ทฤษฎี "โพเพทัส" โดยหมอแกน

<< < (5/10) > >>

administrator:
"อายุบวร"
    :-[ ความจริงคุณหมอนายนั้น ถ้าดูจากสภาพความเป็นจริงของร่ายกายภายนอกนั้น ไม่ได้แข็งแรงกว่า อาจารย์ประหยัด แล้วที่อาจารย์ประหยัดแพ้คุณหมอนายก็คือ อาจารย์ประหยัดยังเป็นความดันสูง ๑๕๐ อยู่  หมอนายจะรักษาคนให้เห็นได้ไหมว่า ทำเดี๊ยวนี้ก็หายเดี๊ยวนี้ หรือภายใน ๒-๓ วัน ซึ่งอาจารย์ประหยัดก็ทำไม่ได้ แต่อาจารย์ประหยัด สามารถปราบคุณไสย ปราบผี ปราบมาร ให้ออกได้เดี๊ยวนี้หรืออย่าง ช้า ๓ วัีน ๆ ละ ไม่เกินชั่วโมง ซึ่งชั่วชีวิตของคุณหมอนายก็ไม่สามารถทำได้ แม้อาจารย์ประหยัดจะสอนให้หมดทุึกอย่างก็ทำไม่ได้ แล้วหมอนายก็จะไม่เชื่อเรื่องของสายสัญญา
    >:( คุณหมอนายก็รู้แต่แรกแล้วว่า อาจารย์ประหยัดนั้นมีเว็บสายสัญญา ซึ่งเมื่อเข้าไปอ่านนั้นก็คงจะอ่านแต่ที่อาจารย์ประหยัดเขียนถึง โพเพทัส แต่ไม่ได้อ่านเรื่องประสบการณ์ชีวิตในสายสัญญาของ อาจารย์ประหยัด เมื่อไม่สนก็จะทำให้ไม่รู้ฤทธิ์ของอาจารย์สายสัญญา ไม่ถึงกับตีหลักประหารคุณหมอนาย หมอนายก็เดือดร้อนเลือดพล่านแล้ว หากหมอนายยังยึดติดอยู่กับ หมอแกน กายสิทธิ์  มากระวังว่าตัวเองจะเพี้ยน จริง ๆ นะมันเพี้ยนอยู่แล้วที่คุณปูมแกสร้างศูนย์ "เพเพทัึส" ที่เชียงราย คุณหมอเอาเงินร่วมสมทบให้ถึงหนึ่งแสนบาท แล้วจ่ายเป็นเงินเ้ดือนให้เดือนละ ฟังไม่ถนัด ๓ หรือ ๕ พันบาท เพื่อทดแทนบุญคุณ อย่างนี้ก็ไม่ว่ากัน ทำไมคุณแม่ของร้านข้าวมันไก่สถานีรถไฟ จึงต้องกินน้ำ "โพเพทัส" ตลอด มันก็คือ ๆ กันนั่นแหละ ถ้าไม่กินมันก็จะกลับมาเดินไม่ได้ มันก็ติดน้ำ โพเพทัส แทนยานั่นแหละ ย้ายจากยา มากินน้ำโพเพทัส มันก็เป็นการกินยาอย่างหนึ่ง ที่เป็นของจากธรรมชาติไม่ใช่สารสังเคราะห์ ไม่ใ่ช่สารเคมี
    :( หากคุณหมอนายเพียงแค่เหลือบหางตาไปมอง ไปอ่านเรื่องของสายสัญญา หมอนายก็น่าจะทราบว่าอาจารย์ประหยัดนั้น ร้ายกาจในสายสัญญาเพียงใด สำหรับคนที่บังอาจมาหลบหลู่ แม้จะเป็นสายสัญญาคนที่อาจารย์ประหยัดไม่ชอบขี้หน้าอย่างอาจารย์บุญมา แล้วอย่างพ่อต้นฯที่เป็นบรมครูฯ ใครที่สบประมาทก็น่าจะได้รับผลกรรมที่ได้ล่วงเกินด้วยวาจา แต่ที่ไม่เขียนว่าให้ก่อน ๆ นั้น เพราะว่ายังไม่ถึงเวลา เมื่อเวลามาถึง หมอแกน กายสิทธิ์  ก็ปากพล่อย แกว่งเท้าหาเสี้ยนเอง ซึ่งอาจารย์ประหยัดก็พูดไปตามความเป็นจริง ไม่รู้เรื่องสายสัญญาอย่าได้มาพูดเกี่ยวกับสายสัญญา เพราะอาจจะเจอกับหลักประหารมารในสายสัญญาได้ ทำเรื่องที่ดีงามของโพเพทัสไป บุญก็จะตกอยู่กับตัวของหมอแกนเอง แต่...55555 มนุษย์ต่างดาวมันจะเอาบุญของมนุษย์ได้หรือเปล่าเท่านั้นแหละ เท่าที่ได้ฟัง หมอแกน กายสิทธิ์  พูดย้ำอยู่บ่อย ๆ ว่า ต้องจ่ายค่าโรงแรมค่าน้ำมัน บุญนั้นเอาไปเป็นค่าโรงแรมไม่ได้ก็แล้วกัน
    >:( สิ่งที่ หมอแกน กายสิทธิ์  ควรจะรู้จะทราบนั้นก็คือ ไม่ควรคิดมาต่อกรกับอาจารย์ประหยัด เพราะว่าอาจารย์ประหยัดนั้นไม่ได้เอาสายสัญญามาหากิน ในเมื่อ หมอแกน กายสิทธิ์  ยังคิดที่จะหาเงินจากโพเพทัสอยู่ เอาไปเป็นค่าโรงแรม ค่าน้ำมันรถ ซึ่งเว็บนี้มีคนทำให้ ออกเงินให้ อยากจะเลิกก็ยังเลิกไม่ได้เพราะเขายังไม่ยอมเลิกจ่ายเงิน คนที่เขียนเว็บเพื่อโปรโมทตัวเอง แล้วจะหาเงินกับผู้ที่ไปหานั้น มันแตกต่างกับอาจารย์ประหยัีด นะ เพราะว่ากว่าใครที่จะเจอตัวอาจารย์ประหยัด นั้นยากมาก ของฟรีจริง ๆ นั้น รอเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงก็คิดว่าคงจะนานพอสมควร แต่เจออาจารย์ประหยัดนั้นหากไม่รู้จักก็ต้องใช้เวลาหลายวัน หรือเวลาหลายอาทิตย์  อาจารย์ประหยัดเป็นคนที่มีคนมากมายต้องการเข้าหา เวลามาหา หมอแกน กายสิทธิ์  ก็เหมือนกับคนป่วยคนชรา ที่จะต้องมาพึ่งพาอาศัยหมอแกน คนที่ีเขาเคารพนับถือเรายังเข้าหาเราไม่ได้ แต่หมอแกนนั้นเหมือนไก่ได้พลอย แต่ไม่รู้เลยว่าพลอยเม็ดนี้มันมีคุณค่ามีราคาประเมินไม่ได้ ขอให้่รักษาคำพูดที่ว่าเหนือกว่าพระพุทธเจ้าเอาไว้นะ แล้วจะรู้ว่าเพียงแค่สาวกของพระพุทธองค์ หมอแกน กายสิทธิ์  จะเหนือได้จริงหรือไม่

administrator:
"อายุบวร"
    ;D คนที่เข้ามาอ่านในฟอรั่ม หัวข้อ ทฤษฏีโพเพทัส มากนั้น น่าจะเป็นสาวกของคุณหมอแกน กายสิทธิ์ ซึ่งคนแรกที่ออกกระจายข่าวน่าจะเป็นคุณหมอนาย  ซึ่งคุณหมอนายนั้นเปรียบไปก็เป็นรองนายกและ หมอแกน กายสิทธิ์  นั้นก็คือนายกนายกยิ่งลักษณ์ ส่วนอาจารย์ประหยัดนั้นน่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งแม้หมอแกนจะเก่งปานใด มันก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวของท่าน หากว่านายกยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถต่อกรกับแม่ทัพบกได้ มันก็เหมือนว่า หมอแกนและหมอนายท่านก็ไม่สามารถมาต่อกรกับอาจารย์ประหยัดได้ เพราะทั้งสองท่านนั้นเวลานี้แม้หมอแกนจะเป็นมนุษย์ฺต่างด้าว แต่ก็หาได้มีอาวุธอันใดที่จะมาสู้รบกับอาจารย์ประหยัดได้ไม่ ไพร่พลที่ได้ฝึกและช่วยฝึกมานั้นส่วนมากก็เป็นนักรบแก่ ๆ ที่หมอแกนท่านว่าท่านไม่แก่  แต่ท่านเป็นหัวหน้านักรบที่แก่ ๆ ทั้งนั้น ส่วนอาจารย์ประหยัดนั้นเป็นยิ่งกว่าหัวหน้า กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ เสียอีก คือเป็นพ่อของดีเจ.อ้อม ส่วนในภาคโลกทิพย์ฺนั้น หมอแกน กายสิทธิ์  ท่านก็ไม่มีอาวุธของโพเพทัส ที่จะมาต่อกรกับ อาวุธของสายสัญญาได้เลย
    >:( เมื่ออาจารย์วิหารใหญ่ และ วิหารอาจารย์บุญมา ยังไม่กล้าต่อกรกับอาจารย์ประหยัดแล้ว ที่รู้ก็เพราะเจ้เซาะกุงนั่นแหละที่พูดให้ฟัง คนเรารู้ตัวว่าสู้ไม่ได้แล้วเจียมสังขารเอาไว้ก็ไม่เสียหาย อาจารย์วิหารใหญ่นั้นไม่ใช่ดูถูกท่านนะ ท่านอยู่แต่ในวิหาร โลกภายนอกนั้นจะมาเทียบเท่า อาจารย์ประหยัด นั้นคงไม่ได้ เพราะว่าไม่มีมหาสมุทร์ไหนที่อาจารย์ประหยัดไม่เคยเหาะข้ามนั้นไม่มี ครุฑที่อาจารย์ประหยัดประทับนั่งไปนั้นก็คือ "Korean Air" แม้แต่ในประเทศนั้น ไม่ว่าอาจารย์ที่เป็นลูกศิษย์พ่อต้นฯ ที่ดัง ๆ นั้นก็ไปทาบรัศมีมาแล้ว เรียนรู้มาแล้ว และบรรดาสายเทพ สายทรง นั้นที่พวกสายสัญญากลัวไม่กล้าแหยม อาจารย์ประหยัดก็ได้ไปแสดงฝีมือให้เห็นมาหมดแล้ว คือจะพูดให้จริงนั้นก็ไม่เห็นว่าแน่สักราย เห็นมีแต่ราคาคุยแล้วก็เรียกร้องเอาเงินจากคนโง่ไก่หัดขันทั้งนั้น ไม่ยกเว้นสำนักของสายสัญญาก็มีชนิดที่ว่า ทำให้ เรียกสังฆทาน ทำไปก็ไม่ประสบความสำเร็จ อาวุธในสายสัญญามันก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ แตกต่างกันนิด ๆ หน่อย แต่เวลาคุณภาพที่ออกจากผู้ใช้นั้นมันไม่เท่ากัน มันไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าวิธีการฝึกฝนปฏิบัติตัวในสายสัญญานั้นทำมาได้ถูกต้องหรือไม่
    n21 ซึ่งตัวอาจารย์ประหยัดคิดเองนะว่าในเมื่อท่านเป็นอาจารย์ระดับลูกศิษย์พ่อต้นฯ แต่ก็ขอพูดอีกทีนะท่านไม่ได้เหนืออาจารย์ประหยัดเลย เวลาที่อาจารย์ประหยัดชี้แนะท่านนั้น ท่านจะมีอีโก้คิดว่าตนเองนั้นแน่ โดยตัวบรรดาอาจารย์วิหารใหญ่นั้น หากสอนหรือทำแข่งกับอาจารย์ประหยัดแล้ว ความรู้ของท่านนั้นมันน่าจะสอนระดับประถมศึกษา ส่วนอาจารย์ประหยัด นั้นน่าจะระดับปริญญาเอกไปแล้ว หากไม่เชื่อก็ไปกับอาจารย์ประัหยัดก็ได้ ไปในสำนักหรือตำหนักใหญ่ ๆ ที่เขาไหว้ครู อาจารย์สายสัญญานั้นรับรองว่าหางหดหัวหด ตามตูดอาจารย์ประหยัดเท่านั้น จะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารริย์ใด ๆ ไม่ได้เลย ซึ่งอาจารย์ประหยัดเคยพา อ.พงษ์วิทย์ ไปตำหนักของ อ.เอก ปรากฎว่า อ.พงษ์วิทย์หลบอยู่หลังอาจารย์ประหยัด องค์ฺของ อ.เอกนั้น นั้นคือองค์กฤษณะ ยังต้องเกรงในบารมีขององค์อาจารย์ประหยัดเลย กฤษณะองค์นี้กลัวเวลาอาจารย์ประหยัดประทับทรงมาก เพราะว่าเมื่ออาจารย์ประหยัดประทับทรงนั้น เทพสายสัญญาจะพากันไปเป็นกองทัพ จน อ.เอก ท่านบอกว่า ขอพอเพียงเท่านี้ กลัวว่า อาจารย์ประหยัด จะเนื่อย จริง ๆ แล้วประทับจนสว่างก็เหนื่อย แต่ ตัว อ.เอกนั่นแหละเกรงรัศมีขององค์พระบารมีที่รับรองอาจารย์ประหยัด อาจารย์เอกนั้นปัจจุบันได้เจ๊งไปหลายปีมาแล้ว น่าจะถึง ๑๐ ปีนะ ที่เจ๊งก็เพราะว่ามันรู้จักสายสัญญาน้อยไป

administrator:
"อายุบวร"
    :P วันนี้เปิดดูช่อง "Super Cheng" ป้าเช็งแกพูดว่า เรื่องอะไรที่มาทำทีวีหลอกชาวบ้าน ซึ่งก็คงหมายถึงการชี้แนะให้คนที่ดูช่องป้าเช็งหมักผลไม้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตำราเป็นยาวิเศษ คือ "หมอยอป้อมเพชร จี่ใย" ทั้ง ๖ อย่างนี้หากหมักเกิน ๑๐ ปี ก็จะกลายเป็น "มหาบำบัด" รักษาโรคได้ทุกชนิด แต่หากใครใจร้อนให้ครบ ๑ ปีก็ใช้ได้แล้ว สูตรน้ำหมักก็คือ ๑-๓-๕ น้ำตาล ๑ กก. ผลไม้ ๓ กก. และ น้ำ ๕ ลิตร ล้างให้สะอาดแล้วก็เทลงใส่ในถัง สมมุึติว่าเราไม่มีเงินซื้อถัง ที่ไหนสร้างบ้านใหม่เราก็ไปขอถังสีของเขาหรือขอซื้อในราคาถูก ๆ ได้ อย่างที่ข้างบ้านนี้เขาทาสีตึกใหม่ อาจารย์ประหยัดก็ไปขอถังเขามา ๓ ถัง เอามาไว้ตรวจน้ำ คือจะเอาถังไปไว้ใต้ต้นไม้ แล้วลากสายยางไปเติมน้ำไว้ เมื่อดับล้างเสร็จ ก็ตรวจน้ำลงไป ก็เท่ากับว่าเราจะรดน้ำต้นไม้ไปในตัว ๓ วันก็เติมน้ำใหม่
    :-X เจ๊เจ็งแกทำทีวีมานาน เดือนหนึ่งก็เสียค่าใช้จ่ายประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐.-บาท ซึ่งที่ หมอแกน กายสิทธิ์ แกพูดว่า ป้าเช็งแกเป็นพาณิชย์ คือขายน้ำหมักขวดเล็กกว่าหัวแม่มือ ขวดละ ๑,๐๐๐.-บาท ซึ่งความจริงแล้วคนไปขอซื้อของป้าเช็งเอง ซึ่งป้าเช็งแกก็บอกสูตรหมักให้แล้ว ไปหมักเองแล้วรออีก ๑๐ ปี ก็จะใช้ได้ แต่คนที่อยากจะใช้นั้นเขาไม่ยอมทนรอเวลาถึง ๑๐ ปี เขาก็ขอซื้อ ที่ซื้อนั้นไม่ได้ซื้อน้ำหมัก แต่ซื้อเวลาที่ป้าเช็งแกหมักเอาไว้ถึง ๑๐ ปีมาแล้ว แล้ว หมอแกน กายสิทธิ์ พูดว่า ป้าเช็งแกแก่ ก็ไม่เห็นว่าแก่ แกอายุแค่ ๗๔ ปี เท่านั้น ไม่มีผัว ไม่มีลูก แล้วป้าเช็งแกก็หาเงินเก่ง ไม่ต้องเป็นเห็บเป็นหมัดไปเกาะผัวกิน หรือถ้าเป็นผู้ชายก็ไปเกาะคุณอีสาวแก่ หรือไปขอเงินพวกไก่แก่ที่หมดสมรรถภาพแล้ว
    :-[ ตามที่ได้ติดตามช่อง "Super Cheng" นั้นก็จะรู้และทราบว่า มีคนหมักน้ำของป้าเช็งนั้นมาก บางหมู่บ้านหมักทั้งหมู่บ้าน อย่างที่เชียงใหม่นี้ แม้แต่สำนักนางชี อ.ดอยสะเก็ด ก็ยังหมักน้ำหมักของป้าเช็ง ความจริงนั้นน้ำ PJ ของโพเพทัส ก็เป็นของดีที่ใช้ได้ผล แต่มีคนทำกินน้อยมาก เหตุน่าจะมาจากว่า ผลไม้ที่นำมาใช้นั้นแพง อย่างแอปเปิล นั้น ใช้ครั้งหนึ่ง ๗ ลูกๆ ละ ๗.๙๐ บาท ใช้ดื่ม ๓ วันหมด ส่วนประกอบอื่นๆ นั้นราคาก็แพงมาก เครื่องมือที่ใช้ปั่นนั้นลงทุนครั้งแรกก็เป็นหมื่นแล้ว ส่วนน้ำหมักป้าเช็งนั้น ลงทุนครั้งแรกก็คือซื้อถังหมักก็ประมาณ ๑๒๐.-บาท สมอ ลูกยอ มะขามป้อม บรเพชร ลิ้นจี่ และลำใย ที่แพงน่าจะเป็นลิ้นจี่ ๓-๔ กก.หนึ่งร้อยบาท ถังหนึ่งนั้นใช้ดื่มกินได้เป็นเดือนๆ  ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเอา สูตร หมอแกน กายสิทธิ์  หรือสูตร ป้าเช็ง

administrator:
"อายุบวร"
    :-[ อาจารย์ประหยัดน่าจะปฏิบัติสายสัญญาก่อนเจ๊กุง ๑ ปี แต่ไปวิหารอาจารย์บุญมา นั้นพร้อม ๆ กัน คือน่าจะเป็น ปลายปี พ.ศ.๒๕๓๕ ตั้งแต่คบกับเจ๊กุงมานั้น เจ๊กุงเป็น "เสื้อเหลือง" ซึ่งน่าจะเป็นพร้อม ๆ กัน เพราะว่าฟัง นายล้ิมโกเต็ก มาพร้อมกัน หลังจากที่ เจ๊กลิ้ม ไปยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดทีวี แล้วก็ไปยึด สนามบิน หุ้นที่อาจารย์ประหยัดที่ซื้อไว้ก็ขาดทุนเป็นล้าน ทีนี้มิตรก็กลายเป็นศัตรู เจ๊กลิ้มก็เริ่มต้นเป็นเหยื่อในการเรียนรู้ทดสอบหลักประหารมาร ในเวลาเดียวกันนั้นเจ๊กุงก็คงจะเป็นเสื้อเหลืองอยู่ เพราะเมื่อเสื้อเหลืองชุมนุม เจ๊กุงก็จะไปชุมนุม ในขณะที่เจ๊กุงไปชุมนุมนั้น อาจารย์ประหยัดก็ยังไม่ได้เป็นเสื้อแดง ซึ่งมาเป็นเสื้อแดงเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๕๑ ในขณะที่ไปเข้าเสื้อแดงนั้นก็ยังไม่รู้ว่าเจ๊กุึงอยู่ในเสื้อเหลือง มารู้ว่าเจ๊กุงเป็นเสื้อเหลืองประมาณ ๑ ปีมานี้ แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะหากนำมาพูดในสายสัญญาก็น่าจะทะเลาะกัน คือเลิกคบกันอย่างแน่นอน เวลานี้หากใครยังเป็นเสื้อเหลืองอยู่ก็เข้าตำราที่ว่า "สมองหนาปัญญาควาย" ซึ่งหากเจ๊กุงยังไม่เลิกเหลือง ก็น่าจะเข้าตำรา
    >:( เมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้น เจ๊กุงแกบอกว่า เลิกที่จะไปทำบุญตั้งโรงทานที่ อ.บุญมาแล้ว ในขณะที่เจ๊กุงกำลังเปลี่ยนมาเป็น สาวกมนุษย์ต่างดาว หมอแกน กายสิทธิ์  และปฏิบัติใน ทฤษฎี โพเพทัสมานานกว่าหกเดือน ตอนที่ อ.ประหยัด จ๊วก อ.บุญมา นั้น เจ๊กุงไม่โกรธ แต่เวลามาเล่น หมอแกน กายสิทธิ์  ทั้ง ๆ ที่หมอแกนเวลาบรรยายนั้นชอบคุยโม้โอ้อวดว่าตัวเองนั้น เหนือกว่าพระพุทธเจ้า พออาจารย์ประหยัดแตะหมอแกนเท่านั้น เจ๊กุงรีบโทรไปต่อว่าอาจารย์ประหยัดทันที เจ๊กุงแกบอกว่าแกเสียใจที่ได้ชักนำอาจารย์ประหยัดไปหา หมอแกน กายสิทธิ์  คนที่มีความคิดแบบเด็กไร้เดียงสา ไม่ได้รู้ความจริงว่า ที่อาจารย์ประหยัดไปหา หมอแกน กายสิทธิ์ นั้น อาจารย์ประหยัด อ่านจากเว็บของหมอแกน ซึ่งความเชื่อเพราะว่าหมอแกนชี้แนะให้ทำได้ผล เจ๊กุงแกก็ศรัทธาในหมอแกนเทียบเท่าญาติผู้ใหญ่ ก็ได้ประกาศยุติการเป็นพันธมิตรกับอาจารย์ประหยัด ซึ่ง อ.ประหยัด ก็เลิกที่จะไปหาเจ๊กุงทันที  ซึ่งทุกวันนี้เจ๊กุงแกยังคงคิดว่า อ.ประหยัด นั้น กินน้ำ PJ ของ หมอแกน กายสิทธิ์  แต่ควรจะเข้าใจให้ถูกต้องว่า อ.ประหยัด กินน้ำหมักของป้าเช็งนะจ๊ะ  ที่กินน้ำหมักป้าเช็งเพราะว่า อ.ประหยัด ไม่ได้รวยเหมือนเจ๊กุง ซึ่งการกินน้ำ PJ นั้น ครั้งหนึ่งก็ใช้เงินเป็นพันกว่าบาท ส่วนน้ำป้าเช็งนั้นพันกว่าบาทใช้น้ำป้าเช็งได้นานเป็นปีนะจ๊ะคนที่อยู่ในสายสัญญามานาน ๒๐ ปี แต่คนหนึ่งนั้น หันไปปฏิบัติทาง หมอแกน กายสิทธิ์  ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นยัง ศรัทธาในตัวพ่อต้นฯ เวลาเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสิน ก็ให้รอดูไปก็แล้วกัน
    :-[ สิ่งที่น่าจะพิสูจน์สมองคนแก่ ๆ ท่านอาวุสโสได้นั้นก็คือ เจ๊กุงนั้นไปชุมนุมกับเสื้อเหลือง โดยมีนายสนธิลิ้มโกเต็กเห็นหัวหน้า จนเวลานี้เจ๊กลิ้ม ก็วายวอดไปแล้ว น่าที่พวกที่ไปศรัทธาเจ๊กลิ้มโกเต็กควรที่จะละอายใจ ที่ตัวเองแก่แล้วแต่ไปศรัทธาในคนบัดซบเลวระยำ ส่วนอาจารย์ประหยัดนั้น ก็บังเอิญไปเข้าในกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งพวก นปช.เสื้อแดงเวลานี้ก็มาเป็นพี่เลี้ยงนายกยิ่งลักษณ์ สายสัญญาที่เป็นของจริงนั้น เมื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มเสื้อแดง รักเชียงใหม่ ๕๑ เมื่อมึงไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม สายสัญญาก็จะกำจัดพวกเสื้อแดงแม้จะเป็นพวกเดียวกันให้เจ๊งไปได้ แล้วทำไมเจ๊กลิ้มและพวกอาจารย์ประหยัดจะทำไม่ได้ ทำไมเมื่อคนที่ศรัทธาในตัวเจ๊กลิ้มโกเต็ก จึงไม่ยอมแก้ไขให้เจ๊กลิ้มแต่เปลี่ยนใจไปปกป้องมนุษย์ต่างดาว เปลี่ยนใจง่ายเหมือนไม้หลักปักขี้ควาย น่าจะประจุองค์พระธรรมให้มนุษย์ต่างดาวเอาไว้ป้องกันตัวเองด้วยนะจ๊ะ

administrator:
"อายุบวร"
    >:( จำไม่ได้ว่าเป็นครั้งที่ ๒ หรือ ๓ ที่ไปฟัง หมอแกน กายสิทธิ์ บรรยาย น่าจะเป็นการเล่านิทานส่วนตัวให้ฟังมากกว่า คือพูดเมื่อไหร่ก็พูดว่าตัวเองนั้นไม่แก่ แล้วจะไม่ตาย นิทานตอนหนึ่งเล่าว่า มีคนจากราชสำนักติดต่อผ่านจากราชเลขา ก็ไม่ทราบว่าสำนักไหนนะ ให้มาพา  หมอแกน กายสิทธิ์  ไปรักษา แต่หมอแกนแกหยิ่งในความจนของแก ถึงแม้จะจนก็มีพวกสาวกแก่ๆ ออกเงินค่าน้ำมัน ค่าโรงแรมให้ แกจึงไม่ยอมไป แกบอกไปว่าหากต้องการที่จะให้แกรักษานั้นให้มาหาแกเองที่สำนักงานหรือที่สถานที่แกพำนักอยู่
    >:( ครั้งหลังที่ได้ยินมานั้น จากคำพูดของเพื่อนซี้ ซึ่งอยู่ในสายสัญญามาด้วยกัน  หมอแกน กายสิทธิ์ ได้ปรึกษาบรรดาสาวกแก่ๆ ของแก ซึ่งส่วนมากจะเป็นพวกอีแร้งแก่ ที่สามีเมินไม่มองแล้ว ว่าจะมีการชุมนุมรักษาโรคให้แก่ผู้ใหญ่โดยส่งทางไกล แบบที่พวกสายสัญญาเคยทำนั่นแหละ แต่ก็เลิกรากันไป ไม่ทำ หากทำแน่นอน ไม่หาย แล้วก็จะทำให้บรรดาสาวกนั้นเสื่อมศรัทธา เพื่อนซี้ของอาจารย์ประหยัดน่าจะส่งกระแสไปรักษาอาจารย์บุญมาได้ ขนาดที่ว่า  หมอแกน กายสิทธิ์  แกยังสั่งฟ้าสั่งฝนได้ เซาะกุงก็น่าจะทำได้ แต่ก็มีอยู่หลายสิ่งหลายอย่างที่เซาะกุงทำไม่ได้ก็คือ คนพวกนั้นอยู่ในความควบคุมโดยหลักของอาจารย์ประหยัดแล้ว ไม่มีมนุษย์ใดในสายสัญญาแม้แต่พ่อต้นฯ จะมาแก้ไขให้ได้ เชื่อหรือไม่นั้นไม่สำคัญ เพราะพูดไปมันก็เหมือนสีควายให้ซอฟัง พูดง่าย ๆ ก็คือ เซาะกุงท่านเป็นศิษย์เอก อาจารย์บุญมา ผ่านมา ๒๐ ปี เซาะกุงท่านเป็นอาจารย์สายสัญญาไม่ได้เลย อาจารย์ประหยัดไปหา อ.บุญมา ๓-๔ ครั้ง ก็หาได้เอกสารใด ๆ มาเท่าไรนัก แต่ก็สามารถไต่เต้า (ไต่เต้านะไม่ใช่เกาะเต้า ยิ่งเต้าแก่ๆ นั้นเกาะแล้วต้องขาดใจตายแน่ๆ) ผงาดขึ้นมาเป็นอาจารย์สายสัญญา ได้อย่างไม่ง่ายดายนักเหมือนกัน

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว