"อายุบวร" 
เพิ่งจะรู้ว่าทำไม ท่านอาจารย์เล็ก....หนองจอก จึงกล้าพูดว่า "ขาดทุน" เมื่อนำอาจารย์ประหยัด ไปยกถาดที่ บ้านของ แก

เมื่อวานนี้ อาจารย์เล้งและคุณแก้ว ขึ้นมาจากกรุงเทพฯ เพื่อไปสวัสดีปีใหม่ ไปคราวนี้ไม่ได้ชวน อ.กวง และภรรยาไปด้วย ทีแรกก็คุยกันในเรื่ององค์พระธรรม ประมาณบ่ายโมงก็มีคุณหล้าและพี่สาวไปสวัสดีปีใหม่ หลังจากที่คุณหล้าประจุองค์พระธรรม และได้สนทนาภาษาเทพกับคุณแก้วแล้ว ก็กลับไปก่อนเพราะยังจะต้องไปหาลูกค้า
ก็เพิ่งจะมารู้ว่า ทำไมนายเล็ก...หนองจอก จึงพูดว่า "ขาดทุน" ซึ่งทุกครั้งนั้นเมื่อลงไปกรุงเทพฯ แม้จะไปพัทยา ๒ ครั้ง อาจารย์เล้งและอาจารย์ กวงจะพาทีมขับรถไปหาอาจารย์ประหยัด ๕ ท่าน เพื่อประจุองค์พระธรรม ซึ่งจะมีญาติคนหนึ่งของ อ.เล้ง ตามไปทีหลัง ก็จะซื้อกาแฟยี่ห้อ Coffio ไปประมาณ ๑๐ ขวด กาแฟยี่ห้อนี้ราคาขวดละ ๒๐ บาท พร้อมขนมอย่างดีไปฝากอาจารย์ประหยัด ก็จะแกะเลี้ยง กินกันในกลุ่มที่ไปด้วย ส่วนมาก อาจารย์โหน่งจะเป็นผู้จัดการ เมื่อ อ.เล้ง และ อ.กวง กลับนั้น จะเอาซองขาวยื่นให้อาจารย์ประหยัด หรือไม่ก็จะเอายัดใส่กระเป๋าให้เลย
:
ที่พัืทยานั้น เจ้าของ "ยูโรแกรนด์ พัทยา" คือคุณออย เขาเป็นผู้ออกค่าเครื่องบินให้ ๒ เที่ยว โดยไม่ต้องมีเงินรายได้ปีละ ๑๐ ล้าน โดยคนที่ไปยกถาดนั้น ไม่จำเป็นต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ไปเที่ยวหนึ่งก็มีคนไปยกถาดมากกว่า ๒๐ คน การไปพัทยานั้นพักห้องอย่างดี อาหารเช้าหมูแฮมไข่ดาว มื้อเที่ยง-เย็น คุณออยจะพาไปรับประทานตามร้านอาหารที่อร่อย ๆ ในพัทยา มื้อ ๆ หนึ่งก็ไม่ต่ำกว่า ๑ พันบาท แต่เวลานี้คุณออยนั้นหายจากโรคกรรมโรคเวรแล้ว จึงไม่ค่อยจะได้เชิญอาจารย์ประหยัดไป แต่หากจะไปต้องไปเอง พักฟรี โรงแรมอย่างดี อาหารฟรีทุกมื้อ ก็ยังไม่เคยคิดจะไปเบียดเบียน แต่ก็ยังอาลัยอาวรณ์ข้าวราดแกงที่หนองจอกอยู่ จากหนองจอกเมื่อเข้ากรุงเทพฯ ก็จะไปร้าน ปิ่นเกล้าหัวปลาหม้อไฟทันที เพราะกินแต่อาหารอร่อย ๆ ที่หนองจอก

เมื่อ อ.เล้ง ไปบ้านนายเล็กหนองจอก ก็จะทำเหมือนที่ไปพัทยานั่นแหละ ในซองขาวของ อ.เล้ง นั้นจะมีใบละ ๑,๐๐๐ บาท ๑ ใบ ของญาติที่ซื้อกาแฟไปให้นั้น บางครั้งก็เป็นแบ๊ง ๕๐๐ บางครั้งก็เป็นแบ๊ง ๑,๐๐๐ บาท
เจตนาที่ญาติธรรมกลุ่มนี้เขาให้อาจารย์ประหยัดนั้น เขาให้อาจารย์ประหยัด ไปทำบุญซื้อข้าวให้นก เมื่อนายเล็กเห็นอ.เล้ง ควักซองขาวออกมา นายเล็กก็จะกวักมือเรียกเอาซองขาว แต่เนื่องจากว่า อ.เล้ง ท่านเกิดก่อนนายเล็กมานาน อ.เล้งจะรู้ว่า หากเอาให้นายเล็ก อาจารย์ประหยัด ก็จะไม่มีวันได้เงินจำนวนนี้ เพราะว่าคนระดับ อ.เล้ง ที่รับจ้างต่อเรือลำละ ๒ ล้าน เฉพาะค่าแรง ก็คงจะฉลาดกว่านายเล็ก ซึ่งก็จะทำให้นายเล็กไม่พอใจ ยังไม่พอนายเล็กก็ว่าให้ว่าไปบ้านเขาไปขี้เยี่ยวใส่บ้านเขา แต่ถ้าได้เงินจาก อ.เล้ง นายเล็ก ก็คงจะไม่แสดงกิริยาไม่ดี หรือไม่พูดอะไรให้กับลูกศิษย์ของอาจารย์ประหยัดที่ไปหา

ลูกศิษย์คนไหนที่ขึ้นบ้านไปจ่ายเงิน ๕๐๐ บาท ก็จะได้รับการต้อนรับดีพอสมควร แต่ที่เป็นกลุ่มไปยอมควักเงินหรือไม่เอาซองขาวให้กับนายเล็กนั้น ก็จะทำนายเล็ก "ขาดทุนกำไร" อย่างน้อยก็จากกลุ่มนี้ถ้านายเล็กได้ก็จะเพิ่มกำไรไปอีก ๒,๐๐๐.-บาท
แต่เมื่อ กลุ่ม อ.เล้ง ไม่ยอมให้ซองขาว นายเล็กก็จะขาดทุนกำไรทันที มิน่าเล่านายเล็กเขาจึงพูดว่า เวลาอาจารย์ประหยัดไปนั้น เขาขาดทุน เพราะว่ามีกลุ่ม อ.เล้ง ไปไม่ยอมจ่ายเงินให้เขา ไปแล้วยังไม่พอไปฉี่ใส่ส้วมบ้านเขาด้วย 
ที่นายเล็กหนองจอกพยายามจะเอาอาจารย์ประหยัดไป ซึ่งแทบจะให้ไปทุกเดือน แต่อาจารย์ประหยัด ไม่ยอมไป ก็เพื่อที่จะถอนทุนคืนจากที่เขาไปถูกเจ้าทรงแถว ๆ ลาดพร้าว ๗๕ ที่หลอกเอาเงินไปเป็นแสน ๆ แต่พูดกับอาจารย์ประหยัดว่า เสียไปไม่กี่หมื่น อาจารย์ประหยัด ไปเพียงแค่ ๔ เที่ยว ก็น่าจะถอนทุนคืนมาได้สัก หลายหมื่น
มันเป็นที่น่าละอาย ที่เรียกเอาซองขาวจากลูกศิษย์ อาจารย์ประหยัด ไม่ได้ก็แสดงกริยาอาการไม่พอใจพวกเขา นี่ขนาดที่ว่าเป็นลูกศิษย์อาจารย์ประหยัดนะ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกศิษย์อาจารย์ประหยัด ไม่จ่ายเงินนายเล็กก็คงจะไม่ให้ขึ้นบ้าน
คนที่จะเข้าไปยกถาดกับอาจารย์ประหยัดนั้น ถ้าไม่มีเงิน ไม่จ่ายเงิน ก็คงจะไม่ได้รับการโทรเรียกไปหา แต่เสือกบอกว่า ผมไม่รู้ว่าพวกนี้มันรู้ได้ยังไง ถ้าเจ้าของบ้านไม่โทรไปบอก ก็คงจะมี "สุนักข์" โทรไปบอกเป็นแน่ 
การไปหาอาจารย์สายสัญญาที่วิหารใหญ่ หรือบ้านอาจารย์บุญมานั้น รู้สึกว่าเขาจะไม่มีการเลี้ยงน้ำ หากพวกคุณมรึงหิวก็ไปหากินเอง หรือไม่ก็กินมาเสียก่อน เพราะสถานที่นั้นไม่ใช่สถานที่เรียกว่า "โรงทาน" ซึ่งก็ไม่ทราบว่า นายเล็ก นั้นมันไปเรียนแบบ ที่วิหารใหญ่มาได้ยังไง คนที่ไปยกถาดนั้นจะไม่ได้มีการยกน้ำมาให้กิน แม้แต่พวกเขานั้นเขาจะเอาน้ำใส่ขันมา ๑ ใบ แต่ไม่ใช่ขันเงินหรือขันทองนะจ๊ะ เป็นขันที่ราคาถูก ๆ ซึ่งพวกนี้ นายเล็ก นางอ้อ นายช้าง เขาจะดื่มน้ำจากขันเดียวกัน ซึ่งอาจารย์ประหยัดเห็นแล้วก็ไม่ยอมหิวน้ำเอาเสียเลย รอจนกว่า อาจารย์โหน่งจะไปถึง ก็จะได้รับความกรุณาจากท่านอาจารย์โหน่ง ไปเอาน้ำเย็น และหรือ กาแฟร้อนมาให้ แต่ไม่ใช่กาแฟราคาแพง ๆ เหมือนกลุ่ม อาจารย์เล้ง ซื้อมาเลี้ยงนะจ๊ะ ก็ไม่ทราบว่าสายสัญญาสายหนองจอกนี้มันเป็นยังไง ทำไมมันมีรายได้ปีละ ๑๐ ล้าน มันถึงได้เหนียวนัก บ้านอาจารย์ประหยัดนั้น เมื่อมีญาติมาก ไม่มีเงินซื้อน้ำ ก็ต้องซื้อเครื่องกรองมาราคา ๒ หมื่นเศษ เอามากรองน้ำให้ลูกศิษย์กิน คนที่ไม่กินอวดสะอาดก็ไปซื้อกินเองที่ร้าน Seven ที่หน้าบ้าน

ถ้าพวกลูกศิษย์ของนายเล็กที่ไปนั้น ได้ดื่มน้ำของนายเล็กแล้วก็แปลกแล้ว ขนาดอาจารย์ประหยัด หิวอยากจะดื่มน้ำก็ต้องขอ มึงไม่ขอกรูมึงก็ไม่ได้ดื่ม ก่อนที่อาจารย์ประหยัดจะไปนั้นส่วนมากแล้วจะดื่มน้ำไปก่อน มรึงเอากรูไปนั่งตากแดงทั้งวันกรูไม่ได้ดื่มน้ำก็ไม่เป็นไร ถ้าอาจารย์โหน่งไปกรูก็ไม่หิวแล้ว สงสัยว่าที่นายเล็กไม่เลี้ยงน้ำ ก็เพราะมัวแต่เก็บซองขาว เก็บผ้าขาว (ไม่น่าเชื่อว่าจะเอาไปทำบุญนะ) ถ้าเอาไปทำบุญจะรีบพับใส่ถุงทำไม

เวลานัดอาจารย์ประหยัดไปนั้น นายเล็กจะโทรไปบอกว่า อาจารย์ไม่ต้องเอาอะไรมานะ แต่ทุกครั้งที่ไปนั้นก็จะ พิมพ์เอกสารสายสัญญาไป ๒๕ ชุด เป็ิดพระโอษฐ์ ๒๕ ชุด โอนบุญ ๒๕ ชุด เหล็กจาร ๓๐ อัน VCD ๒๕ แผ่น เมื่อไปถึงนั้นเอกสารเหล่านี้ของนายเล็ก "ไม่มี ๑๐๐%" โดยเฉพาะ VCD นั้นหมดแล้วหมดเลย จะไม่มีการลุงทุนไปไลท์ให้เพราะราคาค่อนข้างแพง เสียเวลา อีกอย่างหนึ่งนั้นถ้าลูกศิษย์ได้ไปมันจะเก่งกว่าอาจารย์ เวลามันจะให้อาจารย์ประหยัดไป มันจะถามก่อนว่าอาจารย์มีเหล็กจารเหลือกี่อัน เพื่อว่าจะได้วิเคราะ์ห์การค้าก่อนว่า ๑ อันได้ ๖๐๘ บาท ขนาดที่บอกว่ามีคน ๒๕ คนเท่านั้น เอาไปเผื่อ ๓๐ อัน ยังต้องไปตามไถคืนจากอาจารย์โหน่งมาขายต่ออีก จนเหล็กจารของอาจารย์โหน่งเป็นสิบ ๆ อัน ถูกนายเล็กไถเอามาขายให้ลูกศิษย์หมด ก็ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านายเล็กมันได้กำไร ก็ทำอุเบกขา ปล่อยไปยังงั้นเอง มาตอนหลังนายเล็กถามว่ามีเหล็กจารเหลือกี่อัน ความจริงก็มี ๒๐๐ กว่าอัน ก็มุสาไปว่า ๒๐ อัน นายเล็กก็คงคิดว่า ๒๐ อันนั้นกำไรน้อย ซึ่งก็บอกไปว่าถ้าไปครั้งนี้ก็จะไม่ไปแล้วเหล์กจารหมด

ก็จะไม่ไปแล้วเพราะมีลูกศิษย์นายเล็กโทรไปฟ้อง ในเรื่องเรียกเอาเงินเอาทองนี่แหละ แต่เมื่อลูกศิษย์ที่มาฟ้องคาบคำพูดของอาจารย์ประหยัดไปบอกให้นายเล็ก เมื่อนายเล็กรู้ว่าอาจารย์ประหยัดรู้ ก็คงจะไม่อยากจะมองหน้าคนที่รู้เท่าทัน ก็จำเป็นที่จะต้องตั้งตนเป็นอาจารย์ได้แล้ว จะหาปัจจัยได้เป็นกอบเป็นกำได้ดีมากกว่า