หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สิ่งควรรู้ ในเรื่อง ฌาน(ชาน)๔  (อ่าน 1666 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sriariya
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« เมื่อ: กันยายน 23, 2013, 08:46:26 PM »

สิ่งควรรู้ในเรื่อง ฌาน(ชาน) ๔
ฌาน(ชาน)๔ คือ ผลแห่ง  ระบบการทำงาน หรือ ผลแห่ง ลักษณะงานของระบบการทำงานในร่างกายมนุษย์(ในที่นี้หมายเอาเฉพาะมนุษย์) หรือหากจะกล่าวอีกรูปแบบหนึ่ง ฌาน(ชาน) เป็นผลแห่งการทำงานของ จิต และ เจตสิก  นั่นก็หมายความว่า ฌาน(ชาน)๔ ที่มีปรากฏในพุทธศาสนา เป็นการอธิบายให้ได้รู้ว่า ผลแห่ง ระบบการทำงาน หรือ ผลแห่ง ลักษณะงานของระบบการทำงานในร่างกายมนุษย์ หรือ ผลแห่งการทำงานของ จิตและเจตสิก และจะดำเนินกิจกรรมไปอย่างนั้น กล่าวคือ จะมีผลเกิดขึ้นตามลำดับขั้นของ ฌาน(ชาน)๔
 ประโยชน์ของ ฌาน(ชาน)๔ ก็คือ ผู้เรียน ผู้ศึกษา ย่อมเกิดความรู้และเกิดความเข้าใจ ใน ผลที่เกิดขึ้นจากระบบการทำงานของร่างกาย หรือผลที่เกิดขึ้น จากลักษณะงานของระบบการทำงานในร่างกาย หรือ เป็นผลที่เกิดจากการทำงานของ จิต และ เจตสิก นั่นเอง
จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์ (ผู้เขียน)
๒๓ กันยายน ๒๕๕๖

    Embarrassed อาจารย์ประหยัด = ก็ไม่ทราบว่า จสต.เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์ นั้นฟังคนอื่นหรือพระที่ได้ฌาน แล้วนำมาเขียน หรือว่าตนเองนั้นปฏิบัติได้ ฌาน ๔ แล้ว พระที่อยู่ในวัด หรือพระป่า มีน้อยคนมากที่จะได้ถึงฌานระดับนี้ หากเป็น "พระ" ได้ฌาน ๔ ก็จะมีคนวิ่งไปหาเป็นฝูง เคยมีเพื่อนในสายสัญญา หลายคน ที่ได้ฌาน แต่ไม่ถึง ณาน ๔ แต่ก็มีตาทิพย์เห็นอะไรๆ ได้หลายๆ อย่าง เวลาอาจารย์ประหยัด ถามเรื่องอะไร ส่วนมากคำตอบก็คือท่านไม่ให้บอก ก็เสียเวลาที่จะคบกัน คบกับพวกฌานสูงๆ นั้น ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เมื่อตัวเรามี "องค์บารมี" ก็สามารถที่จะถามอะไรๆ ได้หลายๆ อย่าง ทำไมจึงจะต้องไปคบค้าสมาคมกับพวกได้ฌาน เพราะเริ่มแรกได้นั้น เมื่อเป็นคาราวาสต้องทำมาหากิน ในที่สุดฌานเหล่านี้ก็จะเสื่อมหายไป เหมือนเพื่อนคนหนึ่งซึ่งมีตาทิพย์ ฌาณที่ได้นั้น เวลานี้ไปไหนไปด้วยฌาณ ๔ คือ ยานยนต์ ๔ ล้อ ซึ่งก็เลิกคบเขามานานกว่า ๑๐ ปี แล้ว การเห็นของคนที่มีฌานนั้น ก็เพียงแค่เห็น แต่ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งหากจะทำได้นั้นก็ต้องออกบวชเพื่อปฏิบัติตนเอง จึงจะมีความก้าวหน้า
     คนที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าตนเองนั้น เดินทางสายอรหันต์ หากเชื่อคำลมปากของคนที่รู้บ้างไม่รู้บ้าง ฟังเขาเล่า เมื่อปฏิบัติไปก็ไม่สามารถจะเดินทางสายนี้จนไปถึงอรหันต์ได้  แล้วสายอรหันต์นั้นหากไม่มีกุศลมูลเดิมแล้ว อย่าคิดว่าตนเองจะได้ฌาน แม้ได้ก็หมดไปอย่างง่ายดาย อาจารย์ประหยัดนั้น เวลานี้รู้ตัวเองแล้วว่า ตัวเองนั้นต้องปฏิบัติในสายเทพ ไม่ได้เดินในสายพระพุทธเจ้า แต่ก็ปฏิบัติตัวแบบสาย "พุทธภูมิ" โดยตัวเองยังไม่รู้ตัวว่าเป็นพุทธภูมิ ซึ่งรู้ก็มีลูกศิษย์ที่เข้าวัดเข้าวา เขามาบอกให้รู้  ไม่ว่าสายไหน หากไม่ได้เข้าไปสัมผัส หรือเรียนรู้ ที่สำคัุญก็คือ คุณมีสมอง มีสติปัญญา ที่พอจะเรียนรู้ได้หรือไม่ ที่สำคัญก็คือ "บุญวาสนา" มันก็เท่านั้นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2015, 12:12:15 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: