ทฤษฎี "โพเพทัส" โดยหมอแกน

<< < (2/10) > >>

administrator:
"อายุบวร"

        

     n21 ร้านนี้ขายดีมาก ถ้าไปเวลา ๑๒.๐๐ น. ให้ระวังการผิดหวัง เพราะจะหมดก่อน ได้กินก็ถือว่าโชคดี หรือ ฟรุ๊ค เฮียแกเข็งแรงเพราะน้ำโพเพทัส ส่วนเจ๊แข็งแรง เพราะ น้ำหมักป้าเช็ง
    >:D    วันนี้ได้ออกไปรับประทานข้าวมันไก่  ที่ร้านไหหลำ สถานีรถไฟ  อยู่มุมถนนรถไฟกับถนนเจริญเมือง  ก็เห็นอาซิ้มคนหนึ่งเดินเข้าเดินออกร้าน ยักแย่ยักยัน คือเดินไม่เต็มสูบ ก็ถามเจ๊เจ้าของร้านว่า จ้างนักเลงมาคุมร้านด้วยรึ  เจ๊บอกว่าเป็นแม่สามี  แต่ก่อนนั้นเดินไม่ได้  แต่เดี๋ยวนี้เดินได้แล้ว  เพราะว่าไปกินน้ำ POPATAS ของหมอแกน กายสิทธิ์ ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องหมอแกนนั้น  ยื่นเงินให้ทอน  เจ๊เขาจะไปไล่ทอนเงินทุกโต๊ะ  แล้วจึงกลับมาทอนให้เราเป็นรายสุดท้าย เพราะต้องการพูดเรื่องหมอแกน กายสิทธิ์ ต่อ
       n11 พอเราบอกว่าสูตรน้ำ POPATAS เขาปรับปรุงใหม่แล้ว  ตัวเฮียเจ้าของร้านได้ยิน  เขาก็อยากคุยด้วยเพราะว่าเฮียแกก็ไปหาหมอแกนมาแล้ว  แกพูดถึงเรื่องคนป่วยหลาย ๆ คนที่เป็นโรคร้ายแรงอย่าง  มะเร็ง ก็หาย อัมพฤกษ์ อัมพาติ ก็หาย ฯลฯ ซึ่งคนป่วยเหล่านี้ อาจารย์ประหยัดก็เคยอ่านในเว็บของ POPATAS  มาแล้ว  ก็ถามเฮียว่า เฮียเชื่อหรือ  ก็ดันเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน  เพราะว่าเฮียแกเป็นโรคต่อมลูกหมาก  เวลาฉี่ก็ออกน้อยเท่าของเด็กทั้ง ๆ ที่ไอ้นั่นมันก็ใหญ่ยาวเพราะสืบเชื้อสายมาจากไหหลำ ปรากฏว่าได้ดื่มน้ำ Popatas  แล้ว  ฉี่พุ่งแรงยิ่งกว่า น้ำของรถดับเพลิงเสียอีก  แล้วไอ้ที่เป็นภูมิแพ้นั้นก็หาย ซึ่งเราก็บอกว่าน้ำหมักเจ๊เช็งก็รักษาได้  แต่เฮียแกก็บอกว่า  น้ำหมักเจ๊เช็งสู้ของ POPATAS ไม่ได้หรอก  เพราะว่าแกกินแล้วหาย  ส่วนเรื่องนั่งปฏิบัติ นั้นแกก็ทำแล้ว ก็ได้ผลมาแล้ว  ๗๐ % เท่านั้น  เพราะว่าแกตามใจปากมากเกินไป
       ;D เรื่องน้ำ POPATAS นั้น ได้ฟังเจ๊กุง ศิษย์เอก อาจารย์บุญมา คุยให้ฟังแล้ว  เจ๊กุงดื่มน้ำสูตรของหมอแกน กายสิทธิ์ น้ำหนักลดลงไป ๑๔ กก. แล้วเวลานี้ก็เริ่มปฏิบัติ ฝึกนั่งหายใจ ซึ่งการหายใจนี้ก็ไม่ต้องเสียเงิน ทำฟรี หายฟรี  เมื่อมาเจอ เฮียร้านข้าวมันไก่  ซึ่งหายจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว มาคุยให้ฟังอีกคนหนึ่ง  ก็เชื่อได้ว่า หมอแกน กายสิทธิ์ แกนำเอาทฤษฎี POPATAS มาสอนได้ผล  เพราะแม้แต่แม่ของ เฮียร้านข้าวมันไก่ เดินไม่ได้ก็เดินได้แล้ว  ก็บอกเอาไว้  เผื่อว่าเป็นทางเลือกในการรักษาโรคอีกทางหนึ่ง  สำหรับคนที่ไม่สามารถหายได้จากการปฏิบัติทางสายสัญญา  ซึ่งถ้าไม่หายด้วยการปฏิบัติทาง POPATAS แล้วละก้อ  จะต้องไปดับล้างบท “เวรกรรมในอดีดชาติ” ประมาณ ๑๐๐ เที่ยว  แล้วประจุองค์พระธรรม “องค์นะกุศล” สัก ๑,๐๐๐ สาย ค่อยมากินน้ำ POPATAS  หากไม่หายก็แสดงว่าเวรกรรมมันมีมาก  ก็ให้ตั้งหน้าตั้งตารับกรรมไปกว่าจะตาย  เมื่อตายแล้วเกิดใหม่ ก็ให้รับกรรมไปอีกชาติหนึ่งหรืออาจจะหลาย ๆ ชาติ
       n5 เป็นทางเลือกในการรักษาโรค ด้วยทฤษฎี    Popatas  ซึ่งรักษาโรคได้มากมายหลายชนิด  หากทำไม่ได้ก็ให้ไปดื่มน้ำหมักของ Supper Cheng ซึ่งก็ “ฟรี” แต่ต้องหมักเอาเอง  หากใจร้อนก็ต้องเสียเงินนิด ๆ หน่อย ซื้อเอา  ซึ่งโรคที่จะหายได้จากการรักษาทฤษฎี “โพเพทัส” และ น้ำหมักขอ “ป้าเช็ง” นั้น  จะต้องไม่เป็นโรคเกี่ยวกับ “เจ้ากรรมนายเวร” ซึ่งหากเกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวรก็จะต้องมาเข้าปฏิบัติในสายสัญญาเสียก่อน  ซึ่งทั้ง ๓ อย่าง หากทำไม่ได้เลยสักอย่างเดียว  “กัมฺมุนา วัตฺตตีโลโก” สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม  ก็ให้ตั้งหน้าตั้งตา ยืดอกอย่างผึ่งผายรับกรรมไปอีกหลายสิบชาติ  ก็คงจะมีอยู่ชาติใดชาติหนึ่งที่จะหมดเวรกรรมได้  แล้วในชาตินั้นจะมี วิชารักษาโรคให้ด้วยหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

MAY MAY:
    :-[ ทฤษฏีโพเพทัส  ทดลองทำแล้ว
    n21 จะบรรจุองค์พระธรรม ดับล้างได้ไหม

สอบถามเป็นความรู้คะ เพราะช่วงรักษา ไม่ได้นั่งสมาธิ


ขอบคุณคะ
 MAY

administrator:
"อายุบวร"

    >:D ในขณะที่ปฏิบัติทฤษฎี "โพเพทัส" นั้น  เนื่องจากว่า คุณหมอแกน กายสิทธิ์ แกยังคงจะไม่รู้จักในสายอื่น โดยเฉพาะ "สายสัญญา-ประยุกต์" ซึ่งอาจารย์ในสายนี้ท่านประกาศเอาไว้ว่า "สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร" ซึ่งท่านก็คงจะพูดโดยองค์รวมนั่นแหละ สายสัญญามีหลาย ๆ อย่างที่ไม่มีองค์พระธรรมรักษา เหมือนอย่าง "โพเพทัส" แต่ถ้าถามว่า โพเพทัสนั้น ไล่ผี ปราบคุณไสย หรือปราบมาร ได้หรือไม่  ก็คงจะไม่มีคนใดใน "โพเพทัส" กล้าตอบ อาจารย์ประหยัด ได้ และถ้าสายสัญญาถามต่อไปอีกว่า มีคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน ค้าขาย "โพเพทัส" แก้ไขให้ได้หรือไม่  เอาเพียงง่ายๆ อย่างเดียวก็คือ ใครก็ตามที่ไปเช่าตึกแถว แล้วภายในนั้นมี วิญญาณผีตายโหง หรือตายเล่นๆ อยู่  "โพเพทัส" จะจัดการเชิญวิญญาณเหล่านี้ออกไปได้หรือไม่  ซึ่งถ้ายังมีวิญญาณ เหล่านี้อยู่ คนที่อยู่จะทำอะไรก็มีเจ๊งกับเจ็งเท่านั้น สงสัยว่า "โพเพทัส" คงจะอึ้ง ตอบไม่ได้เหมือนเดิมนั่นแหละ
    n4 n4 มีพวกศาสนาฮินดู ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้เล่าเรื่องความศักดิสิทธิ์ของน้ำพระแม่คงคาให้พระพุทธองค์ฟัง หากใครได้อาบน้ำในแม่น้ำคงคาแล้ว บาปต่าง ๆ ที่ติดตัวมาก็หลุดหายไปจากร่างกายหมด  เมื่อตายไปแล้ว ก็จะได้ไปสวรรค์ แล้วคนฮินดูท่านนี้ก็ได้พร่ำพรรณาไปจนจบแล้ว พระพุทธองค์ก็ได้ตรัสขึ้นว่า ถ้าอย่างนั้น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่อยู่ในน้ำก็ได้ไปสวรรค์ก่อนเธอนะซี่ คำตอบนั้นไม่ได้ฟัง เพราะว่า ดร.พระมหาโชว์ ทัสสนีโย ท่านพูดจบเพียงแค่นี้
    n14 ก็มีคนที่กินเจหลายสิบท่าน เคยคุยให้กับอาจารย์ประหยัด ในเรื่องกินเจ ไม่กินเนื้อต่าง ๆ ซึ่งใครปฏิบัติได้ ตายไปแล้วก็จะได้ไปสู่ทางสายอรหันต์ แล้วก็เข้านิพพาน  อาจารย์ประหยัดก็ย้อนไปว่า หากเป็นอย่างนั้น วัว ควาย มันก็ได้ไปก่อนพวกกินเจใช่ไหม เพราะว่ามันเกิดมามันก็กิน "หญ้า" มาตลอด เรื่องนี้ก็คงไม่มีใคร สามารถตอบอาจารย์ประหยัดได้เหมือนกัน
    n21 ในวันที่ ๑๑-๑๒ ก.พ.๒๕๕๕ นี้ ใครอยากเจอหมอแกน กายสิทธิ์  ก็ไปที่ศูนย์เชียงใหม่ได้นะจ๊ะ เวลา ๑๓.๓๐-๑๖.๓๐ น. ของดี ฟังฟรี ไม่เสียเงิน ส่วนมากที่ไปนั้นน่าจะผ่านวัยทองกันหมดแล้ว และก็หายจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นา ๆ มาหมดแล้ว นอกจากอาจารย์ประหยัด คนเดียว ยังต้องเรียนรู้อีกมากมาย เรียนความรู้เอาไว้ก่อนแก่ เพื่อเอาไว้รักษาโรค พอเริ่มต้นเป็นเราก็นำออกมาใช้ได้ ไม่ต้องรอให้ไปนอนโรงพยาบาล เพราะเวลานี้ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค นำมาใช้หรือยังก็ไม่รู้ รักษาโรคโดยไม่ต้อง เจอเข็ม เจอมีดหมอผ่าตัด น่าจะดีกว่านะจ๊ะ

administrator:
"อายุบวร"
    n21 อาจารย์ประหยัดไม่กล้าท้า คุณหมอแกน กายสิทธิ์ มาปราบพวกนักการเมือง เช่น นายลิ้มโกเต๊ก นายจำลอง เมืองศรี นายสมเกียรติ พงษ์ไพรเจ้ง นายภิภพ ไชยธง และนายสมศัดิ์ โกสุขสัย เพราะว่าพวกนี้ถูกหลักสายสัญญา แตกกระเจิงกันไปหมดแล้ว นายลิ้มโกเต็กที่เคยจูบปากจูบคอกับนายอภิสิทธิ์มาก่อนนั้น เวเลานี้นายลิ้มโกเต็กก็แยกเขี้ยวกัดกับอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิเปรต ไปหมดแล้ว ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า นายสนธิลิ้ม แกบังอาจไปล่วงเกินพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ให้กำเนิดโรงเรียนนายร้อย จปร.พวก จปร.ไม่โกรธแต่อาจารย์ประหยัดโกรธนะ เมื่อศิษย์พ่อต้นฯ โกรธ ท่านก็สั่งให้พระราชทานหลักแก่พวกเสื้อเหลือง และพวกพรรคประชาธิปัตต์ ก็ได้นั่งดูนอนดูมานานสมควร ตอนนี้สนธิลิ้มก็ไปเห่าอยู่เมืองจีน โทรมาคล้าย ๆ กับมีอำนาจเหเมือน ๆ เดิม คือสั่งให้ทหารออกมาปฏิวัติ เพราะว่าเวลานี้ประเทศไทยมีผู้ประสงค์ร้ายกำลังจะกินเมืองอยู่  พวกควายทั้งหลายก็เงียบรออยู่ เอาเขาฝนกับต้นไม้ให้แหลมเอาไว้
    :D อาจารย์ประหยัด ไม่เก่งในด้านการรักษาโรค  แต่้ในเรื่องปราบคนชั่ว ที่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนนั้น ก็รู้สึกว่าทำได้ดีพอสมควรนะ ถ้าจะให้ดีที่สุดเมื่อเวลานั้นมาถึงก็คือ นายมาร์ค นายเทพเทือก และนายสนธิลิ้ม เดินยืดอกเข้าคุก ก็คงจะไม่นานเกินรอ ก็น่าสนุกสนานรื่นเริงบรรเทิงใจ ดีเหมือนกัน ที่ได้เรียนรู้วิชาของสายสัญญาโดยไม่ต้องมีลูกศิษย์พ่อต้นฯ มาสอน เรียนรู้จากองค์พระบารมีของตนเอง พระบารมีของพ่อต้นฯ และพระบารมีขององค์พระศรีอาริยเมตรัย ซึ่งมันก็ดีอยู่อย่างคือ พูดไปก็ไม่มี่ใครเชื่อ เพราะถ้าไม่อยู่ในสายสัญญา ลงมือทำเอง ก็คงจะไม่เชื่อ คนที่ปฏิบัติในสายสัญญาไม่ดีพอ ยังไม่ถึงสายสัญญา โดยเฉพาะยังไม่รู้จักเอาองค์พระธรรมมาเสริมบารมีให้กับองค์ตนเอง ก็จะไม่มีวันที่จะรู้ซึ้งถึงเรื่องความ "ลึกแลบ" ในสายสัญญา สาธุ สัญญา

administrator:
 n21 อายุบวร
 :)  ในบทดับล้างของสายสัญญารุ่นเก่าๆ นั้น  เมื่อดับล้างเสร็จ เขาจะบอกว่าให้ปั่นกาย ๑๗ ครั้ง คือจะให้พูดคำว่า "สายนะ สายปั่นกาย สายเหล็กไหลลิงค์ สิทธิ์พะเนิน สัญญา" แค่นี้แหละ  แต่ไม่มีคำอธิบายในการสูดลมหายใจ  การสูดลมหายใจเข้านั้น จะต้องสูดให้ลมเข้าไปจนท้องพอง ซึ่งจะต้องค่อย ๆ สูดเข้า  ไม่้ใช่้สูดเข้าทีเดียวเหมือนศิษย์สายสัญญาที่ทำ ส่วนเวลาที่ปล่อยลมออกนั้นก็ไม่ได้บอกหรืออธิบายว่า ให้ค่อย ๆ ปล่อยออก
    :'( ก็ไม่รู้ว่า หมอแกน กายสิทธิ์ ไปเรียนแบบหายใจของสายสัญญาหรือไม่ หรือว่าเอาวิธีการสูดลมหายใจของสายสัญญาไปประยุกต์กับศาสตร์ของนิวซีแลนด์  เมื่อพ่อต้นฯ ตายนั้น ปี พ.ศ.๒๕๒๒ หมอแกนยัง อายุ ๙ ขวบอยู่  ตอนที่พ่อต้นฯ ท่านรับดวงแก้วในปี พ.ศ.๒๔๘๑ นั้น หมอแกนก็ยังไม่เกิด  แต่หมอแกนก็สามารถนำวิธีการสูดหายใจมาใช้ในการรักษาโรคได้ ซึ่งการสูดหายใจของสายสัญญานั้นจะทำเพียงครึ่งเดียวของ ทฤษฎี โพเพทัส โดย  ทฤษฎี โพเพทัส นั้นจะสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วกลั้นใจสักครู่หนึ่งก็ค่อย ๆ ปล่อยออก จนลมหายใจหมด จนเกือบหน้ามืด (ไม่ใช่หน้ามืดเพราะเห็นอีหนูแก้ผ้านะ) แล้วจึงค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ไปจนเต็มปอดเหมือนเดิม ทำไปไม่กี่ครั้งก็มาหัดสั่งไมโครชิพที่ด้านท้ายทอยให้รักษาโรคต่าง ๆ ได้ แต่สายสัญญานั้นจะเอาลมที่สูดเข้านั้นไปปั่นกาย โดยการภาวนาธาตุ ไม่มีคำสั่ง คำสั่งนั้นอาจจะใช้ด้วยองค์พระธรรม ซึ่งยังไม่เคยได้ยิน อาจารย์สายสัญญาคนไหน บอกต่อ หรือบอกศิษย์คนใดว่า องค์พระธรรมรักษาโรคนั้นมีกี่องค์ องค์พระร่วง "องค์ปิติ" และอีกองค์นั้นที่ไม่เคยบอกว่าเป็นองค์รักษาโรคก็คือ "องค์วิยั่งสังขาร" ซึ่งแม้แต่อาจารย์บุญมานั้นก็คงจะไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับองค์พระธรรมนี้เลย
    n5 เมื่อเราได้ศึกษาเรียนรู้  ทฤษฎี โพเพทัส ก็สามารถทำการปั่นกายให้เต็มรูปแบบได้ เมื่อสูดหายใจเข้าออกบ่อย จนลมที่สูดเข้าออกนั้นราบเรียบ ก็จะสามารถผนวกการออกคำสั่งของ ทฤษฎี โพเพทัส ได้
    :( ที่ยังไม่ลงมือปฏิบัตินั้น ก็เพราะว่ากำลังเรียนรู้ และศึกษาอยู่  ในวันนี้และพรุ่งนี้ ก็จะไปฟังหมอแกน กายสิทธิ์ อีก ก็อาจจะฟังไปเรื่อย ๆ แต่ยังจะไม่ทำ เพราะว่าเวลานี้กำลังสร้างองค์พระธรรมที่มีพระนามว่า "องค์วิยั่งสังขาร" อยู่ เขียนตั้งแต่วันที่ ๑๕ ม.ค. มาจนถึงวันนี้ก็เพิ่งจะได้ ๑๐๑ สาย เท่านั้น ก็จะเขียนไปเรื่อย ๆ รอดูผลว่า จะเป็นยังไง  องค์วิยั่งสังขารนั้นรู้สึกว่าจะเป็นองค์พระธรรมที่ "ลึกแลบ" ที่สุดในบรรดา องค์พระธรรมทั้งหลาย  ซึ่งผู้ที่รู้จริงคือผู้ปฏิบัติจนถึง "แก่น" สายสัญญาเท่านั้นจึงจะสามารถใช้องค์พระธรรมองค์นี้ได้  สำหรับคนที่ปฏิบัติแบบฉาบฉวยอย่าคิดว่าจะนำองค์พระธรรมองค์นี้ ไปหากินได้ง่าย ๆ ก็แล้วกัน ไม่เชื่อ ไม่ใช่ว่า "อย่าลบหลู่" เพราะว่าอยากทดสอบก็ได้ คือเมื่อใช้แล้ว ผลที่ออกมาก็คือ "ความว่างเปล่า" ต่อให้เขียนไปนับพันสายก็เจอแต่ความว่างเปล่า เหมือน "พระ" หลายแสนองค์ที่พากันนั่งวิปัสนากัมมัฎฐาน แต่ก็หาได้ฌาณอันใดไม่ ได้แต่พูดแบบคล้าย ๆ ว่า พูดจริงเสี่ยเหลี่ยม ก็ให้มาปฏิบัติเอาเองก็จะรู้

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว