า    ท่าน
ผู้มีอายุทั้งหลาย    ได้ยินว่า    ภิกษุโน้น    มุ่งความสำเร็จโดยชื่อขอให้ช่วยหาชื่อที่เป็นมงคลให้     พระบรมศาสดาเสด็จมาสู่ธรรมสภา     ตรัสถามว่า     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย    พวกเธอประชุม
สนทนากันด้วยเรื่องอะไร   เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว    ตรัสว่า    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น  แม้ในกาลก่อน    เธอก็มุ่งความสำเร็จเพราะชื่อเหมือนกัน    แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธกดังต่อไปนี้ :-
        ในอดีตกาล     พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์  บอกมนต์กะมาณพ   ๕๐๐  ในพระนครตักกสิลา  มาณพผู้หนึ่งของท่าน  ชื่อ  ปาปกะ  โดยนาม  ถูกเขาเรียกอยู่ว่า  มาเถิด
ปาปกะ    ไปเถิดปาปกะ    คิดว่า    ชื่อของเราเป็นอัปมงคล    ต้องขอให้อาจารย์ตั้งชื่ออื่นให้ใหม่    เขาไปหาอาจารย์เรียนว่า    ท่านอาจารย์ขอรับ    ชื่อของกระผมเป็นอัปมงคล    โปรดตั้งชื่ออย่างอื่น
ให้เถิดขอรับ   ครั้งนั้นอาจารย์ได้กล่าวกะเขาว่า   ไปเถิดพ่อ   เจ้าจงเที่ยวไปตามชนบทแล้ว   กำหนดเอาชื่อที่เป็นมงคล     ชื่อหนึ่งที่ตนชอบใจอย่างยิ่งแล้วมา     เราจักเปลี่ยนชื่อของเจ้าเป็นชื่อ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 372
อย่างอื่น  เขารับคำว่า    ดีแล้ว  ขอรับ  ถือเอาเสบียงออกเดินทางไปท่องเที่ยวไปตามคามนิคมชนบท    ลุถึงนครแห่งหนึ่ง    ในพระนครนั้นแหละ  มีบุรุษผู้หนึ่ง  ชื่อว่า  ชีวกะ  (บุญรอด )  โดยนาม   ตายลงเห็นหมู่ญาติกำลังหามเขาไปสู่ป่าช้า  จึงถามว่า  ชายผู้นี้ชื่ออะไร ? หมู่ญาติตอบว่า จะชื่อว่า  ชีวกะ  (บุญรอด)  ก็ดี  อชีวก (ไม่รอดก็ดี) ก็ตายทั้งนั้น  ชื่อเป็นเพียงบัญญัติสำหรับเรียกกัน  เจ้านี่   เห็นจะโง่กระมัง.  เขาฟังคำนั้นแล้ว  มีความรู้สึกเฉย ๆ  ในเรื่องชื่อ เดินทางกลับเข้าเมืองของตน  ครั้งนั้น  พวกนายทุน  กำลังจับนางทาสีผู้หนึ่ง  ซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ยให้นั่งที่ประตู       เฆี่ยนด้วยเชือก     และนางทาสีผู้นั้นก็มีชื่อว่า  ธนปาลี  (คนมีทรัพย์)  เขาเดินเรื่อยไปตามท้องถนน
เห็นนางถูกเฆี่ยน    ก็ถามว่า    มันไม่ยอมให้ดอกเบี้ย    เขาถามว่าก็นางมีชื่ออย่างไรเล่า  ?    พวกนายทุนตอบว่า   นางชื่อ    ธนปาลี (คนมีทรัพย์)   เขาถามว่า   แม้จะมีชื่อ   ธนปาลี   โดยนาม   ก็ยังไม่อาจให้เงินแค่ดอกเบี้ยหรือ  ?    พวกนายทุนตอบว่า    จะชื่อธนปาลี คนรวยก็ดี    จะชื่ออธนปาลี    คนจนก็ดี    เป็นคนเข็ญใจได้ทั้งนั้นชื่อเป็นเพียงบัญญัติสำหรับเรียกกัน     เจ้านี่เห็นจะโง่แน่     เขายิ่งรู้สึกเฉย  ๆ     ในเรื่องชื่อยิ่งขึ้น     เดินออกจากเมืองไปตามทางในระหว่างทางพบคนหลงทาง     ถามว่า     ผู้เป็นเจ้าเที่ยวทำอะไรอยู่เล่า  ?    เขาตอบว่า    ข้าพเจ้าหลงทางเสียแล้ว    เขาย้อนถามว่า ก็คุณชื่อไรเล่า  ?  เขาตอบว่า    ข้าพเจ้าชื่อ  ปันถก  (ผู้เจนทาง) เขาถามว่า   ขนาดชื่อปันถกะ   ยังหลงทางอีกหรือ  ?  คนหลงทาง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 373
          กล่าวว่า   จะชื่อปันถกะ   (ชำนาญทาง)   หรือชื่ออปันถกะ   (ไม่ชำนาญทาง)   ก็มีโอกาสหลงทางได้เท่ากัน  ชื่อเป็นบัญญัติสำหรับเรียกกัน      ก็ท่านเองเห็นจะโง่แน่.      เขาเลยวางเฉยในเรื่องชื่อไปสู่สำนักของพระโพธิสัตว์    ครั้นพระโพธิสัตว์ถามว่า    อย่างไรเล่า    พ่อคุณ    เจ้าได้ชื่อที่ถูกในมาแล้วหรือ  ?   ก็เรียนท่านว่า ท่านอาจารย์ขอรับ     ธรรมดาคนเราถึงจะชื่อว่าชีวก    แม้จะชื่อ อชีวก    คงตายเท่ากัน   ถึงจะชื่อ   ธนปาลี  แม้จะชื่อ    อธนปาลีก็เป็นทุคคตะได้ทั้งนั้น    ถึงจะชื่อปันถกะ    แม้จะชื่ออปันถกะ    ก็หลงทางได้เหมือนกัน  ชื่อเป็นเพียงบัญญัติสำหรับเรียกกัน   ความสำเร็จเพราะชื่อมิได้มีเลย ความสำเร็จมีได้เพราะการกระทำเท่านั้น  พอกันทีเรื่องชื่อสำหรับกระผม กระผมขอใช้ชื่อเดิมนั่นแหละต่อไป พระโพธิสัตว์เทียบเคียงเรื่องที่เขาเห็น และกรรมที่เขากระทำแล้วกล่าวคาถานี้  ความว่า :-
               " เพราะเห็นคนชื่อ   ชีวกะตาย  นางธนปาลี ตกยาก   นายปันถกะ   หลงทางในป่า  เจ้าปาปกะ จึงกลับมา"  ดังนี้.
        บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า  ปุนราคโต   ความว่า  เพราะเห็นเหตุ   ๓   อย่างเหล่านี้   จึงหวนกลับมา   ร   อักษร   ท่านกล่าวไว้ด้วยอำนาจแห่งสนธิ.
        พระบรมศาสดา     ทรงนำอดีตนิทานนี้มาแล้ว     ตรัสว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น   แม้ในปางก่อน   เธอก็มุ่งความสำเร็จ     เพราะชื่อมาแล้วเหมือนกัน     แล้วทรงประชุม
ชาดกว่า    มาณพผู้มุ่งความสำเร็จเพราะชื่อในครั้งนั้น    ได้มาเป็นภิกษุผู้มุ่งความสำเร็จเพราะชื่อในบัดนี้     บริษัทของอาจารย์ได้มาเป็นพุทธบริษัท  ส่วนอาจารย์ได้มาเป็นเราตถาคต   ฉะนี้แล.
               จบ   อรรถกถานามสิทธชาดกที่  ๗
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 10:41:56 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 10:33:15 AM »

"อายุบวร"
     คนส่วนมากนั้นหากทำการค้าไม่ดี  ชีวิตความเป็นอยู่ในครอบครัวมีแต่ความเดือดร้อน  ไม่เคยรู้ว่าตัวเองนั้นเคยทำกรรมมาตั้งแต่อดีตชาติมา  มากน้อยแค่ไหน  แต่ก็ไปโทษชื่อของตัวเองว่าเป็นชื่อไม่เป็นมงคล  ก็วิ่งไปแสวงหาบรรดา พระ หรืออาจารย์ต่าง ๆ เพื่อจะเปลี่ยนชื่อให้ถูกชโหลก  ชีวิตความเป็นอยู่จะได้ดีขึ้น  
     ซึ่งก็ได้ยินข่าวมาว่า อาจารย์บุญมา นพสันเทียะ  ท่านเปลี่ยนชื่อใหม่มาเป็น “ธน”  เพราะขวบปีที่ผ่านมานั้นเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด  เป็นถึงระดับอาจารย์สายสัญญา  ที่ว่าโด่งดังมาก  มีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นระดับ VIP มากมาย  ได้ใช้วิชาของพ่อต้นฯ คือสายสัญญา  ช่วยเหลือคนอื่นให้ได้ดีมามากมาย  แต่ทว่าใช้วิชาสายสัญญาแก้ไขให้ตนเองไม่ได้  จนถึงกับต้องแก้เคล็ดโดยการเปลี่ยนชื่อเสียง  คงจะคิดเอาเองว่าถ้าเปลี่ยนชื่อใหม่แล้วเจ้ากรรมนายเวรมันจะตามหาไม่เจอ
        เป็นถึงระดับอาจารย์สายสัญญาแล้วต้องมาเปลี่ยนชื่อใหม่  ก็แสดงให้เห็นว่าที่ปฏิบัติในสายสัญญามนานจนมีอายุถึง ๖๗ ปีนั้น  เกิดความล้มเหลวในสายสัญญา  พระบารมี ไม่อำนวยการ  พ่อต้นฯ ท่านไม่ให้ความไว้วางใจอีกต่อไป  อันเนื่องมาจากการประพฤติปฏิบัติในสายสัญญามากกว่า  ต่อให้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า นายบารมี  อำนาจล้นฟ้า ก็หาได้ช่วยอะไรในชีวิตดีขึ้นได้  นอกจากจะกลับใจทำความดีในการยกถาดขอขมาต่อ “ต่อต้น” และ องค์พระบารมี ในสายสัญญา เท่านั้น  แล้วใครจะมาเป็นผู้รับแทนพ่อต้นฯ  จะยกถาดแบบที่อาจารย์สุภาพ ทำที่วิหารใหญ่นั้นหรือ ? คิดว่าสายสัญญาของพ่อต้นฯ เป็นการเล่นขายของอะป่าว  ยกไปเถิดสำหรับผู้ไม่รู้  มันจะไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ ทั้งสิ้น  เพราะว่าอาจารย์ประหยัดนั้นเคยทำมาแล้ว  เจอมาแล้ว  ทำสังฆทานแทบทุกเดือน  แต่ก็ถูก “เจ้ามือ” กินฟรี จนต้องเลิกทำสังฆทาน
        จึงได้ยก พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิชาตชาดก มาให้อ่าน  เพื่อจะได้หายโง่  แม้จะไม่เชื่อคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็ไม่ว่ากัน  แต่น่าจะรู้เอาไว้เสียบ้างว่า “กรรมเวรนั้นมีจริง”  ซึ่งเหตุนี้แหละ อาจารย์ประหยัด จึงไม่ยอมรับสังฆทานของศิษย์คนใด แม้จะปฏิบัติมานานถึง ๑๕ ปี  แต่ก็ยังไม่บังอาจเหมือนกับบรรดาศิษย์ระดับ “พลา” ที่ทนตัณหา ความอยาก ไม่ไหว  “กรรมของใครก็ของมัน”  แล้วจะมาพูดทีหลังว่า “ไม่รู้กฎหมายของโลกทิพย์” นั้นไม่ได้ก็แล้วกัน  ซึ่งการหลงทางในโลกทิพย์นั้นรู้สึกว่า  จะมีการแก้ไขได้ยากมาก  เท่าที่ได้เห็นบรรดาอาจารย์ต่าง ๆ ประสบเคราะห์กรรมจากการที่ได้ล่วงละเมิดอำนาจบารมี
        ข้าฯ ไม่ไปนิพพานราคาคุยอย่างเจ้านครสิบทิศก็แล้วกัน  ข้าฯ (อาจารย์ประหยัด)มีบารมีสูงที่จะรับสังฆทานใครก็ได้  แต่ข้าฯ ก็ยังไม่ต้องการทำ  หากไม่รู้จริงก็ไม่ควรที่จะไปแส่หาเรื่องใส่ตัวเอง  จะดีกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 10:36:08 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: