หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฌาณบารมี  (อ่าน 343 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2011, 10:28:24 AM »

"อายุบวร"
      
       เมื่อตรัสรู้ใหม่ๆพระองค์รู้สึกท้อพระทัยในการที่จะนำสิ่งที่ตรัสรู้ อันเป็นพระธรรมที่ลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพนั้นสอนชาวโลกเป็นยิ่งยัก แต่ด้วยน้ำพระทัยอันเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่นจึงได้คิดที่จะช่วยสอน แสดงถึงว่าเหมือนมีพรหมผู้ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มาอาราธนา ซึ่งภาพนี้เขาได้วาดให้เห็นเป็นเสมือนกับว่ามีพรหมมาอาราธนา เรียกว่าจากนามธรรมมาเป็นรูปธรรมสักหน่อยหนึ่ง ภาพนี้เขาก็วาดได้สวยมากเป็นพรหมโปร่งแสง สีสันวาว ออกมาอาราธนาให้พระองค์ทรงเห็นใจแก่สัตว์ผู้ทุกข์ยาก มีกิเลสมีธุลีในดวงตาน้อย แต่ขาดผู้แนะนำพร่ำสอน จึงขาดประโยชน์จากการรู้ธรรม ขอพระองค์ทรงโปรดแก่ชนเหล่านั้นเถิด
บันทึกการเข้า
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 767


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2011, 11:01:37 AM »

"อายุบวร"
     พระพรหมองค์ที่อาราธนาพระพุทธเจ้าเอาพระธรรมที่ท่านตรัสรู้มาสอนมนุษย์นั้นมีชื่อว่า "สหัมบดีพรหม" ซึ่งในปัจจุบันนี้เวลาที่จะเริ่มต้นแสดงธรรมนั้น ก็จะอาราธนา ขึ้นต้นด้วยคำว่า "พรหมมาจโรกา"  แล้วพระจึงจะแสดงธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบให้พวกเราฟัง ใครที่ใกล้จะสำเร็จอรหันต์นั้นพระพุทธเจ้าจะรู้ แล้วจะทรงไปโปรด โดยคำสั่งสอนนั้นจะแตกต่างกัน ใครที่จะสำเร็จอรหันต์ด้วยเรื่องใด เมื่อพระองค์ได้ตรัสสั่งสอนแล้วก็จะสำเร็จ  เมื่อพระองค์ได้นิพพานไปแล้ว ก็ทิ้ง พระคัมภีย์ที่เรียกว่า "พระไตรปิฎก" เอาไว้ให้คนรุ่้นหลังได้เรียนรู้ เพื่อที่จะได้สำเร็จอรหันต์แล้วก็จะได้เข้านิพพาน โดยจะต้องเรียนรู้จากพระรุ่นก่อน ๆ แล้วก็ปฏิบัติ กว่าจะสำเร็จได้ก็ต้องอาศัยบุญที่สะสมเอาไว้ในอดีตชาติมาหลายสิบหลายร้อยชาติ จึงจะได้สำเร็จอรหันต์
    Sad ในสายสัญญานั้น พ่อต้นฯ ท่านเป็นผู้นำที่เป็นผู้เอาองค์ธรรมจากเบื้องบนมาโปรดมนุษย์ ซึ่งองค์พระธรรมนั้นผู้ที่ได้รับไปแล้วไปปฏิบัตินั้น จะก้าวหน้าหรือไม่ก็อยู่ที่ "กุศลมูลเดิม"  แล้วบรรดาศิษย์ทั้งหลายก็ต้องอาศัยบารมีของพ่อต้นฯ ประจุองค์พระธรรมให้ เมื่อพ่อต้นฯ ไม่อยู่ก็ต้องอาศัยบารมีของ อาจารย์ผู้ที่ปฏิบัติมาก่อน ปฏิบัติมานานแล้วก็ต้องมีบารมีสูงขึ้น เป็นผู้ช่วยประจุองค์พระธรรมเสริมบารมีให้ ซึ่งศิษย์สายสัญญานั้นส่วนมากคิดว่า เมื่อได้ความรู้ ได้องค์พระธรรมจากอาจารย์แล้ว ไปปฏิบัติเอง ก็จะก้าวหน้าหรือสำเร็จด้วยตนเอง  ทำเหมือนกับว่าไม่ต้องไปเรียนรู้เหมือนเข้าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็จะเรียนจบด้วยตนเองแล้วก็รับปริญญาเองได้ ในสายสัญญานั้น อาจารย์สายสัญญาก็เปรียบเสมือนผู้เชี่ยวชาญในสาขาหนึ่งของ คณะวิญญาณศาสตร์ ซึ่งผู้ที่เรียนรู้นั้นจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และต้องรับการถ่ายทอด "พลังบารมี" จากอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ให้
     มีศิษย์สายสัญญา-ประยุกต์ หลายร้อยคนที่ อาจารย์ประหยัด ไปโปรด ยกถาดให้ ที่กรุงเทพฯ ผ่านพ้นมาหลายปีแล้วศิษย์สายสัญญาเหล่านั้น เงียบเหมือนเป่าสาก น่าจะไม่ประสบความสำเร็จในสายสัญญา ทั้ง ๆ ที่ก็ได้รับคู่มือปฏิบัติและองค์พระธรรมไปอย่างเหลือเฟือหลายร้อยองค์  ซึ่งศิษย์เหล่านี้คิดว่าเมื่อได้วิชาจากอาจารย์ประหยัดมาทั้งหมดแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยอาจารย์ก็ได้ ซึ่งถ้า อาจารย์ประหยัด ไม่รู้จริงในสายสัญญา ก็คงจะไม่เอาความรู้ที่มีทั้งหมดให้ องค์พระธรรมที่ให้ไปนั้น มันไม่ใช่ของศิษย์คนใดคนหนึ่งบางส่วนหรือทั้งหมด  หากได้ไปสามร้อยองค์ก็น่าจะมีองค์พระธรรมของศิษย์ผู้นั้นประมาณไม่เกิน ๕ องค์ ใน ๓๐๐ องค์ องค์ที่พ่อต้นฯ ได้เปิดเอาไว้นั้น หากมิใช่เป็นของตนเอง ก็เขียนไปเถอะ เขียนไปจนหัวถลอก ก็ไม่เกิดเหตุเห็นผลแต่ประการใด ทุกคนที่ได้แผ่น VCD นั้น สามารถราคาคุยว่า ตัวเองนั้นมีองค์พระธรรมมากเป็นหลายร้อยองค์ ก็เพียงแค่คุยเท่านั้น ซึ่งไม่เคยสังเกตุเลยหรือว่า ปฏิบัติไปแล้วทำไมมันจึงไม่ค่อยที่จะก้าวหน้า ที่ไม่ก้าวหน้าก็เพราะพวกคิดเอาเองว่าอาจารย์มันโง่รีบถ่ายทอดวิชาให้หมด  ซึ่งการตั้งโต๊ะจีนอาหารฮ่องเต้แต่ไม่มีข้าวเลยสักเม็ด เอาไก่ไปปล่อยไว้บนโต๊ะ ไก่มันคิดว่ามันจะกินอะไร ไก่มันก็กินข้าว ไก่เลี้ยงก็กินอาหารสัตว์ อาจจะหาที่กินได้บ้างก็ผักเท่านั้นเอง คิดหรือว่าไก่มันกินแมลงแล้วมันจะกิน "หูฉลาม" แทนได้  ไก่ที่พูดนี้คงไม่ต้องบอกว่าเป็นใครในสายสัญญานะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 28, 2011, 11:11:08 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: