"อายุบวร"

เจอกันครั้งที่ ๕ งานวัดเกิดพระครูสุเทพ วัดศรีบุญเรือง ๒๒ ธ.ค.๕๓ จ.เชียงใหม่ ในฐานะเป็น Guard VIP

คืนวันที่ ๑๘ ก.พ.๕๔ เดินทางจากเชียงใหม่ ด้วยสายการบิน ๙๙๙ ในราคาลดแล้ว ๖๖๒.๐๐ บาท ถ้าไม่ลดก็แปดร้อย ที่ไม่นั่ง แอเอเชีย ก็เพราะว่าไม่มีแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ มาเป็นคู่แข่ง ก่อนวันที่ ๑๙ พ.ค.๕๓ นั้น ผอ.เพชร และ ดีเจ.อ้อม รายได้ดีจากการบริจาคเป็นค่าน้ำมันเครื่องบิน ก็เห็นและได้ยินท่านคุยทางวิทยุ บินไปกลับ ช.ม.-กรุงเทพฯ ทุกอาทิตย์ คงจะรายได้ดี แต่เวลานี้ยิ่งดีกว่า เพราะท่านอยู่เขมร อย่าไปนึกว่าท่านมีรายได้น้อยนะ นั่ง ๆ นอน ๆ ก็มีเงินเดือนกินมากกว่า $๖๐๐ นะ ตามข่าวที่มาจากเขมร ที่แจ้งไปยังเฮียอ้วนโดยการโทรของ ดีเจ.อ้วน ออกจากเชียงใหม่ ๒๑.๐๐ น. ไปถึง กรุงเทพฯ ๕.๑๕ น. ทั้ง ๆ ที่ตัวเราเองนั้นไม่รีบร้อน แต่คนขับรถคันนี้น่ากลัวคิดถึงเมียมากก็เลยขับเร็วไปหน่อย น่าจะไปถึง ๖.๐๐ น. ลงจากรถก็นั่งรถเมล์เบอร์ ๓ ถ้าไม่ไปก็ต้องนั่งรอเที่ยวต่อไป ก็อยากนั่งเลยขึ้นไปนั่งรอ ปรากฎว่ารถเมล์คันนี้ไม่ต้องเสียเงิน ฟรี ไปลงหน้าโรงแรมพอดี ถ้าไปรถแท๊กซี่ก็ประมาณ ๖๕.บาท บางครั้งลืมตัวไปตามราคาคุยของลูกศิษย์ ทิปไปเลย ๑๐๐ บาทไม่ต้องทอน

จองโรงแรมเตียงคู่ไม่ได้ แต่ไปนั่งรอคนที่เช็คเอ้าท์ออก ปรากฎว่าได้เตียงคู่ ในวันนี้มีกรุ๊ปทัวร์ "ม้ง"จากสหรัฐอเมริกามาเยี่ยมญาติพวกเขาที่เพชรบูรร์ ประมาณ ๓๐ คน หน้าตานี้เหมือนชาวเขาเผ่าม้งเลย พวกนี้มันพูดภาษาอังกฤษสำเนียงม้ง ก็มีวาสนาดีนะที่เป็นชาวเขาเผ่าม้งก็สามารถไปหากินที่สหรัฐได้ ประมาณ ๙.๓๐ น. ก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปมาบุญครอง ๓๕.-บาท ก็ไป ๒ ทอด คือไปลงที่ สยาม แล้วก็ลงไปชั้นล่าง ขึ้นขบวนใหม่ไป สนามกีฬา ไปหาซื้อสาย UHB สำหรับโทรศัพท์ NOKIA ก็ไม่ต้องต่อ ๑๘๐.บาท ใกล้เที่ยงก็ขึ้นไปห้องอาหาร ไปกินกระเพาะปลาเยาวราชไม่ได้ขายเป็นตัวนะแต่ขายเป็นหม้อ ๆ ละ ๘๐.-บาท ถ้าเป็นหูฉลาม ๑๖๐.-บาท ไม่แพงแต่ไม่กล้ากิน เพราะถ้ามากรุงเทพฯ แล้ว กินอาหารแปลก ๆ เดี๊ยวก็เจอดี ซื้อของเรียบร้อยแล้ว ก็กลับไปโรงแรม ไปนอนรอหลานชายมารับ ก็บ่ายสองโมง แทนที่มาแล้วจะรีบไปอนุสาวรีย์ ดันเสือกมานอนหลับ เพราะแอร์มันเย็น ก็จะไม่ให้มันเย็นได้ยังไงเพราะเราเปิด ๒๐ องศา แล้วไอ้หลานชายมันก็ไม่ได้นอนเย็น ๆ มานานแล้วหลังจากที่ไปวิหารอาจารย์บุญมามาเมื่อ ๑๑ ธันวา ๕๓ เราก็เลยนอนหลับตามมันไปด้วย ตื่นขึ้นมาก็ไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้วย มอเตอร์ไซด์ เพราะว่าไปง่ายและไวดี ก็ไปทางหลานหลวงนั่นแหละ ผ่าเข้าไปจนถึงอนุสาวรีย์ ไปจอดหน้าอนุสรณ์สถาน แล้วก็ไปนั่งอยู่ที่กลางถนนราชดำเนินนั่นแหละ ในฐานะพวกกูมาเองไม่มีใครจ้าง กูพวกมาก ไม่กลัวลูกปืน ก็ได้พากันยึดถนนราชดำเนินเอาไว้หมด เวลาประมาณ ๕ โมงเย็นเศษ นั้น ก็มีคนไม่มากน่าจะไม่เกิน ๓ หมื่นคน

ก็แอบเข้าไปนั่งกับพี่ชายคนกรุงเทพฯ คนหนึ่ง ซึ่งท่านน่าจะชื่อว่า คนกรุงอวดรู้ ถามคนกรุงว่ามาจากไหน ท่านบอกว่ามาจากกรุงเทพฯ เราก็บอกว่ามาจากเชียงใหม่ ท่านก็คุยใหญ่ โม้ คุยถึง ดี.จ.อ้อม ยังไม่พอรู้ไปว่า ที่เชียงใหม่มี ดีเจ.รุ่น ๒ อีก คนกรุงท่านนี้คงจะรู้เพราะว่าคราวที่แล้ว วันที่ ๑๓ นั้น อ.กฤษณะ ท่านได้พาดีเจรุ่นใหม่ไปเปิดตัว คนกรุงท่านนี้สอนวิธีการที่จะมากรุงเทพฯ ท่านบอกว่าใครอยากมาก็ให้เก็บเงินแล้วหารกันเหมารถทัวร์มาเลย เรานี้เป็นอดีตแคชเชีย ๒ ธนาคาร ก็ต้องฟังท่าน เพราะเคยนับแต่เงินเป็นสิบ ๆ ล้าน ไม่เคยนับเงินหมื่น เล่นหุ้นก็เล่นเป็นล้าน ไม่เคยเล่นเป็นหมื่น
ฟังแล้วก็ทุเรศตัวเอง ไม่ทราบว่าควายสีซอให้คนฟังอะป่าว เพราะว่าเมื่อคุยกันไปถึงที่ว่า มานี้เสียอย่างเดียวที่เข้าไปใกล้แกนนำไม่ได้ ไอ้คนกรุงคนนี้มันพูดว่า
"ไม่จำเป็นต้องเข้าไปสัมผัส เพราะพวกนี้ไม่ใช่ดารา" สงสัยว่าไอ้บ้าดาราคนนี้มาผิดเวทีแล้ว
มึงน่าจะไปเวทีท่านมหาจำลอง เพราะเวทีโน้นมีทั้งดาราชายหญิง พอเราพูดแบบไม่สนใจดารา ไอ้คนกรุงคนนี้มันก็คงจะเข้าใจว่าเราด่ามันว่าเป็นคนบ้านนอกเห่อดารา ทีนี้ก็ไม่น่าจะคุยกับมันต่อไปอีกแล้ว ก็เลยลุกหนี ไอ้คนกรุงบ้านนอกคนนี้ออกมา ซึ่งถ้าเป็นคนกรุงเทพฯ ระดับสูงกว่านี้ เช่นคุณชาตรี น้องเจ๊กุง เขาก็เป็นเสื้อแดง แต่ไม่เคยมาชุมนุมเลย ญาติอาจารย์ประหยัดที่อยู่ในกรุงเทพฯ นั้น แม้แต่เพื่อนฝูง ก็ไม่ลงมาชุมนุมกับคนเสื้อแดงเลย ก็ยังไม่รู้แจ้งเห็นจริงว่าคนกรุงเทพฯ ประเภทไหนที่พากันมาชุมนุมในกลุ่ม นปช.

แกนนำที่ คนกรุงนายนี้ไม่สนใจที่จะเข้าไปสัมผัสเพราะมิใช่ดารา
แต่อย่าลืมว่า แกนนำ ของ นปช.ที่เป็นฮาร์ดคอนั้น ส่วนมากเป็นคนบ้านนอกแล้วก็มาจากภาคใต้ ที่ดังก็มาจากเชียงใหม่มีอยู่ ๑ คน คือ ดีเจ.อ้อม เพราะฉะนั้นก็ถือได้ว่า คนกรุงก็ไปนั่งฟังคนบ้านนอกพูดนั่นแหละ โดยเฉพาะคุณจตุพร พรหมพันธุ์ นั้นเป็นคนบ้านเดียวกับ นายเทพเทือกนะ คนกรุงเทพฯ ที่มาฟังคนบ้านนอกพูดนะไม่รู้สึกว่า "ลดชั้นตัวเองบ้างหรือ" แต่ อาจารย์ประหยัด นั้น ไม่รู้สึกว่าลดชั้นตนเองนะ เพราะภาษาที่ ดีเจ.อ้อม พูดนั้น เป็นภาษาเดียวกัน ลืมบอกไปว่าในขณะที่คุณจตุพรพูดนั้น มีคนฟังไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนคน แต่น้อยกว่าคราวที่แล้ว รู้สึกว่านอนดูทีวีโดยจานดาวเทียมที่ทาง สส.นำไปขายให้จะดีกว่า ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ปวดแข้งปวดขา ก็ไม่ทราบว่าคนกรุงเขาจะมีจานดาวเทียมขาวเหมือนเราอะป่าว แต่ สส.เอาไปขายที่เชียงใหม่ ๑,๓๐๐.-บาท เท่านั้นเอง

วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔ เป็นวันครบรอบการชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ ที่ทั้งตายและ บอด เจ็บ ขาลาก นั่งล้อ ก็จะมีทาง กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ พากันลงไปพันกว่าคน ได้ยินเขาพูดกันมานะ แต่จะจริงแท้แค่ไหนนั้น คงจะฟังจากแกนนำรุ่น ๒ ไม่ได้ เพราะว่าพูดไม่เก่ง ก็ปลุกไม่ค่อยลุก แข็งจริง แต่ไม่ค่อยมีแรง เพราะคนเขาไม่ค่อยจะเชื่อ ว่าจะลงไปกับพวกเขาเหมือนกัน แต่เกรงว่าพวกมันจะหลอกใช้เรา ยังไม่พอก็๋จะหลอกให้ช่วยค่าน้ำมันด้วย สู้เอาค่าน้ำมันไปซื้อตั๋วเครื่องบินจะดีกว่า