หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติพ่อต้นฯ  (อ่าน 5826 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 10:31:44 AM »

 Azn "อายุบวร"

 Azn ประวัติพ่อต้นฯ

        บทนำ

   ในคราวที่ อ.บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ  ได้เดินทางไปโปรดญาติที่จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง  บารมีได้เปิดให้บันทึกประวัติการโปรดญาติขององค์พ่อต้นฯบรมครู  ในขณะที่พ่อต้นฯยังมีชีวิตอยู่  บันทึกเพื่อเป็นเอกสารโลก เอกสารธรรม สำหรับให้ญาติธรรมได้ศึกษา และยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตน และแนะนำแก่สานุศิษย์รุ่นหลัง ๆ ต่อไป

  ธรรมปฏิบัติสายสัญญา  เป็นธรรมแห่งความสำเร็จ  ดังนั้นจึงไม่มีคัมภีร์  หรือตำราให้ศึกษาค้นคว้าจะได้เข้าใจได้  ก็ด้วยกายน้อมนำกายวาจาใจเข้ามาปฏิบัติเท่านั้นจึงจะรู้ได้ สำเร็จได้ ซึ่งเรียกว่าสำเร็จในตน  คัมภีร์เล่มนี้จึงเป็นเพียงแนวทางจากประสบการณ์ของ อ.บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ  ที่ได้รับใช้ใกล้ชิดกับพ่อต้นฯมา  เป็นเพราะจำกัดด้วยเวลามีน้อยจึงคัดเอาเฉพาะที่จำได้ และเห็นว่ามีความสำคัญเท่านั้น ส่วนอื่น ๆ จะได้รวบรวมเข้ามาในการจัดพิมพ์ครั้งต่อ ๆ ไป

  ในการพิมพ์ครั้งแรกนี้  คุณพ่อเชาว์ แสงอุไรพร  ได้รับภาระเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด จึงขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของ  คุณพ่อเชาว์ แสงอุไรพร  มา ณ ที่นี้ด้วย ข้าพเจ้าและอาจารย์วัชอาภรณ์ ศรีสง่า  รับอาสาที่จะเป็นผู้รวบรวมจัดทำต้นฉบับ  แต่เพื่อให้เป็นไปตามที่ อ.บุญเพ็ง  ได้ประสบมาจึงคงสำนวนเดิมไว้ทั้งหมด  คงแก้ไขเฉพาะการเขียนตามหลักภาษาไทยและบาลีเท่านั้น  และได้เพิ่มภาคอธิบายไว้ต่างหากอีกส่วนหนึ่ง

     หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้  คงจะบรรเทาความสงสัยของผู้ปฏิบัติธรรม “สายสัญญา” ได้บ้างพอสมควร
                                                                      
                                  
บันทึกธรรม  สายสัญญา

  ข้าพเจ้า อ.บุญเพ็ง พันธุ์สุวรรณ  ได้จุดธูปบูชา  สัมมาคารวะ  ขออนุญาต จากต้นบรมครูด้วยเจตนาตน ตามนิมิตหมายจะได้สร้างหนังสือแนวทางการปฏิบัติธรรม ตามที่ได้ปฏิบัติตนกับพ่อต้นฯมา  เป็นประสบการณ์ตัวเองและอาจารย์ซึ่งเป็นศิษย์ของพ่อต้นฯ ตั้งแต่กึ่งพุทธกาลมาจนถึง วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๒  ตามลำดับ เพื่อเป็นแนวทางประกอบหลาย ๆ อย่าง  เป็นเหตุการที่สำคัญที่ศิษย์รุ่นหลังจะได้นำไปพิจารณา ขอกล่าวพอเป็นสังเขปเท่าที่จำได้  ต้นบรมครูองค์พระศาสดาบารมี องค์พระผู้เจ้าโลก องค์พระผู้เจ้าธรรม องค์พระผู้นำสร้าง องค์พระผู้สำเร็จ  องค์พระผู้อำนวยการ ขอคารวะบูชา  สัญญาสายนะ

  พ่อต้นฯ  องค์ต้นบรมครู  พระองค์ต้นหรือ “พ่อต้นฯ”  ท่านเป็นแก้วบ่อเกิดของพระธรรม เป็นผู้บรรลุธรรมเป็นเจ้าของแห่งธรรม  ได้รู้แจ้งเห็นจริงของสัจธรรม  รู้ความเป็นมาขององค์พระธรรม  รู้รูปเป็นนามรู้นามเป็นรูปรู้สังขารรู้วิญญาณและตัวท่านเองก็กล่าวนามแทนตัวท่านเองว่า  “ต้น” จึงได้เรียกพ่อต้นฯว่า  “ต้นบรมครู”  ชื่อของสังขารท่านคือ นายทองพูน เสาวโร  ขออนุญาตกล่าวถึงประวัติของพ่อต้นฯ ท่านสักเล็กน้อย

  ตามที่พ่อต้นฯ ท่านและญาติพี่น้องเคยเล่าให้ฟังว่า  คุณพ่อทองพูน เสาวโร  เป็นบุตรของคุณพ่อจันทร์ เสาวโร คุณแม่ทองดี เสาวโร  เป็นบุตรคนแรก  เป็นบุตรชายคนเดียวที่เกิดร่วมท้องเดียวกันในจำนวน ๕ คน ที่บ้านตากแดด ตำบลตากแดด อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์  พุทธศักราช ๒๔๔๔  (ตามบัตรประชาชน ๑ เมษายน ๒๔๔๔)  จึงถือเอาวันที่ ๑ เมษายน ของทุกปีเป็นวันสำคัญ

Cheesy ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์  แม่เคยนิมิตรในฝันว่า  มีผู้แต่งตัวสวย ๆ งาม ๆ สวมชฎาหลายคนถือพานทองคำ  ใส่ดอกบัวทองคำดอกใหญ่จะเอามามอบให้  แม่ท่านก็ได้ถามว่า  “จะเอามาให้ทำไม  ฉันไม่เคยมีของมีค่าอย่างนี้”  พวกที่นำพานทองคำมาตอบว่า  “เบื้องบนส่งมามอบให้ท่าน  ถึงสัญญาแล้วเป็นบุญบารมีของท่านรับเอาเถอะ”  คุณแม่ท่านก็จึงได้รับเอาขันดอกบัวทองคำเอาไว้

  ตั้งแต่คืนนั้นมา  คุณแม่ก็นิมิตรเห็นแต่พระเถระผู้ใหญ่มาให้ศีล  มาแสดงธรรมให้ฟัง เวลาผ่านไป ๒-๓ เดือนก็รู้ว่าตั้งครรภ์  ก็ปรึกษากับคุณพ่อว่า  “ฉันตั้งท้องแล้วลูกที่มาเกิดกับเราคงจะเป็นผู้มีบุญ”  คุณพ่อก็ตอบว่า  “ฉันก็นิมิตรเห็นแต่เทพบุตร เทพธิดา พ่อพระพรหม  พ่ออินตาธิราช  พญานาคราช”  เวลาล่วงไป ๙ เดือนก็คลอด ตอนคลอดคุณแม่ก็แปลกใจ ชาวบ้านเขากล่าวขานกันว่า บุตรหัวปีคลอดยาก  แต่คุณแม่คลอดไม่รู้สึกตัวเห็นว่าคลอดง่ายเหลือเกิน  พอตกฟากมาก็เห็นสายรกพันคอ  ก็จัดให้อยู่ไฟตามประเพณีของบ้านเมือง  พ่อแม่ก็เลี้ยงดูตามธรรมชาติ  แต่ผิดกันกับเด็กธรรมดา คือตั้งแต่เกิดมาไม่เคยร้องไห้เหมือนเด็กชาวบ้านทั่วไป  ดูลักษณะคล้ายรู้เดียงสา  จะเป็นเสียงร้องไห้หรือเสียงพูดก็ไม่เชิง  เป็นอย่างนี้ไปจนขวบเศษก็พูดจาผิดปกติเหมือนคนที่รู้ประสา แสดงความประหลาดให้พ่อแม่เห็นหลายอย่าง เวลาที่พ่อแม่ไปทำไร่ทำนาปล่อยให้นอนอยู่คนเดียว พ่อแม่ก็เป็นห่วงรีบกลับมาจะอุ้ม แต่ปรากฏว่าเห็นงูนอนแอบอยู่ข้าง ๆ แม่ก็ตกใจร้องเรียกพ่อ พอพ่อมางูก็เลื้อยหายไป เป็นลักษณะนี้อยู่หลายปี จนพ่อต้นฯมีอายุได้ ๕-๖ ขวบ  ก็ไปเที่ยวเล่นกับเด็กชาวบ้าน ท่านจะไม่ดื้อไม่เกเร การเล่นกับเพื่อน ๆ ส่วนมาก ท่านจะทำตัวเป็นพระให้พวกเพื่อน ๆ นั่งรับศีล ฟังเทศน์  เป็นอย่างนี้ตลอดมา

  จนอายุได้ ๗ ขวบก็เข้าโรงเรียนบ้านตากแดด  อำเภอนางรอง  จังหวัดบุรีรัมย์  ตั้งแต่ชั้น ป.๑–ป.๔  ผลการเรียนเป็นที่ยกย่องชมเชยของครูทุกคน  ด.ช.ทองพูน เสาวโร เรียนเก่ง เป็นเด็กฉลาด พอออกจากโรงเรียนก็อยากบวช  พ่อแม่ก็นำไปฝากกับพระอุปัชฌาย์ที่วัดบ้านตากแดด พอบวชเข้าไปในพระศาสนาก็ตั้งใจศึกษาพระธรรม  ท่องมนต์จากเจ็ดตำนานจำได้ สวดได้  จนพระอาจารย์กล่าวว่า  “เอ๊ะ!!เณรทองพูนนี่เก่งมาก บวชเข้ามายังไม่ทันทีปีเลย  สวดกับพระเณรไปได้เลย”

  อีก ๒-๓ ปีต่อมา  เริ่มแยกตัวออกจากกุฏิที่อยู่รวมกันหลาย ๆ รูป  แยกไปอยู่กุฎีร้างที่ท้ายวัดเพียงรูปเดียว เวลากลางคืน หลังจากทำกิจวัตรเสร็จ  ก็เข้ากุฏิสวดมนต์ คำสวดมนต์บางครั้งไม่ใช่เป็นคำสวดในเจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน  พระเณรในวัดพากันแอบฟังแล้วก็ไปเล่าให้อาจารย์ฟังอาจารย์ก็เรียกไปถาม เณรทองพูนก็ตอบว่า “บางครั้งก็ไม่รู้ว่ามีอะไรมานำสวด  ปากมันสวดออกไปเอง”อาจารย์ก็บอกว่า  “อย่าให้เลยเถิดนะ ธรรมแตกแล้วจะเป็นบ้านะ” เณรทองพูนก็รับคำ  แต่พอถึงเวลาสวดมนต์ก็เป็นไปในลักษณะเดิมอีก (สมัยนั้นคงจะไม่รู้จักคำว่าเปิดพระโอษฐ์!!!!!)เวลากลางคืนเริ่มเห็นเป็นแสง เป็นดวงไฟ ลอยลงมาจากเบื้องบน  มีทั้งดวงโตและเล็กหลากหลาย  สี  มีจำนวนนับไม่ได้เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า ลืมตาก็มองเห็นหลับตาก็มองเห็น ได้ยินเสียงกังวาลมาจากดวงแก้วว่า “เณรทองพูนรับเอานะ ๆ” และได้มองเห็นของหลายอย่างแต่ไม่กล้าเล่าให้พระเณรฟัง

     บวชได้ ๗-๘ ปี  พ่อแม่กลัวจะเป็นอะไรไป  ก็ไปขอลาสิกขาจากพระอุปัชฌาย์  ท่านก็อนุญาต  พอกลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่ก็ยังปฏิบัติตัวเหมือนอยู่วัด พ่อแม่ก็วิตกกังวลกลัวลูกจะเป็นอะไรไป  แต่พ่อต้นฯได้บอกกับพ่อแม่ว่า “ไม่ต้องวิตกกังวลกับท่านหรอก ท่านไม่ได้เป็นอะไรหรอกขอให้พ่อกับแม่สบายใจได้”  เวลาค่ำให้พ่อกับแม่สวดมนต์ไหว้พระแล้วจะดี

  พ่อต้นฯ ปฏิบัติตัวไปจนอายุ ๒๐ ปี บริบูรณ์ ก็ขออนุญาตพ่อแม่เข้าไปบวชอีก  พ่อแม่ก็ยอมอนุญาตและได้จัดกองบวช (เครื่องอัฐบริขาร) ไปบวชกับพระอุปัชฌาย์ที่วัดเดิม หลังจากบวชแล้วก็ได้ปฏิบัติตามวินัยของสงฆ์อย่างเคร่งครัด ระยะนั้นอาจารย์จะสร้างกุฎิที่วัดอีกหลัง  จึงได้นำพระเณรไปตัดไม้เลื่อยไม้ในป่าดงเพื่อนำมาสร้างกุฎิวัดบ้านตากแดด (ปัจจุบันกุฎิหลังนี้ยังปรากฎอยู่) ขณะที่ไปเลื่อยไม้อยู่ในป่าดง  พ่อต้นฯก็ไม่ค่อยจะพักนอนร่วมกับพระเณร จะแยกตัวออกไปต่างหากเพราะท่านจะสะดวกในการสวดมนต์ไหว้พระปั่นธรรม ไม่ค่อยจะมีเวลาพักผ่อน เกรงว่าพระเณรรูปอื่นจะรำคาญ  เมื่อสร้างกุฏิเสร็จก็ขอลาสิกขา  พระอุปัชฌาย์ก็ซักถามพ่อต้นฯ ก็ตอบแบบมีเหตุผล  พระอุปัชฌาย์ก็อนุญาตให้ลาสิกขาได้ หลังจากลาสิกขาไปแล้วก็ได้สมรสกับแม่พิมพา อยู่ครองเรือนร่วมกันจนมีบุตร ๔ คน เป็นหญิง ๒ ชาย ๒ คน  แม่พิมพาถึงแก่กรรม  บุตรทั้ง ๔  คือ แม่บุญมี, อาจารย์ริ, อาจารย์กว้าง และอาจารย์ละมุน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 27, 2011, 11:07:06 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 10:45:42 AM »

ต่อ.......ตอนที่ ๒

 Angry หลังจากแม่พิมพาถึงแก่กรรมลง  ต่อมาพ่อต้นฯได้พบกับหญิงชาวจีนมาชอบพอกัน  ก็เลยได้สมรสอยู่ครองเรือนด้วยกันมีบุตรอีก ๒ คน  เป็นชาย ๑ หญิง ๑  บุตรชายได้ถึงแก่กรรมไป  ยังเหลือแต่บุตรสาวชื่อ อาจารย์สงัด  อยู่ต่อมาการครองเรือนไม่เป็นไปตามเจตนา  พ่อต้นฯท่านมีแต่ปฏิบัติธรรม  ส่วนฝ่ายภรรยาชอบทำมาค้าขายอันเป็นอาชีพของคนจีน  จึงเลยต้องแยกทางกัน  และได้อพยพครอบครัวจากบ้านตากแดดมาเจาะดงอยู่บ้านหนองโดน  เลี้ยงลูกกำพร้าทั้ง ๕-๖ คน  และได้มาพบกับแม่ล้วนก็ชอบพอกัน ตกลงสมรสเป็นครั้งที่ ๓ กับแม่ล้วน  อยู่กันมาจนมีบุตรด้วยกัน ๔ คน  เป็นชาย ๒ หญิง ๒ คน คืออาจารย์ทวี, อาจารย์สุนทร, อาจารย์สุภาพ และอาจารย์จิตร  ระยะที่พ่อต้นฯมาอยู่กับแม่ล้วนได้เห็นชาวบ้านทำไร่ทำสวน  ได้หมากได้ผล  พ่อต้นฯก็ได้ไปทำไร่ในป่า  ทำไปได้ไม่นานกลับจากไร่มาบ้านนอนกลางคืนเห็นฤาษีใส่ชุดขาว  ชุดดำ  และชุดสีกลัก  มาหาแทบทุกคืน  พอมาถึงบ้านก็ขึ้นไปบนบ้านพูดกับองค์ท่านว่า  “ทองพูน  ต่อไปไม่ต้องไปทำไร่ทำสวนนะ  ถึงสัญญาแล้วจะเอาดวงแก้วมามอบให้  คอยรับเอานะ”

 Angry พอตื่นเข้าขึ้นมา  พ่อต้นฯก็นึกว่า  เจ้าป่าเขาคงหวงแหนที่ของเขา  คงไม่อยากให้ท่านไปทำ  พอคืนที่เจ็ดก็เห็นดวงแก้วโตขนาดบาตรพระลอยลงมาจากเบื้องบน  ต่ำลงมา ๆ ถึงบ้านของพ่อต้นฯ  ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ดวงแก้วดวงนั้นก็ลอยเข้าไปในตัวพ่อต้นฯ  กายของพ่อท่านก็เป็นแสงสว่างเหมือนไฟนีออน  พร้อมกับได้ยินเสียงจากบนหลังคาว่า “กุมารภาวนา กุมารภาวนา กุมารภาวนา”  พ่อท่านก็แปลกใจ  บอกให้คุณแม่ไปดูซิว่ามีใครอยู่บนหลังคา  แม่ล้วนเองไม่ได้ยินเสียงด้วยก็รีบออกไปดู  แต่มองดูเท่าไรก็ไม่เห็นมีอะไร  จึงบอกกับพ่อต้นฯว่าไม่มีอะไรก็แต่หลังคานั่นแหละ  แต่พ่อต้นฯ ได้ยินอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน  พ่อต้นฯจึงถามว่า  “ภาวนาอะไร ใครเป็นผู้บอก”  เสียงตอบลงมาว่าให้ภาวนาว่า “สัญญา”  อานนท์เป็นผู้บอก  พ่อต้นฯก็สวดสัญญา ๆ เสียงบอกว่า  ให้เปลี่ยนอิริยาบถ  ให้นั่งพับเพียบ  ท่านจะนั่งขัดสมาธิยังไม่ได้  เพราะยังไม่สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า  พ่อต้นฯท่านก็นั่งพับเพียบประนมมือ  ฟังเสียงทิพย์จากบนหลังคา  ฟังธรรมคำอธิบายคำว่าสัญญา  พร้อมทั้งภาวนาสัญญาอยู่ ๗ วัน ๗ คืน ในอีก ๗ วันคืนต่อมาได้ฟังธรรม  อธิบายคำว่า “นะ” ต่อจากสัญญา  และคำว่า “สาย” อีก ๗ วัน ๗ คืน  ก็เข้าใจในคำภาวนา  จึงได้ภาวนาว่า “สัญญาสายนะ”  มาจนทุกวันนี้  ปฏิบัติอยู่กับอานนท์อยู่หลายปี  ระยะแรกท่านพ่อใช้นามแทนพระองค์ท่านว่า “อานนท์”  พอหมดภาคของอานนท์จึงกล่าวนามแทนองค์ท่าว่า “ต้น”  และบางครั้งพระท่านก็กล่าวกับเบื้องบนว่า “ต้นบรมครู”  ศิษย์ทั้งหลายจึงได้เรียกพ่อต้นฯว่า “องค์ต้นบรมครู หรือ องค์พ่อต้นฯ องค์ต้นบวรพระศาสนา บารมี”
Shocked ประวัติของพ่อต้นฯมีอย่างมากมาย  ไม่สามารถจะนำมาบันทึกได้ทุกอย่าง  บันทึกตามที่ได้รับรู้มาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 02:26:03 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 10:48:43 AM »

 Shocked ตอนที่ ๓

 Tongue ภาค อาจารย์บุญเพ็ง  พันธุ์สุวรรณ

 Tongue ที่ข้าพเจ้าได้มาพบพ่อต้นฯ  ได้เรียกท่านว่า “พ่อ พ่อ”  ตั้งแต่วันแรกที่ได้มากราบคารวะพ่อต้นฯ  พออยู่มา ๒-๓ วัน  อาจารย์ในวิหารก็บอกให้เรียกท่านว่า  “พ่อต้นฯ” หรือ องค์ต้น  ข้าพเจ้าจึงได้เรียกพ่อต้นฯว่า “พ่อต้นฯ”  แสดงถึงความเคารพ  ความใกล้ชิดสนิทสนมในจิตใจแรกเริ่มก็มีลูกศิษย์ของท่านเล่าได้ฟังว่า  ถ้าชอบธรรมก็ให้ไปเรียนกับอาจารย์ของผมเถอะ (หมายถึงพ่อต้นฯ)  ธรรมนี้ดีทุกอย่าง  ผู้ใดปฏิบัติธรรมนี้แล้ว  ไม่ต้องไปเรียนอะไรอีกแล้ว  พอได้ยินศิษย์ของพ่อต้นฯ เล่าให้ฟังก็เกิดศรัทธา  จึงได้ถามถึงชื่อและที่อยู่ของอาจารย์  จากศิษย์ท่านนั้น  ศิษย์ท่านนั้นบอกว่าชื่อ อาจารย์ทองพูน เสาวโร  อยู่บ้านหนองโดน  ตำบลกวางงอย  อำเภอลำปลายมาศ  จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันเป็นบ้านหนองโดน  ตำบลบ้านยาง  อำเภอลำปลายมาศ  จังหวัดบุรีรัมย์

 Tongue ตั้งแต่วันนั้นมา  ถึงเวลาโรงเรียนปิดเทอมเก็บเกี่ยว  ก็ได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนครูและชาวบ้านที่ปฏิบัติธรรมฟัง  มีเพื่อน ๆ รับปากว่าจะไปหาพ่อต้นฯด้วยกัน ๑๐ กว่าคน  แต่พอถึงวันนัดหมายที่จะไปจริง ๆ  ก็ไม่มีใครไปด้วยสักคนเดียว

 Embarrassed   ข้าพเจ้าเองได้ตกลงกับครอบครัว  ญาติพี่น้องเรียบร้อยแล้ว  ก็ได้ออกเดินทางจากบ้านกะเดียน  อำเภอตระการพืชผล  จังหวัดอุบลราชธานี  เดินทางโดยรถไฟจากสถานีรถไฟ  อำเภอวารินทร์ชำราบ  จังหวัดอุบลราชธานี  ระยะทาง ๓๐ ก.ม.  ถึงสถานีลำปลายมาศ  เวลา ๑๕,๐๐ น.  เดินเท้าต่อจากอำเภอลำปลายมาศ  ถึงบ้านหนองโดน  ระยะทางประมาณ ๑๗  ก.ม.เศษ

 Tongue สมัยนั้นถนนหนทางยังเป็นทางเกวียนไม่มีรถวิ่ง  ต้องเดินเท้า  พอถึงบ้านโคกกลาง  ชาวบ้านเขาบอกว่าไปไม่ได้ต้องนั่งเรือไป  เจ้าของเรือก็ช่วยนำส่งข้ามน้ำลำมาศ  แต่ยังไม่พ้นน้ำ  เขาก็บอกว่าให้เดินไปตามทางเกวียนนะ  พอลงจากเรือก็ยังไม่ถึงฝั่ง  น้ำในลำมาศไหลเชี่ยวมากมองดูน่ากลัว  ข้าพเจ้านึกถึงคุณพระ  คุณครูบาอาจารย์ให้ช่วยให้คุ้มครองให้พ้นภัยอันตราย  ให้ได้ไปพบครูบาอาจารย์ตามที่ตั้งใจเอาไว้ด้วยเถิด  ข้าพเจ้าก็ค่อย ๆ เดินคลำทางไปเรื่อย ๆ บางที่เป็นหลุมเป็นบ่อ  น้ำลึกถึงเอว  ถึงอกถึงคอ  บางแห่งก็ท่วมหัว  กลัวน้ำจะพัดตกลงไปในหนอง  ได้แต่ภาวนาถึงพ่อทองพูนช่วยลูกด้วย

 Tongue ระยะทางที่เดินลุยน้ำไกลประมาณ ๑ ก.ม. เศษ  ผ่านพ้นน้ำก็เข้าป่า  ก่อนจะถึงบ้างกวางงอยและป่าจากกวางงอย  ถึงบ้านหนองโดนใช้เวลาเดินทาง ๒ ช.ม.เศษ  พอถึงบ้านหนองโดนเป็นเวลาจวนมืดค่ำ  ได้ขอขออาศัยกับชาวบ้าน  ซึ่งเจ้าของบ้านเป็นคนจังหวัดเดียวกัน  กลางคืนได้พูดคุยกัน  ข้าพเจ้าได้ถามถึงความเป็นมาของอาจารย์ทองพูนเจ้าของบ้านท่านผู้นั้นได้เล่าให้ฟังว่า  โอ้ย ! ท่านดีทุกอย่าง  แต่ชาวบ้านที่นี่ไปรับปฏิบัติไม่ได้เพราะมีวินัยเคร่งครัดหลายอย่าง  คนชาวบ้านนี้เขาทำมาหากิน  กินเหล้ากินยา  ชอบเล่นชอบสนุกกันอยู่  แต่ถ้าเจ็บป่วยเดือนร้อนก็จะถือดอกไม้ธูปเทียนไปขอความช่วยเหลือ  ท่านก็ช่วย  ถ้าจะมารับปฏิบัติกับท่านก็ขออนุโมทนา”  พอข้าพเจ้าได้ยินเขาเล่าให้ฟังหลายประการ  ข้าพเจ้ายิ่งเพิ่มความศรัทธายิ่งขึ้น
 
 Tongue พอรุ่งเช้าก็ขอแรงชาวบ้านผู้นั้นตามไปส่งที่บ้านของท่าน (ตามภาษาชาวบ้านก็เรียกวันว่าบ้าน)  แต่พอเข้าไปถึงบ้านของท่าน  ได้ยินเสียงศิษย์ของท่าน (เรียกว่าวิหาร)  ข้าพเจ้าก็นึกสงสัย  ไม่ใช่วัดทำไมถึงเรียกวิหาร  พอขึ้นไปบนวิหารเห็นศิษย์ของท่าน  นั่งรับธรรมะอยู่หลายคน  ข้าพเจ้าก็เดินเข้าไปใกล้ตัวท่าน  แล้วยกมือไหว้พร้อมกล่าวว่า  “สวัสดีครับพ่อ”  ท่านมองดูหน้า  คำแรกที่ท่านกล่าวทักว่า  “ครูมาหาพ่อทำไม”  มีความประสงค์อะไร”  ข้าพเจ้าเองยังรู้ไม่เท่าทัน  หันหน้ามองกลับไปทางด้านหลังของข้าพเจ้า  ในใจคิดว่ามีครูเดินตามหลังข้าพเจ้ามา  ท่านก็พูดขึ้นอีกว่า  “ตัวเรานี่แหละ”  ข้าพเจ้านึกมหัศจรรย์ในใจ  “เอ๊ะทำไมท่านเก่งถึงขนาดนี้”  ก็ประนมมือขึ้นกล่าวตอบท่านว่า  “ตั้งใจจะมามอบตัวเป็นลูกศิษย์พ่อ”  ท่านก็บอกว่า  ดีแล้วให้ไปจัดเครื่องบวชมาจะบวชให้  ข้าพเจ้ากล่าวตอบว่า  “พ่อครับผมรับราชการอยู่ยังไม่พร้อมที่จะบวช  ท่านบอกว่าการบวชมี ๒ แบบ  แบบบวชนอกและแบบบวชใ น  ข้าพเจ้าเองไม่เข้าใจในคำพูดของท่าน  ท่านบอกให้อาจารย์ตั๊ด  อาจารย์ทอง  นำเครื่องบวชมาให้  ซึ่งทั้งสองท่านนั้นเป็นอาจารย์คู่สวดของพ่อต้นฯ

 Tongue   เครื่องบวชนี้ท่านเรียกว่า “ขันสัจจะ  มีข้างซ้าย  ข้างขวา  ผ้าขาว ๕ ศอก  ธูป ๕ แนบ  เทียน ๕ กล่อง  ปัจจัยขันละ ๑๖๐ บาท  บอกให้ข้าพเจ้ายกขันขึ้น  แล้วตั้งจิตอธิษฐานเอา  มีความปรารถนาอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น  เมื่อวางขันสัจจะลง  พ่ออาจารย์ตั๊กยื่นเหล็กจารให้  พ่อต้นฯบอกว่า “จิ้มลิ้นเข้า”  ข้าพเจ้ายังไม่รู้อะไรเลย  พ่ออาจารตั๊ด  พ่ออาจารย์ทอง  คอยกำกับ  ขณะที่เอาเหล็กจารจิ้มลิ้นอยู่นั้น  ท่านก็กล่าวว่า “สัญญานะ”  อาจารย์คู่สวดก็แนะไปเรื่อย ๆ จนเข้าใจ  ท่านนำสวดไป  ประจุไปและบอกให้รู้ว่ากำลังสวดยัดธาตุธรรมเข้าใส่ตัวให้  เป็นธาตุสำเร็จ คือ ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ

 Tongue   คำสวดยัดมีว่า  “ยัดปัฐวิงกาย  สาย นะ มะ ทะ นะ   ทะ นะ มะ นะ  พะอัดถังลิงค์  สายเหล็กไหลดิ่ง  เนตรจักรเพชรดิ่ง  ให้ยั่งกายสิทธิ์พะเนินสัญญา”  สวดยัดเข้าทวารกาย คือ ปาก จมูก ตาทั้ง ๒ หูทั้ง ๒  กระหม่อม  กลางฝ่าเท้า  กลางฝ่ามือ  และสะดือ  เสร็จแล้วสั่งให้อาจารย์ตั๊ดไปสระน้ำมนต์ให้  อาจารย์ตั๊ดบอกว่าทุกคนมารับสัญญาครั้งแรก  จะต้องให้สระน้ำมนต์  จะได้ชำระโรคภัย เสนียดจัญไร กิเลสภายนอกภายใน ให้หมดสิ้นไป  ต่อไปจะมีองค์พระธรรมครอบครองอยูในตัวของเรา  เราจะมีแต่คุณพระปกปักรักษา  อาจารย์ตั๊ดก็แนะนำสั่งสอนอีกหลายอย่าง  ข้าพเจ้าก็ยิ่งเพิ่มความศรัทธามากขึ้น

 Tongue   หลังสระน้ำมนต์  พ่อต้นฯก็เรียกขึ้นไปจดบันทึกเอา  ตัวดับล้างบทแรกที่ได้คือ  อัตถาธรรมมีอยู่สองบท  เป็นเจตสิกธรรม ๑๖ คือ  นะ มะ อิ ทิ มิ อุ ทิ ยะ ยัก พะ ติ ปิ ปุ ปะ วิ โม  ตอนหลัง (ช่วงกลาง) เปลี่ยนจากโมเป็น “สะ” คือ นะ มะ อิ ทิ มิ อุ ทะ ยะ ยัก พะ ติ ปิ ปุ ปะ วิ สะ  ถอดเป็นหัวใจมาจาก  “เจ็ดตำนานสิบสองตำนาน” พระไตรปิฎกหรือ พระธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขัน  เจตสิกธรรมนี้เป็นสูตรเป็นแม่บทของตัวดับล้างตัวล่าง  และองค์พระธรรมที่ศิษย์ทั้งหลายได้นำมาปฏิบัติกันอยู่ทุกวันนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 02:29:12 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 10:50:52 AM »

 ตอนที่ ๔

 Shocked ภาคองค์พระธรรมเบื้องต้น

 Cheesy องค์พระธรรมบั้นต้น  คือ  วิญญาณ ธาตุธรรม  วิญญาณ ดิน น้ำ ลม ไฟ  ธาตุนี้จึงเป็นสิ่งปรุงแต่งของสังขารและวิญญาณ  จึงแจกแจงธาตุออกไปเป็นองค์พระธาตุสังขารวิญญาณของท่าน   องค์พระธรรม  คือธรรมชาตินั่นเอง

 Angry องค์พระธรรม  อักขระธรรม  อักษรธรรม  ในยุคก่อน  สมัยก่อน  นักปราชญ์บัณฑิตธรรม  ได้จดบันทึกพระธรรมใส่ไว้ในใบตาลใบลาน  สมุดข่อย  และแผ่นศิลา  ซึ่งเราเรียกว่า  “พระคัมภีร์ธรรม”

   หลังจากที่พ่อต้นฯสำเร็จธรรม  บรรลุธรรม  กายทิพย์  เป็นรูปกายจากเบื้องบน  มานิมิตรบอกให้นำองค์พระธรรม  อักขระธรรม  อักษรธรรม  จากพระคัมภีร์มาบรรจุสวดยัดใส่ตัวคน  สังขารของคน ๆ นั้น  จะได้เป็นพระคัมภีร์ธรรมที่ศิษย์เรียกว่า “องค์พระผู้นำสร้าง”  คือท่านให้นำองค์พระธรรมมาสร้างใส่ในตัวศิษย์  ที่ท่านทั้งหลายได้จารึกองค์พระธรรมใส่ตัวในปัจจุบันนี้นั่นเอง

 Cheesy องค์พระธรรมบั้นต้น  ที่จริงก็มาจากคำกล่าว  คำสวด  ในนามธรรมตามพระบาลีธรรม  แม่เมื่อเป็นรูปธรรม  เป็นองค์พระธรรม  ท่านเรียกว่า  “พระโมคคัลลีธรรม  เป็นรูปธรรม  เป็นอักษรธรรม”

 Grin ในภาคต้น  องค์พระธรรมจะมี ๑ รอบ  เรียกว่าศูนย์หนึ่ง  แต่จะมีนามขององค์นั้นกำกับอยู่  เป็นนามธรรม  ประกอบกันทั้งรูปและนาม  นามธรรมนั้นเหมือนที่เราสวดมนต์ในแต่ละบท  ตั้งแต่ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ นั่นเอง  ส่วนรูปธรรมขององค์พระธรรม  ถึงสอบถามเอาจาก  ครูบาอาจารย์ในสายสัญญาเถิด

 Grin ในภาคกลาง  องค์พระธรรม  จะมีหัว ๔ รอบ ๕ รอบ ๗ รอบ ๘ รอบ ๑๒ รอบ  ที่กล่าวว่า  สิบสองศูนย์ตั้ง  วิญญาณยักษ์เกิด  ยักษ์เกิดแล้ว  สังขารนั้นจึงเกิดตาม  สิบสองศูนย์ก็คือ คุณแม่สิบสอง นั่นเอง  ในภาคนี้เริ่มมี  “โสด”  มี  “สัปทน”  ปกเกศขององค์พระธรรม  พ่อต้นฯ  เคยกล่าวเอาไว้ว่า  “ธาตุนี้ขาดไม่ได้” สังขารเราก็เป็นธาตุ  วิญญาณเราก็เป็นธาตุ  เป็นนามธาตุ  รูปธรรมธาตุตอนกลางนามธรรมของธาตุ  จะมีการเปลี่ยนไปเรื่อย  จนถึงธาตุกุศล  ธาตุสำเร็จ

 Grin ในภาคกลาง  จะมีคำภาวนาธาตุว่า  “สัญญาสาย นะ  มะ ทะ นะ วิ อุดถัง อุดถัง นาคราช  นะ นะ วิ  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนิน  สัญญา, สายมิ อุดถัง  นาคราช โสด  พัดจุลี  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนิน  สัญญา  สายปั่นกาย  สายนะลิงค์  สายเหล็กไหลลิงดึ่ง  สิทธิ์สัญญา

 Cheesy สัญญา สายนะ  มะทะนะ  พะมะทะนะ  นะอัดถังลิงค์  สายเหล็กไหลดิ่งสิทธิ์พะเนินสัญญา  สายมิอุดถัง  นาคราช  โสด  พัดจุลี  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา

 Sad สัญญา สายนะ  มะทะนะ  วิ  อุดถัง  อุดถัง  นาคราช  นะนะ วิ สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์สัญญา  สายจตุโลกบาล  ตถามัตถัง  ปะกาเสนโต  ราชสีโห  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญาฯ

 Wink สายมิอุดถัง  สายมิอุดถัง  นาคราช  โสด  พัดจุลี  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา  สายปั่น  สายปั่นกาย  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา

 Smiley ปลายภาคถึงท้ายสุด  สัญญา  สาย  นะมะทะนะ  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา  สาย ทินะ ทินะ  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา   สายพะนะมะ  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสายสัญญา   สายมินะ  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา  สายพัดจุลียะ  อุดถัง  อุดถัง  นาคราช  นะนะ  โสด  พัดจุลี  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธ์พะเนินสัญญา  สายปั่น  ปั่นกาย  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา  สูดธาตุ ท้ายสุดเป็นธาตุกุศลเข้าสู่สายดิ่งของเส้นทางพระอริยะเจ้า  สัญญา  สายนะ  มะทะนะ  ทินะ  ทินะ  พะนะมะ  มินะ  สายพัดจุลียะ  อุดถัง  อุดถัง  นาคราช  นะนะโสด  พัดจุลี  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา  สายปั่น  ปั่นกาย  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา

 Wink ปัจจุบันนี้  ศิษย์ได้สวดแต่ธาตุสำเร็จ ธาตุกุศลเป็นธาตุทรัพย์ภายในทรัพย์ภายนอก  รับรองทุกธาตุสังขาร  ธาตุวิญญาณตามสัญญาฯ  ในภาคปลาย  องค์พระธรรมจะมีหัว ๑๒, ๑๔, ๑๕, ๑๗, ๑๙, ๒๑, ๒๕, ๒๗, ๓๒   ครบอาการสามสิบสอง  จึงได้รวบรวมอาการสามสิบสอง  เข้าสู่อู่ธรรม  และที่บนเกศขององค์พระธรรม  จะมีโสด ๔ ชั้น ๕ ชั้น ๘ ชั้น ๙ ชั้น ๑๒ ชั้น ๑๔ ชั้น ๑๕ ชั้น ๑๙ ชั้น ถึง ๒๑ ชั้น  และมีพัดจุลีอยู่บนพระเกศขององค์พระธรรม  เป็นสัปทนตั้งแต่ ๑ ชั้น ๔ ชั้น ๕ ชั้น ๘ ชั้น ๙ ชั้น ๑๒ ชั้น ๑๔ ชั้น ๑๕ ชั้น ๑๙ ชั้น ถึง ๒๑ ชั้น  ให้ศิษย์ทั้งหลายไปศึกษาจากสมุดองค์พระธรรม  ที่ครูบาอาจารย์ได้จดบันทึกจากพระองค์ต้นบรมครู  เกิด  สาธุ  สัญญานะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 02:31:31 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 11:00:04 AM »

ภาคโปรดญาติ  
องค์บรมครู  องค์โปรดญาติ  ที่พ่อต้นฯมอบให้  ออกโปรดญาติ  ได้ศิษย์ที่เป็นครูอาจารย์หลายคน  ทั้งชายและหญิง  อาจารย์สมบูรณ์  อาจารย์ทรงศิลป์  ที่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ  โปรดญาติได้มากมีอิทธิฤทธิ์หลายอย่าง  ขอยกตัวอย่างปี พ.ศ. ๒๕๒๙  มีลูกและหลานที่เป็นนักศึกษาอยู่  วิทยาลัยศรีสะเกษ ครูอาจารย์นำไปทัศนาจรเขาใหญ่  ขากลับมาพอถึงอำเภอนางรอง  มีรถซุงจอดอยู่ข้างทาง  รถนักศึกษาวิ่งเข้าชนท้ายรถซุง  ทั้งครูอาจารย์และศิษย์ตาย ๔๐ กว่าศพ  เหลือเด็กที่อาจารย์สมบูรณ์แม่ทรงศิลป์ลงองค์พระธรรมใส่ตัวให้จำนวน ๖ คน  ก่อนจะถึงรถซุงเหมือนมีอะไรกดหัวให้ก้มลง    ขณะนั้นรถทัศนาจรพุ่งเข้าชนท้ายรถซุงพอดี  เด็ก ๖ คนนี้ก้มหัวลงลอดท่อนซุง  นี่ก็เป็นเพราะองค์พระธรรมที่จารเข้าตัวช่วยคุ้มครองป้องกันให้พ้นอันตราย

   อีกรายหนึ่งในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ในบ้านหลังนั้นเกิดอาเพท  เวลาค่ำคืนจะมีก้อนหิน  ก้อนอิฐ  ท่อนไม้  ตกลงมาในบ้านจนเจ้าของบ้านอยู่ไม่ได้  เจ้าของและชาวบ้านช่วยกันสังเกต มันเกิดจากอะไร  จนรู้ว่าไม่ใช่คนทำคงจะเป็นพวกผีทำ  จึงไปนิมนต์พระเกจิอาจารย์หลายองค์หลายวัดมาทำพิธี  บางครั้งขณะนั่งสวดอยู่  จะมีก้อนอิฐก้อนหิน ขวดเปล่าตกลงมา จนพระมาทำพิธีให้ก็แก้ไม่ได้  จึงได้มาเชิญอาจารย์สมบูรณ์และแม่ทรงศิลป์ไปทำพิธีคือ ไปนั่งปฏิบัติธรรมะที่บ้านหลังนั้นพร้อมลงหลักธรรม ๘ หลัก ๘ ทิศ ตั้งแต่วันนั้นมาก็หายเงียบไป  ฤทธาอันนี้ก็คือองค์พระธรรมของพ่อต้นฯนั่นเอง  เรื่องของอาจารย์สมบูรณ์และแม่ทรงศิลป์นี้ยังมีอีกมาก  ได้นำมากล่าวพอได้เห็นเหตุให้พิจารณา ของผู้ปฏิบัติธรรมสายสัญญา สาธุ ขอให้ศิษย์ทั้งหลายจงมีฤทธา  บุญฤทธิ์  อิทธิฤทธิ์ ตามสัญญา

 Angry   การจดบันทึกมี ๒ อย่างคือ  จดบันทึก  ตัวดับตัวล้าง  และจดบันทึกองค์พระธรรม  ทั้งสองอย่างนี้จดในเล่มเดียวกันไม่ได้  สมุดเล่มจดบันทึกองค์พระธรรม  เริ่มจดบันทึกธรรมธาตุ  คือ วิญญาณธาตุสำเร็จ  วิญญาณธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ บัญญัติลง การสร้างองค์พระธรรมเข้าตัว  พ่อต้นฯเป็นผู้ใส่ในตัวของบุคคลนั้นตามกุศลผลบุญในบั้นต้น  ท่านจะบัญญัติตามที่ได้พิจารณาแล้ว  เมื่อธาตุทั้ง ๔ สำเร็จแล้วสังขารนั้นจะเกิดเป็นกุศลธาตุแล้ว สร้างองค์พระให้สังขารได้รับกุศล องค์กุศลจะได้นำไปสู่ความสำเร็จ  มีสำเร็จโลก และสำเร็จธรรม  องค์พระธรรมที่จะมากู้เอาผู้มีบุญมีกุศลเข้าสู่เส้นอริยะเจ้า  ที่พระศาสดาเอกของโลกทุกพระองค์ได้บัญญัติไว้ หลายพันปีผ่านถึงยุคถึงที่จุดที่หมายองค์พระธรรม องค์พระศรีอริยะเมตรัยโย  จะลงมาวางพระศาสนาเพื่อมากู้เอาสังขาร  เอาวิญญาณ ที่มีกุศลได้สร้างสมบุญญาบารมี  ร่วมพระองค์ท่านมาทุกภพทุกชาติจะได้เข้าไปยังในพระศาสนากับพ่อต้นฯ  พ่อต้นฯจะคัดเอาสามร่วมโพธิ์คัดเอาไว้ร่มเดียว  บุคคลใดได้เข้าอยู่ในสามร่วมนี้จะได้พ้นจากไฟบรรลัยหลวง  ไฟบรรลัยกัลป์  จะได้เข้าไปยั่งอยู่ในชั้นสวรรค์อย่างต่ำจนยังขึ้นไปเทียบชั้นพระนิพพาน  และชั้นพระนิพพานกับพ่อต้นฯ

 Angry   การจดบันทึกตัวดับล้างเป็นสมุดอีกเล่มหนึ่งเป็นแม่บท  หรือสูตรเรียกว่า  เจตสิกธรรม ๑๖ องค์  พระองค์ต้นบรมครูพระองค์เดียวเป็นต้นบ่อเกิดขององค์พระธรรม  และตัวดับตัวล้างท่านเป็นผู้มีญาณทิพย์  ญาณวิเศษสามารถหยั่งรู้ถึงวิญญาณกุศลและอกุศลในสามภพเอามาปฏิบัติตน  แต่ละภพแต่ละอดีตได้สร้างอกุศล  และกุศลมาอย่างไร  พ่อต้นฯนั่งเพ่งดูในส่วนตัวของบุคคลและทั่วไป  ท่านก็เปล่งวาจาจากคัมภีร์ที่มองเห็นเป็นคัมภีร์ทิพย์ ศิษย์ก็จดบันทึกตามกรณีกรรมกรณีเวรที่ได้สร้างสมไว้  ท่านจะกล่าวเป็นวรรคไปพร้อมเพ่งตรวจ กุศล อกุศล ดูกรรม  ดูเวรของแต่ละคน  แต่ละครั้งมีความยาวประมาณหนึ่งหน้าของกระดาษฟุลสแก๊ป  วันหนึ่งท่านจะเรียกไปเอา ๓-๔ ครั้ง  ทั้งกลางวันและกลางคืน เหล่าศิษย์ทั้งหลายก็ปรึกษากันว่า  ไม่รู้ท่านได้มาอย่างไร คือตามประสบการณ์ของ อ.บุญเพ็ง ที่จำได้และที่จำไม่ได้ก็มีมาก  ขออโหสิสัญญานะ

 Cheesy   ภาคขององค์พระธรรม  ที่ใช้ลงหลักองค์พระธรรมทุกองค์  ทุกชั้นทุกวิมานเรียกว่าองค์พระผู้เจ้าโลก  พระผู้เจ้าธรรม  เจ้าของบ่อเกิดธรรมบ่อเกิดกุศล  องค์พระธรรมทุกพระองค์บั้นต้นเป็นรูปธรรมทิพย์  บุคคลธรรมดาไม่สามารถจะรู้ได้  แต่พ่อต้นฯจะหยั่งรู้ถึงองค์สำเร็จทุกกระทรวงกล่าวเป็นนามธรรม  บาลีธรรม  เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนักในบั้นต้นยังไม่มีศิษย์มารับปฏิบัติเท่าที่ควร  พอมาถึงภาคบั้นกลางจะเริ่มเป็นรูปธรรม และนามธรรม และเริ่มบัญญัติการเขียนองค์พระจะหมุนหัว ๑ รอบ ๔ รอบ ๘ รอบ ๑๒ รอบ  และเป็นอักขระธรรม อักษรธรรม พระโมคคัลลีธรรม  พร้อมนามธรรมประกอบทุกองค์  พอพระองค์สร้างตัวปฏิบัติในตัวมาถึงบั้นกลางจะมีศิษย์แต่ถิ่นที่แต่ละจังหวัด  แต่ละภาคที่อยู่ห่างไกลผู้ที่เคยได้ติดตามท่านมา จะเข้ามารับปฏิบัติและนิมนต์พระองค์ไปโปรดถึงบ้าน และภูมิลำเนานั้น  องค์สำเร็จก็อนุญาตให้พ่อต้นฯออกไปโปรดญาติเป็นครั้งคราว  หลักในการปฏิบัติธรรมสายสัญญามีหมวดใหญ่ ๓ หมวด

 Cheesy   หมวดที่หนึ่ง  การดับล้าง  คำกล่าวดับล้างนี้  มีพ่อต้นฯบรมครูองค์เดียวเป็นผู้ค้นพบ เป็นหลักสูตรเป็นแม่บท เรียกว่าเจตสิกธรรม มีตัวผู้มีอยู่ ๑๖ หมวด  ตัวเมีย ๑๖ หมวด รวมครบ ๓๒ หมวด  ที่พระสัมมาสัมพุทธะเจ้าสำเร็จในแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันท์  ตามสมุดตัวล้างของส่วนตัว  และดับล้างทั่วไป
หมวดที่สอง  หมวดกรวดน้ำ  ที่กล่าวเป็นภาษาบาลีของ ตถาคตโคดม  องค์ต้นบรมครูเปิดต่อจากบาลี  กล่าวเป็นภาษาไทยตั้งแต่สังขารวิญญาณในอดีตถึงปัจจุบัน  เพื่ออโหสิกรรมเพื่อให้ลุกรรม  เพื่อสร้างบารมีเข้าสู่เส้นอริยะเจ้า

 Cheesy   การเตรียม  มีน้ำสะอาดประมาณหนึ่งหรือสองถัง  ใส่น้ำหอมหรือแป้งหอมนิดหน่อย แล้วเทน้ำสู่พระธรณี พร้อมกล่าวตามสูตร  ตามคำอธิษฐานจนหมดน้ำและจบคำกล่าวให้ดูจากแบบในหนังสือที่ครูบาอาจารย์จดบันทึกเอาไว้

   หมวดที่สาม  การสร้างองค์พระธรรมมีอยู่ ๓ หมวด  คือหมวดแรกบัญญัติ

หมวดแรก ให้สร้างใส่ตัวตามธรรมาธิษฐาน  สร้างสังขารให้เป็นคัมภีร์เป็นจุด ๆ คือ หัว ตาม คอ คาง  หน้าผาก  ทัดดอก หน้าอก  หลัง  ข้างขวา  ข้างซ้าย  ท้ายทอด  กลางฝ่ามือ  หลังมือ กระเบนเหน็บ  หัวเข่า  รักแร้  หลังฝ่าเท้า  ตามตุ่มนอก ตาตุ่มใน  มีองค์ท่านเป็นผู้บัญญัติได้พระองค์เดียว

   หมวดทีสอง  สร้างองค์พระธรรมลงใส่หลักมี  ๒ อย่างคือ  หลักตีหลักตั้ง  และและหลักตีปราบหรือประหาร

 Cheesy   องค์ตีตั้ง  พ่อต้นฯพิจารณาละเอียดแล้ว  ให้จารรูปธรรม นามธรรม  ลงใส่หลักที่เตรียมไว้ตามธรรมาธิษฐานแล้วใช้น้ำหอม  แป้งหอมทาบนหลัก แล้วนำไปตอกในที่ที่มีความประสงค์ตามจำนวนบัญญัติ ตอกลงในพระธรณีให้มิดทุกหลัก พอตีเสร็จจะบังเกิดผลตามปรารถนาต่อผู้ที่จัดทำถูกต้องตามธรรมมาธิษฐานตั้งไว้

 Wink   องค์ตีปราบหรือองค์ประหาร  องค์นี้เป็นวิญญาณและสังขารที่ไม่ดีมา  จะมาเป็นมารของศาสนา  มารของบ้านของเมือง  ของผู้ครองธรรม  พ่อต้นฯท่านรู้วิญญาณจึงนำวิญญาณมารประหารทิ้ง  ไม่ให้ไปเกิดร่วมในพระศาสนาขององค์ห้าพระศรีอาริยะเมตรัย  ในหมวดที่สองนี้ให้ศึกษาจากครูบาอาจารย์  ในสมุดพระธรรมที่พ่อต้นฯได้บัญญัติไว้  การตีหลักจะเกิดทั้งคุณและโทษ  ถ้าแต่งถูกทำถูกก็จะบังเกิดผลรับรองตามที่เจตนา  ถ้าแต่งไม่ถูกทำไม่ถูกก็จะเกิดผลร้ายแก่ผู้ทำ  ผู้ที่จะลงหลักได้คือ  ผู้ที่พ่อต้นฯได้ฉันทานุมัติแล้ว  และครูอาจารย์มอบต่อท่านพิจารณา  จะเกิดประโยชน์เป็นคุณแก่ศิษย์ นอกนี้ศิษย์จะต้องศึกษจากครูบาอาจารย์ก่อนให้รู้จริง รู้คุณ  รู้โทษเสียก่อน  จึงจะลงหลักได้  พ่อต้นฯเคยกล่าวเตือนศิษย์ว่า  อย่าให้เพี้ยนนะ  ลงให้ถูกนะ  การลงหลักนี้สำคัญมา  อย่าได้คิด  คิงลง ถ้าลงไม่ถูกจะเกิดโทษแก่ตัวเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 27, 2011, 11:09:13 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 11:15:47 AM »


ภาคโปรดญาติ  
  Cheesy องค์บรมครู  องค์โปรดญาติ  ที่พ่อต้นฯมอบให้  ออกโปรดญาติ  ได้ศิษย์ที่เป็นครูอาจารย์หลายคน  ทั้งชายและหญิง  อาจารย์สมบูรณ์  อาจารย์ทรงศิลป์  ที่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ  โปรดญาติได้มากมีอิทธิฤทธิ์หลายอย่าง  ขอยกตัวอย่างปี พ.ศ. ๒๕๒๙  มีลูกและหลานที่เป็นนักศึกษาอยู่  วิทยาลัยศรีสะเกษ ครูอาจารย์นำไปทัศนาจรเขาใหญ่  ขากลับมาพอถึงอำเภอนางรอง  มีรถซุงจอดอยู่ข้างทาง  รถนักศึกษาวิ่งเข้าชนท้ายรถซุง  ทั้งครูอาจารย์และศิษย์ตาย ๔๐ กว่าศพ  เหลือเด็กที่อาจารย์สมบูรณ์แม่ทรงศิลป์ลงองค์พระธรรมใส่ตัวให้จำนวน ๖ คน  ก่อนจะถึงรถซุงเหมือนมีอะไรกดหัวให้ก้มลง    ขณะนั้นรถทัศนาจรพุ่งเข้าชนท้ายรถซุงพอดี  เด็ก ๖ คนนี้ก้มหัวลงลอดท่อนซุง  นี่ก็เป็นเพราะองค์พระธรรมที่จารเข้าตัวช่วยคุ้มครองป้องกันให้พ้นอันตราย

 Wink   อีกรายหนึ่งในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ในบ้านหลังนั้นเกิดอาเพท  เวลาค่ำคืนจะมีก้อนหิน  ก้อนอิฐ  ท่อนไม้  ตกลงมาในบ้านจนเจ้าของบ้านอยู่ไม่ได้  เจ้าของและชาวบ้านช่วยกันสังเกต มันเกิดจากอะไร จนรู้ว่าไม่ใช่คนทำคงจะเป็นพวกผีทำ  จึงไปนิมนต์พระเกจิอาจารย์หลายองค์หลายวัดมาทำพิธี  บางครั้งขณะนั่งสวดอยู่  จะมีก้อนอิฐก้อนหิน ขวดเปล่าตกลงมา จนพระมาทำพิธีให้ก็แก้ไม่ได้  จึงได้มาเชิญอาจารย์สมบูรณ์และแม่ทรงศิลป์ไปทำพิธีคือ ไปนั่งปฏิบัติธรรมะที่บ้านหลังนั้นพร้อมลงหลักธรรม ๘ หลัก ๘ ทิศ ตั้งแต่วันนั้นมาก็หายเงียบไป ฤทธาอันนี้ก็คือองค์พระธรรมของพ่อต้นฯนั่นเอง  เรื่องของอาจารย์สมบูรณ์และแม่ทรงศิลป์นี้ยังมีอีกมาก  ได้นำมากล่าวพอได้เห็นเหตุให้พิจารณา ของผู้ปฏิบัติธรรมสายสัญญา สาธุ ขอให้ศิษย์ทั้งหลายจงมีฤทธา  บุญฤทธิ์  อิทธิฤทธิ์ ตามสัญญา

 Wink   การจดบันทึกมี ๒ อย่างคือ  จดบันทึก  ตัวดับตัวล้าง  และจดบันทึกองค์พระธรรม  ทั้งสองอย่างนี้จดในเล่มเดียวกันไม่ได้  สมุดเล่มจดบันทึกองค์พระธรรม  เริ่มจดบันทึกธรรมธาตุ  คือ วิญญาณธาตุสำเร็จ วิญญาณธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ  บัญญัติลง  การสร้างองค์พระธรรมเข้าตัว  พ่อต้นฯเป็นผู้ใส่ในตัวของบุคคลนั้นตามกุศลผลบุญในบั้นต้น  ท่านจะบัญญัติตามที่ได้พิจารณาแล้ว  เมื่อธาตุทั้ง ๔ สำเร็จแล้วสังขารนั้นจะเกิดเป็นกุศลธาตุแล้ว สร้างองค์พระให้สังขารได้รับกุศล  องค์กุศลจะได้นำไปสู่ความสำเร็จ  มีสำเร็จโลก และสำเร็จธรรม  องค์พระธรรมที่จะมากู้เอาผู้มีบุญมีกุศลเข้าสู่เส้นอริยะเจ้า  ที่พระศาสดาเอกของโลกทุกพระองค์ได้บัญญัติไว้  หลายพันปีผ่านถึงยุคถึงที่จุดที่หมายองค์พระธรรม องค์พระศรีอริยะเมตรัยโย  จะลงมาวางพระศาสนาเพื่อมากู้เอาสังขาร  เอาวิญญาณ  ที่มีกุศลได้สร้างสมบุญญาบารมี  ร่วมพระองค์ท่านมาทุกภพทุกชาติจะได้เข้าไปยังในพระศาสนากับพ่อต้นฯ  พ่อต้นฯจะคัดเอาสามร่วมโพธิ์คัดเอาไว้ร่มเดียว  บุคคลใดได้เข้าอยู่ในสามร่วมนี้จะได้พ้นจากไฟบรรลัยหลวง  ไฟบรรลัยกัลป์  จะได้เข้าไปยั่งอยู่ในชั้นสวรรค์อย่างต่ำจนยังขึ้นไปเทียบชั้นพระนิพพาน  และชั้นพระนิพพานกับพ่อต้นฯ

 Smiley   การจดบันทึกตัวดับล้างเป็นสมุดอีกเล่มหนึ่งเป็นแม่บท  หรือสูตรเรียกว่า  เจตสิกธรรม ๑๖ องค์  พระองค์ต้นบรมครูพระองค์เดียวเป็นต้นบ่อเกิดขององค์พระธรรม  และตัวดับตัวล้างท่านเป็นผู้มีญาณทิพย์  ญาณวิเศษสามารถหยั่งรู้ถึงวิญญาณกุศลและอกุศลในสามภพเอามาปฏิบัติตน  แต่ละภพแต่ละอดีตได้สร้างอกุศล  และกุศลมาอย่างไร  พ่อต้นฯนั่งเพ่งดูในส่วนตัวของบุคคลและทั่วไป  ท่านก็เปล่งวาจาจากคัมภีร์ที่มองเห็นเป็นคัมภีร์ทิพย์  ศิษย์ก็จดบันทึกตามกรณีกรรมกรณีเวรที่ได้สร้างสมไว้  ท่านจะกล่าวเป็นวรรคไปพร้อมเพ่งตรวจ กุศล อกุศล ดูกรรม  ดูเวรของแต่ละคน  แต่ละครั้งมีความยาวประมาณหนึ่งหน้าของกระดาษฟุลสแก๊ป  วันหนึ่งท่านจะเรียกไปเอา ๓-๔ ครั้ง  ทั้งกลางวันและกลางคืน  เหล่าศิษย์ทั้งหลายก็ปรึกษากันว่า  ไม่รู้ท่านได้มาอย่างไร คือตามประสบการณ์ของ อ.บุญเพ็ง  ที่จำได้และที่จำไม่ได้ก็มีมาก  ขออโหสิสัญญานะ

 Wink   ภาคขององค์พระธรรม  ที่ใช้ลงหลักองค์พระธรรมทุกองค์  ทุกชั้นทุกวิมานเรียกว่าองค์พระผู้เจ้าโลก  พระผู้เจ้าธรรม  เจ้าของบ่อเกิดธรรมบ่อเกิดกุศล  องค์พระธรรมทุกพระองค์บั้นต้นเป็นรูปธรรมทิพย์  บุคคลธรรมดาไม่สามารถจะรู้ได้  แต่พ่อต้นฯจะหยั่งรู้ถึงองค์สำเร็จทุกกระทรวงกล่าวเป็นนามธรรม  บาลีธรรม  เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนักในบั้นต้นยังไม่มีศิษย์มารับปฏิบัติเท่าที่ควร  พอมาถึงภาคบั้นกลางจะเริ่มเป็นรูปธรรม และนามธรรม  และเริ่มบัญญัติการเขียนองค์พระจะหมุนหัว ๑ รอบ ๔ รอบ ๘ รอบ ๑๒ รอบ  และเป็นอักขระธรรม อักษรธรรม พระโมคคัลลีธรรม  พร้อมนามธรรมประกอบทุกองค์  พอพระองค์สร้างตัวปฏิบัติในตัวมาถึงบั้นกลางจะมีศิษย์แต่ถิ่นที่แต่ละจังหวัด  แต่ละภาคที่อยู่ห่างไกลผู้ที่เคยได้ติดตามท่านมา  จะเข้ามารับปฏิบัติและนิมนต์พระองค์ไปโปรดถึงบ้าน  และภูมิลำเนานั้น  องค์สำเร็จก็อนุญาตให้พ่อต้นฯออกไปโปรดญาติเป็นครั้งคราว  หลักในการปฏิบัติธรรมสายสัญญามีหมวดใหญ่ ๓ หมวด

   หมวดที่หนึ่ง  การดับล้าง  คำกล่าวดับล้างนี้  มีพ่อต้นฯบรมครูองค์เดียวเป็นผู้ค้นพบ เป็นหลักสูตรเป็นแม่บท เรียกว่าเจตสิกธรรม มีตัวผู้มีอยู่ ๑๖ หมวด  ตัวเมีย ๑๖ หมวด รวมครบ ๓๒ หมวด ที่พระสัมมาสัมพุทธะเจ้าสำเร็จในแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันท์ ตามสมุดตัวล้างของส่วนตัว  และดับล้างทั่วไป
   หมวดที่สอง  หมวดกรวดน้ำ  ที่กล่าวเป็นภาษาบาลีของ ตถาคตโคดม  องค์ต้นบรมครูเปิดต่อจากบาลี  กล่าวเป็นภาษาไทยตั้งแต่สังขารวิญญาณในอดีตถึงปัจจุบัน  เพื่ออโหสิกรรมเพื่อให้ลุกรรม  เพื่อสร้างบารมีเข้าสู่เส้นอริยะเจ้า

 Wink   การเตรียม  มีน้ำสะอาดประมาณหนึ่งหรือสองถัง  ใส่น้ำหอมหรือแป้งหอมนิดหน่อย แล้วเทน้ำสู่พระธรณี พร้อมกล่าวตามสูตร  ตามคำอธิษฐานจนหมดน้ำและจบคำกล่าวให้ดูจากแบบในหนังสือที่ครูบาอาจารย์จดบันทึกเอาไว้

 Cheesy หมวดที่สาม  การสร้างองค์พระธรรมมีอยู่ ๓ หมวด  คือหมวดแรกบัญญัติ

 Wink   หมวดแรก ให้สร้างใส่ตัวตามธรรมาธิษฐาน  สร้างสังขารให้เป็นคัมภีร์เป็นจุด ๆ คือ  หัว ตาม คอ คาง  หน้าผาก  ทัดดอก  หน้าอก  หลัง  ข้างขวา  ข้างซ้าย  ท้ายทอด  กลางฝ่ามือ  หลังมือ  กระเบนเหน็บ  หัวเข่า รักแร้  หลังฝ่าเท้า  ตามตุ่มนอก  ตาตุ่มใน  มีองค์ท่านเป็นผู้บัญญัติได้พระองค์เดียว

   หมวดทีสอง  สร้างองค์พระธรรมลงใส่หลักมี  ๒ อย่างคือ  หลักตีหลักตั้ง  และและหลักตีปราบหรือประหาร

 Cheesy   องค์ตีตั้ง  พ่อต้นฯพิจารณาละเอียดแล้ว  ให้จารรูปธรรม นามธรรม  ลงใส่หลักที่เตรียมไว้ตามธรรมาธิษฐานแล้วใช้น้ำหอม  แป้งหอมทาบนหลัก แล้วนำไปตอกในที่ที่มีความประสงค์ตามจำนวนบัญญัติ  ตอกลงในพระธรณีให้มิดทุกหลัก  พอตีเสร็จจะบังเกิดผลตามปรารถนาต่อผู้ที่จัดทำถูกต้องตามธรรมมาธิษฐานตั้งไว้

Grin   องค์ตีปราบหรือองค์ประหาร  องค์นี้เป็นวิญญาณและสังขารที่ไม่ดีมา  จะมาเป็นมารของศาสนา  มารของบ้านของเมือง  ของผู้ครองธรรม  พ่อต้นฯท่านรู้วิญญาณจึงนำวิญญาณมารประหารทิ้ง  ไม่ให้ไปเกิดร่วมในพระศาสนาขององค์ห้าพระศรีอาริยะเมตรัย  ในหมวดที่สองนี้ให้ศึกษาจากครูบาอาจารย์  ในสมุดพระธรรมที่พ่อต้นฯได้บัญญัติไว้  การตีหลักจะเกิดทั้งคุณและโทษ  ถ้าแต่งถูกทำถูกก็จะบังเกิดผลรับรองตามที่เจตนา  ถ้าแต่งไม่ถูกทำไม่ถูกก็จะเกิดผลร้ายแก่ผู้ทำ  ผู้ที่จะลงหลักได้คือ  ผู้ที่พ่อต้นฯได้ฉันทานุมัติแล้ว และครูอาจารย์มอบต่อท่านพิจารณา  จะเกิดประโยชน์เป็นคุณแก่ศิษย์  นอกนี้ศิษย์จะต้องศึกษาจากครูบาอาจารย์ก่อนให้รู้จริง  รู้คุณ  รู้โทษเสียก่อน  จึงจะลงหลักได้  พ่อต้นฯเคยกล่าวเตือนศิษย์ว่า  อย่าให้เพี้ยนนะ  ลงให้ถูกนะ  การลงหลักนี้สำคัญมา  อย่าได้คิด  คิงลง ถ้าลงไม่ถูกจะเกิดโทษแก่ตัวเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 04:37:45 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 11:29:06 AM »

 Cheesy หมวดที่สาม  การสร้างหรือจดบันทึกองค์พระธรรมใส่ในสมุด  เริ่มตั้งแต่บั้นต้นคือ  วิญญาณธาตุธรรม  นะมะทะนะ  ดิน น้ำ ลม ไฟ  บั้นกลางบัญญัติหัวองค์พระธรรมเป็น ๔ รอบ ๘ รอบ ๑๒ รอบ ๑๗ รอบ ถึง ๒๑ รอบ  ตามลำดับมาในบั้นปลายจะมี “พัดจุลี” ๑ ชั้น ๔ ชั้น ๕ ชั้น ๘ ชั้น ๑๒ ชั้น ๑๕ ชั้น ๑๙ ชั้น  ถึง ๒๑ ชั้น  องค์พระธรรมทุกองค์จะต้องได้รับฉันทานุมัติจากองค์ต้นบรมครู  และครูบาอาจารย์มอบให้  จึงจะนำไปใช้ได้  ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาตินำไปใช้ก็ไม่เกิดผลรับรอง  ขอให้ผู้ปฏิบัติศึกษาจากครูบาอาจารย์ผู้แจ้ง  ผู้รู้  และจากสมุดองค์พระธรรม  ที่ครูบาอาจารย์ได้รวบรวมได้บันทึกเอาไว้  อย่าไปแก้ไขและเพิ่มเติมให้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม  จะเกิดเวร  ถ้าถูกต้องไม่ผิดเพี้ยนจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองไปตลอด  ที่กล่าวมาในแนวทางปฏิบัติทัง ๔ หมวด  เพียงแต่เป็นหลักการของแต่ละหมวด  ความละเอียดแตกฉานจริง ๆ  จะต้องเอาตัวเข้าไปศึกษาปฏิบัติให้ถึงแก่นแท้  จึงจะได้เห็นธรรม  รู้ธรรมได้รู้แจ้งเป็นจริง  ประสบความสำเร็จโลก สำเร็จธรรม  ขอเตือนศิษย์ผู้ปฏิบัติแล้วและเริ่มปฏิบัติให้ถือคำเตือนขององค์ต้น  ท่านเคยกล่าวกับศิษย์ว่า  “ท่านทั้งหลายขออย่าได้ยึดติดกับตัวบุคคล”  ให้ยึดมั่นกับองค์พระธรรมและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง  การปฏิบัติธรรมะนี้ไม่ใช่ของยาก  ไม่ใช่ของง่ายเป็นอยู่ที่กุศลผลบุญ  จะเอาตัวเข้าสู่ธรรมรับธรรมะเข้าสู่ตัว  สาธุ  สาธุ  ขอให้ท่านผู้มีกุศลผลบุญได้พบและได้ปฏิบัติธรรม  เพื่ออานิสงฆ์ในภพนี้ไปสู่ภพหน้า  จะได้พ้นจากวน เวียนว่าย ตาย เกิด ตามสัญญา

 Cheesy   การสร้างตัวอีกภาคหนึ่ง  คือการสร้างสังฆทานถวายต่อองค์ธรรมและองค์สำเร็จ  พระองค์เคยยกตัวอย่างของเวสสันดรชาฎก  มัทรี  ได้สร้าง  ทานบารมี  เป็นมหาทานแก่เหล่าชูชกทั้งหลาย  กุศลผลบุญก็ไปจุติในพระศาสนาสัมมาสัมพุทธะเจ้า  เป็นผู้เจ้าโลกผู้เจ้าธรรม  ได้จารึกเป็นนิทานชาฎกมาตราบเท่าทุกวันนี้  ผู้ใดอยากจะลุกรรม  ลุเวร  จะให้ได้ความสำเร็จท่านแนะให้ถวายสังฆทาน  เพื่ออุทิศไปให้ญาติวงพงศา  บิดามารดา  ครูอาจารย์  ปู่ย่า  ตายาย  บรรพบุรุษเผ่าพงศ์พันธ์  พุทธพงศ์พันธ์ตลอดสรรพสัตว์ทั้งหลาย  เจ้ากรรม  นายเวรทั้งหลาย  เพื่อให้ลุโทษลุทัณฑ์  ลุกรรมลุเวร  ที่ได้อาฆาตพยาบาทจองเวรแก่กันมาตั้งแต่ถึงดำบรรพ์ถึงปัจจุบันนี้  การสร้างสังฆทานคือการใช้หนี้  เรามีทั้งหนี้เก่าและหนี้ใหม่ที่ได้สะสมมา  มนุษย์เราสะสมทั้งบุญและบาปมาหลายภพหลายชาติ  ผู้ที่จะหลุดพ้นได้  คือผู้ที่ปฏิบัติธรรมะ  คือสร้างบุญบารมีภายใน  และการสร้างสังฆทานคือการสร้างบารมีภายนอก  ทั้งสองอย่างต้องสร้างเป็นคู่กัน  การสร้างตัวภายในที่ได้รับคือสังขารและวิญญาณ  เมื่อสังขารล่วงลับไปดวงวิญญาณก็จะได้ไปจุติอยู่เบื้องสูง  ตามกุศลผลบุญที่ได้ปฏิบัติมา  การสร้างตัวภายนอกสังขารและวิญญาณได้รับเสบียงทิพย์  สังขารก็ได้อุปโภคบริโภค  วิญญาณก็รับเสบียงทิพย์  เสวยทิพย์  ตามอานิสงฆ์ผลทานที่ได้สะสมไว้  การสร้างสังฆทานภายในและภายนอก  ขอกล่าวพอเป็นสังเขป  เพื่อศิษย์ของพ่อต้นฯจะได้นำไปศึกษาพิจารณา  เป็นแนวทางต่อไปในภายภาคหน้า  ขออนุโมทนาสาธุการ  ผู้ที่รับจริงทำจริงถือจริง  อยู่ในสายดิ่งด้วย  กาย วาจา ใจ  ขออำนาจแห่งพระธรรมได้บังเกิดผลให้ท่านได้รับความสำเร็จตามปรารถนาทุกประการเทอญ

 Wink   ภาคโปรดเอาญาติ  ผู้มีกุศล  พอศิษย์เข้ามารับปฏิบัติ  พ่อต้นฯพิจารณาแล้ว  มอบองค์พระธรรมให้แก่ศิษย์ออกไปโปรดญาติแทนท่าน  ศิษย์ที่ได้รับมอบถือปฏิบัติตนตามพ่อต้นฯทุกประการ  ผลที่เกิดแก่ศิษย์คือ  ได้ความสำเร็จจากญาติที่มีศรัทธา  ยอมรับปฏิบัติตาม  จะบังเกิดผลในทางอิทธิฤทธิ์  บุญฤทธิ์  กายสิทธิ์  คนที่ป่วยมาปลายปีรอวันตาย  พอศิษย์ไปรักษาลงองค์พระธรรม  ทำน้ำมนต์สระให้แก่ผู้ป่วย  ลงหลักธรรมให้ผู้ป่วย  อาการป่วยนั้นก็ทุเลาลงและหายเป็นปกติ  ข่าวอันนี้ก็เล่าลือ  ก็ขยายกระจายออกไป  ก็มีบุคคลทั้งผู้ป่วยและไม่ป่วยเข้ารับการปฏิบัติมากขึ้นเรื่อย ๆ  จนมาถึงบั้นปลาย  มีศิษย์ทุกสารทิศ  ทั้งหญิงชายเข้ามารับปฏิบัติตัวมากขึ้น  มีบุคคลหลายระดับชั้น  บุคคลเหล่านี้มาตามสัญญาเดิม  ถึงอาณัติสัญญาจะอยู่ห่างไกลถิ่นฐานใดก็ได้เข้ารับสัญญา  ปฏิบัติตนตามบุญญาบารมีของตน  พอได้ปฏิบัติไปเข้าใจในแนวทางปฏิบัติรู้ดับล้าง  รู้การสร้างองค์พระธรรมเข้าตัว  ก็เกิดความปิติ  จะอิ่มเอิบในรสพระธรรม  จะปฏิบัติถือจริง  ผลเกิดรับรองตามที่บุคคลนั้นได้ตั้งจิตอธิษฐานตอนยกขันรับสัญญา  แรกเริ่ม  สิ่งที่ศิษย์ประสพเป็นผลอานิสงค์  บางคนได้ดวงตาทิพย์มองเห็น กายทิพย์  วิญญาณทิพย์  แม้จะอยู่ใกล้อยู่ไกลทุกชั้นทุกวิมาน บางคนได้หูทิพย์ได้ยินเสียงทั้งใกล้และไกล  บางคนได้จิตทิพย์  บางคนได้โหราศาสตร์  หมอพยาบาลบางคนได้ลิ้นทอง  บางคนได้ยศฐาบรรดาศักดิ์  บางคนได้ทรัพย์สินสมบัติ  บางคนได้เมตตามหานิยม  ตามบุญกุศลมูลเดิมที่ได้สร้างสมมาแต่อดีตชาติ  และชาติปัจจุบัน  ขอกล่าวพอเป็นสังเขป  เรื่องมียาวนานมาก  ขออโหสิสัญญา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 04:39:11 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 11:32:39 AM »

 Grin ภาคสร้างตัว  อีกภาคหนึ่งพ่อต้นฯ กล่าวว่าการสร้างตัวมี ๒ อย่าง  คือสร้างภายใน  เป็นองค์พระเข้าใส่สังขาร  และวิญญาณของผู้ได้รับการประจุองค์พระธรรม  เมื่อสังขารดับขันธ์ไปดวงวิญญาณก็สำเร็จจะได้ไปจุติ  ต่ำสุดคือสวรรค์  และผู้ที่ปฏิบัติสร้างตัวถึง  ดวงวิญญาณก็จะได้จุติในชั้นนั้นๆ  ตามกุศลผลบุญของการสร้างสม  จนเทียบพระนิพพานกับพ่อต้นฯ

 Smiley   ขอกล่าวภาคอิทธิฤทธิ์  พ่ออาจารย์เจ๊ก  ขึ้นต้นตาลสูงประมาณ ๒๐ เมตร  แกตกลงมาจากยอดตาลถึงพื้นดินก็นั่งเหมือนเรากระโดดลงมาจากที่ต่ำ  พอถามอาจารย์เจ๊กท่านบอกว่าตัวท่านเบา  ท่านได้ฤทธิ์ทางหมอรักษาคนป่วยหายมาแล้วหลายคน  ได้ทางเมตตามหานิยม  มีคนนิยมชมชอบ  จนหญิงสาวสองคนพี่น้องที่ไม่เคยแต่งงานมาก่อน  เกิดอาการป่วยไม่มีหมอรักษาให้หายได้  จนมาเจอพ่ออาจารย์เจ๊กรักษาให้  ก็หายจากเจ็บป่วยเป็นปกติ  หญิงสองคนนี้ไม่ยอมให้พ่ออาจารย์ไปไหน  กลัวจะกลับมาเจ็บป่วยอีก  จึงมอบกายถวายชีวิตไว้กับพ่ออาจารย์เจ๊ก  รับเป็นผู้ปรนนิบัติตลอดไป

 Wink   พ่ออาจารย์ชัง  พ่อตาของอาจารย์กว้าง เสาวโร  ซึ่งเป็นดองกับองค์ต้น  ในทางหมอมียารากเดียวรักษาโรคได้สารพัด  มีอิทธิฤทธิ์ทางแคล้วคลาด  อยู่ยงคงกระพันชาตรี  วันหนึ่งไปเที่ยวงานบุญบั้งไฟ  พร้อมกับประกาศขายยาดี  กลุ่มชาวบ้านที่กำลังเล่นสนุก  ด้วยฤทธิ์เหล้าถามพ่ออาจารย์ชังพร้อมกับยกฆ้อนยกขวานขึ้น  อันนี้ดีไหม  พ่ออาจารย์ชังองค์กายสิทธิ์เข้าสวมกระโดดเข้าใส่  กลุ่มของชาวบ้านรุมตีพ่ออาจารย์ชังคนเดียวที่ลานวัด  สุดท้ายทนถูกทุบตีด้วย  ค้อน  มีด  ขวาน  จนหมดแรงสลบไป  ชาวบ้านกลัวความผิดลากสังขารอ้วน ๆ ของพ่ออาจารย์ชังไปทิ้งนอกวัด  ดึกประมาณเที่ยงคืนก็ฟื้นและเดินไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน  จ้างเกวียนลากมาส่งถึงบ้านหนองโดน   เข้ามาแจ้งต่อพ่อต้นฯตามเหตุที่ประสบมา  พ่อต้นฯก็ให้เตรียมน้ำมนต์ ๒ ถัง  รดน้ำมนต์ก็หายเป็นปกติ

 Wink   พ่ออาจารย์สี (หมอสำลี)  อยู่จังหวัดเพชรบูรณ์  เคยบวชเรียนศึกษาในพระธรรม จบสน จบนาม  จบมูล  สำเร็จธาตุ  เสกผ้าขาวม้าเป็นนกบินไปได้  เสกหมวกเป็นตะขาบ  เสกข้าวสารเป็นผึ้ง  ต่อ  แตน  ได้ไปพบกับพ่อต้นฯ  หมอสำลีเป็นบัณฑิตผู้เก่งกาจ  มีพ่ออาจารย์ติ๊ด  มีฤทธิ์ในทางโปรดญาติสั่งสอนแนวทางปฏิบัติ  และเป็นผู้ปรนนิบัติองค์ต้นอยู่ในวิหาร  ครูบาอาจารย์เข้าไปรับปฏิบัติส่วนมากไปพักอยู่ที่บ้านพ่ออาจารย์ติ๊ด  พ่ออาจารย์ทอง  พ่ออาจารย์พรหม  มีหน้าที่บันทึกองค์พระธรรม  จดบันทึกตัวดับล้าง  บันทึกลงใส่หลัก  ตีลงในพระธรณี  เวทย์มนต์วิชาอาคมได้สารพัดอย่าง  ได้แสดงธรรมะกับพ่อ ๓ วัน ๓ คืน  จนหมอสำลีหมดทางจะสู้  หมอสำลีขอให้พ่อต้นฯ แสดงฤทธิ์ให้ประจักษ์ต่อสายตาจึงจะยอมเป็นศิษย์  พ่อต้นฯ เรียกวิญญาณกบทองเข้าสิงกายหมอสำลี  หมอสำลีกระโดดเหมือนกบจะหยุดเต้นก็ไม่ได้  หมอสำลีพยายามหาวิธีแก้เองยังไงก็ไม่ได้  จึงยอมมอบกายถวายชีวิตเป็นศิษย์ของพ่อต้นฯ  ในตอนท้ายหมอสำลีหลงฤทธิ์ลืมตัวว่าไม่มีอาจารย์  ผลสุดท้ายก็เกิดวิบัติหมดฤทธิ์

 Wink   เหตุของอาจารย์เภา  จ.เพชรบุรี  มีฤทธิ์ในทางไฟ  จับเข้าไปยืนในกองไฟไม่ไหม้  เคยถูกลอบเอาสังขารด้วยอาวุธหลายครั้ง  แต่สังขารไม่เสียหาย  จนวาระสุดท้ายสังขารมรณะภาพไปตามกลางเวลาของธรรมชาติ  สมุดองค์พระธรรมและตัวดับล้างอยู่กับละมุนลูกสาวพ่อต้นฯ และอาจารย์บุญเพ็ง

 Smiley   เหตุของเสือคน  ปล้น  ฆ่า  ทำลายแก่บ้านเมืองได้รับความเดือดร้อน  ได้มาขอเรียนวิชาจากพ่อต้นฯ  ท่านนำไปประจุ  กับถังน้ำมนต์  ที่ป่าประทิ้งข้างลำปลายมาศ  พอท่านประจุไปสวดยัดไปท่านตรวจได้สำเร็จเสือสมิงแล้ว  ท่านเอาฝ่าเท้าแตะหลังตุ๊บ  คนคนนั้นกระโดดเป็นเสือวิ่งฝ่าหนามปากก็ร้องเหมือนเสือ  พอมาถึงองค์พ่อก็ทราบฝ่าเท้า  ตัวสั่นยังไม่หมดฤทธิ์  พอองค์พ่อเอามือไปตบหัว  ๒-๓ ครั้ง  พร้อมกับกล่าวว่าหยุด  พอแล้ว  ก็หมดฤทธิ์เสือ

      อีกคนอาจารย์คล้ายได้ฤทธิ์ทางน้ำ  องค์พญานาคเข้าสวมกาย  นำไปสวดยัดประจุที่ลำมาศ  พอปะจุไปท่านตรวจดูว่าได้แล้ว  พอท่านเอามือตบหัวก็กระโดดลงในแม่น้ำลึก ๆ เวลาที่อยู่ในน้ำประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง  ทุกคนก็คิดว่าตายแล้ว  ธรรมชาติของคนดำน้ำนั้น  จะดำอยู่ในน้ำได้ไม่เกิน ๔-๕ นาทีเท่านั้น  แล้วอาจารย์คล้ายก็โผล่ขึ้นมา  (ไม่ตายนี่คือฤทธิ์ของพญานาค)

 Wink ภาคอิทธิฤทธิ์  อาจารย์หวาด  มีฤทธิ์ในทางแคล้วคลาด  ทางเมตตามหานิยม  มีวาจาสิทธิ์  รักษาคนป่วยได้ผล  มีคนขึ้นมากมาย  ผลสุดท้ายก็ลืมตัวหลงฤทธิ์  พูดกับลูกศิษย์ว่าผมไม่มีอาจารย์สำเร็จธรรมด้วยตนเอง  พ่อต้นฯใช้ให้ศิษย์ไปตามมาหา  อาจารย์หวาดไม่ยอมมา  เป็นศิษย์ลืมครูยกตนเทียมต้น  องค์สำเร็จสั่งให้ตีหลักถอน  ตั้งแต่นั้นมาสิ้นฤทธิ์  ศิษย์ผู้อกตัญญูจะได้ผลตามมาแทบทุกราย

 Wink   ภาคกุศลรุ่นหลัง  ผู้จดบันทึกองค์พระธรรม  บันทึกลงใส่หลักมีอาจารย์หลง  อาจารย์ช่วย  อาจารย์สมภาร  อาจารย์กฤช  อาจารย์เสนอ  อาจารย์สุบิน  อาจารย์จ้อย

   ภาคอิทธิฤทธิ์  อาจารย์บุญมาใหญ่  สำเร็จในภาคกรรมฐาน  มาพบพ่อต้นฯยอมมอบตัวเป็นศิษย์  องค์นี้มีฤทธิ์สารพัดชนิด  เปิดองค์ธรรมแก้กรณีแก่ญาติ  เกี่ยวกับกรณีผัวเมียให้คืนดีกัน  เปิดรักษาโรคเป็นพระคาถาขององค์พระธรรม  และหนักไปในทางชู้สาว  พ่อต้นฯเคยสั่งลงโทษยืนตากแดดทรมานครั้งละ ๓-๗ วัน  แต่ไม่เคยเข็ดหลาบ  แต่อาจารย์บุญมานี้ดีในการสรรเสริญพ่อต้นฯ  การปรนนิบัติรับใช้ในพ่อต้นฯได้ทุกอย่าง  ช่วยลงองค์พระธรรมสมัยก่อน

 Wink   ภาคอิทธิฤทธิ์  “พระเริ่ม” ได้ทางดวงตามองเห็น  แก้กรณีให้แก่ญาติ  ได้มีวาจาสิทธิ์  พ่อต้นฯท่านเรียกพระเจ้าวอ  ได้ฤทธิ์ทางนิ้วชี้  ชี้ให้นั่ง นอน วิ่ง นั่งติดกระดาน  ชี้ให้รถไฟหยุด  รถไฟหยุดอยู่กลางดง  ชี้ให้รถยนต์หยุด  เอาฝ่ามือตบเสาไฟฟ้าบอกว่าให้ไฟฟ้าแถวนี้ดับก็เป็นไปตามที่พูด  ภาคนี้อาจารย์เริ่มก็หลงฤทธิ์  กล่าวว่าตนเป็นพระศรีอาริยะ  พ่อต้นฯเป็นฤาษีรักษาธรรมให้ตน  ยังเหลือ “นะ”องค์เดียวพอให้หากิน  อาจารย์บุญเพ็งเป็นคู่ผู้นำไปรับเอาฤทธิ์จากฤาษี  องค์ต้นสั่งให้ลงไปแก้ไปต่ออายุ  เพราะสังขารของอาจารย์เริ่มมีสัญญาแค่ ๔๐ ปี  ถ้ามาต่ออายุได้อยู่ไปอีก ๓๓ ปี  พระเริ่มก็ไม่ยอมมาพบ  อายุ ๔๐ ปีก็นอนหลับไม่ตื่น  ขออโหสิที่ได้นำภาคอิทธิฤทธิ์ของครูบาอาจารย์มากล่าว  ถือเป็นเหตุเป็นผลขององค์พระธรรมได้นำศิษย์แสดงอิทธิฤทธิ์

 Wink ภาคอาจารย์เปลี่ยนใหญ่ (ฟันเลี่ยมทอง)  มีฤทธิ์ในทางลิ้นทอง  แต่สมัยเป็นหนุ่มถ้าเห็นหนุ่มสาวต้องตาต้องใจ  จะไม่พ้นที่จะเป็นนางฟ้านางสวรรค์  วันหนึ่งอาจารย์บุญเพ็งนั่งประจุองค์พระธรรมกับพ่อต้นฯอยู่บนวิหาร  มีองค์พระราชทูตนำเอกสารมาแจ้ง  องค์ต้นทางก็บอกว่า  อาจารย์บุญเพ็งอ่านสารที่พระราชฑูตนำมาแจ้งเป็นกรณีของอาจารย์เปลี่ยน  คืออาจารย์เปลี่ยนนำลิ้นทองไปใช้  มีหญิงสาววิ่งหนีตาม  ฝ่ายญาติของหญิงเขาโกรธ  เขาจะเอาชีวิตของอาจารย์เปลี่ยน  ก็สั่งให้ศิษย์นำหลักมาตีช่วยก็พ้นภัยไปได้  อาจารย์เปลี่ยนชอบมากองค์ลิ้นทอง  เวลาพ่อให้ประจุอยู่บนวิหาร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 27, 2011, 11:11:38 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 11:41:32 AM »

 Wink ภาคเมตตามหานิยม  ลิ้นทองเจรจากับบุคคลหลายชั้นหลายระดับ  ทั้งหญิงชายได้เป็นบุญกุศลตลอดมา

 Smiley ภาคโปรดญาติ  ได้ญาติมาปฏิบัติจริง ๆ จัง ๆ มาก  และได้โปรดญาติที่มีความทุกข์ความเดือดร้อนมีมากกว่าญาติผู้ปฏิบัติเป็นครูบาอาจารย์

 Smiley ภาคบำรุงต้น  บำรุงศาสนา  ได้ถือปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มแรก  คือการถวายสังฆทาน  เข้าไปที่วิหารพ่อต้นฯทีไรได้สร้างกองสังฆทานทุกครั้ง  ครั้งละ ๒-๓ หน  บางครั้ง ๑๑–๑๙ พา  ๙๕–๙๙  พา  ๑๐๑–๑๐๙ พา  บางครั้งข้าวสารประสอบป่าน ๔ กระสอบป่าน  ปัจจัยเท่าที่มี  ๕๐๙–๙๙๙ บาท  บางครั้ง ๑,๙๙๙.๐๐, ๔๕๙๙.๐๐–๕,๙๙๙.๐๐ บาท  ครั้งสุดท้ายปัจจัย ๓,๕๐๐.-บาท  สร้อยคอทองคำน้ำหนัก ๑ บาท  ข้าวสาร ๑ กระสอบ  มีเวลาสร้างสังฆทานกับพ่อต้นฯ ๒๒ ปี  จึงไม่สามารถจะนำมากล่าวทั้งหมดได้  กุศลผลบุญที่สร้างสมมาทั้งหมดยังไม่คุ้มค่าขององค์พระธรรม  ที่ได้รับมาจากพ่อต้นฯ  ที่ได้มีความสุขศิษย์ที่อยู่ดีกินดีมีทรัพย์สินสมบัติ  ไม่มีความทุกข์เดือดร้อนอดอยาก  ก็เพราะบารมีของพ่อต้นฯได้ประทานฉันทานุมัติให้ไว้  ขอฝากญาติธรรมทั้งหลาย  อย่าได้มีข้อกังขาในการปฏิบัติเลย  ขอให้ตั้งใจปฏิบัติไปจะได้รับรู้ผลแต่ตัวท่านเอง  ชาวไร่ชาวนาปลูกข้าวปลูกผลไม้  ก็จะได้กินผลฉันใด  ผู้ที่ปฏิบัติบุญกุศลก็คือจะได้รับบุญกุศลเป็นทรัพย์ภายใน  ทรัพย์ภายนอกมารับรองฉันนั้น  สาธุ สาธุ สาธุ อโหสิสัญญา

 Smiley ภาคอิทธิฤทธิ์  อาจารย์แพง  ก่อนเข้ามารับการปฏิบัติ  เป็นพระเกจิอาจารย์เป็นเจ้าอาวาส  เคยได้รับหนังสือคัมภีร์ใบลานจากพระองค์หนึ่ง  จากเวียงจันทร์  ถือคัมภีร์เล่มนี้ตามหาองค์ “พระยาธรรมมิคราช”  ได้อ่านและมอบคัมภีร์เล่มนี้ไว้กับเจ้าอาวาสแพง  ต่อมาพ่ออาจารย์สีเดินโปรดญาติไปขอพักค้างคืนที่วัดอาจารย์แพง  ก็เล่าประวัติความเป็นมาของธรรมะให้อาจารย์แพงฟัง  พอรับฟังแล้วนำไปคิดไปพิจารณา  มันตรงกันกับความอยู่ในคัมภีร์นี้จึงตามอาจารย์สีเข้ามาวิหารบ้านหนองโดน  อาจารย์แพง  ก็เข้าไปพบพ่อต้นฯ  พ่อต้นฯก็มองดูอาจารย์แพงแล้วท่านก็บอกว่า  ถึงสัญญาของท่านแล้วมารับเอาเถอะ  พ่ออาจารย์แพงได้ฟังธรรมะจากพ่อต้นฯก็บรรลุธรรม  ตกลงรับปฏิบัติธรรมอยู่ประจำวิหาร  และลาสิขาบทมาปฏิบัติตัวอยู่ที่วิหารหนองโดน  พ่อต้นฯมอบองค์มโหสถไว้กับอาจารย์  จึงได้ถือปฏิบัติมาจนทุกวันนี้

Cheesy   อาจารย์บุญมา  นพสันเทียะ  กุศลผลบุญขอกล่าวพอสังเขปเท่าที่รู้มา  ภาคต้นพ้นจากรับราชการทหารมา  ได้มีครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย  พบครูบาอาจารย์สายสัญญาก็รับปฏิบัติ  หลังจากรับปฏิบัติตัวเหมือนเป็นบุญเก่าที่เคยได้สร้างสมกับพ่อต้นฯ มา  รีบสร้างรีบปฏิบัติตัวและได้เข้ามาปฏิบัติตัวอยู่บนวิหาร  อยู่ใกล้ชิดปรนนิบัติพ่อต้นฯ ตลอดเวลา  พร้อมกับน้องสาวของอาจารย์บุญมา  แต่งงานกับลูกชายพ่อต้นฯ  ยิ่งมีความใกล้ชิดในทางโลก  ผลสุดท้ายอาจารย์บุญมาขายที่ไร่ที่นาบ้านเรือนเข้ามาปฏิบัติตัวทั้งครอบครัว  อยู่ในวิหารจนได้มีบารมีแก่กล้า  โปรดญาติรวบสังฆทานให้ญาติได้  ถือมั่นปฏิบัติตนวาระสุดท้าย  คือพ่อต้นฯ วางใจในสังขารอาจารย์บุญมากขึ้น  ระยะที่ปฏิบัติตัวอยู่นั้นองค์สำเร็จที่พ่อองค์ต้นมอบให้  แสดงอภินิหาร  คือสังขารของ อาจารย์บุญมาจะมีแสงสว่างขึ้นทั่วตัว  เหมือนแสงหลอดไฟนีออนเวลากลางคืนมืด ๆ ยิ่งเห็นแสงชัด  อาจารย์บุญมาจะประสิทธิ์ประสาทให้ญาติ  ก็จะได้รับแสงที่ถ่ายทอดให้  จึงมีญาติเข้าไปรับแสงมากจนไม่มีเวลาพักผ่อน  หลังจากได้รับกายสิทธิ์แล้วองค์สำเร็จได้นำอาจารย์บุญมาแลครอบครัวขยายออกไปตั้งหลักปักเสา  ที่หนองขวางใกล้กับสระอโนดาษ  มีสานุศิษย์ทุกระดับมารับสร้าง  สถานปฏิบัติธรรมขึ้นหลายหลัง  เป็นที่ประจักษ์เป็นพยานของบุญกุศลที่ได้ปฏิบัติตนมา

 Smiley ภาคสร้างสังฆทาน  ได้สร้างถวายกับองค์พระธรรม  พ่อต้นฯมากมายจนนับไม่ถ้วน  ผู้ที่รู้เห็นคืออาจารย์บุญมากับพ่อองค์ต้น  ผลก็คืออาจารย์บุญมาได้รับอยู่ในขณะนี้   

 Cheesy ภาคโปรดญาติ  เมตตามหานิยมมีมาตั้งแต่เริ่มปฏิบัติ  มีญาติชายหญิงหลายชั้นหลายระดับมารับเพื่อเป็นครูบาอาจารย์  และมารับเพื่อปลดเปลื้องให้พ้นจากความทุกข์เดือดร้อน  จากกรรมจากเวร  ที่กล่าวมาเล็ก ๆ น้อย ๆ คือ กุศลผลบุญ  ทั้งบุญเก่า  และบุญใหม่  ที่ได้รับจากพ่อต้นฯมีคุณค่าหาสิ่งเปรียบมิได้  (ปี พ.ศ. ๒๕๔๘–๒๕๔๙  ถูกพระบารมีถอดถอนทำโทษ  เข้าโรงพยาบาลถึงกับมีการสั่งเสีย)

Smiley อาจารย์หอมฟุ้ง ขอบใจกลาง  บุญกุศลขอกล่าวเท่าที่รู้พอเป็นสังเขป  ขออโหสิอาจารย์หอมฟุ้ง  มีองค์แก้วมโนรสธรรมประจำตัว  มีสติปัญญาเปรื่องปราชญาฉลาดหลักแหลม  ได้นำหลักธรรมไปแสดงแก่ศิษย์ยานุศิษย์ได้ยอดเยี่ยม  เป็นแสงเทียนส่องไปสู่ดวงแก้วทางปฏิบัติทั้งสังขารและวิญญาณเข้าสู่เส้นอริยะเจ้า
ภาคลิ้นทอง  เมตตามหาระรวย  ได้รับอานิสงฆ์ทั้งสมบัติภายในและภายนอก  ยึดมั่นพูดจริงทำจริง  ทั้งทรัพย์ทั้งวิญญาณทั้งสังขาร  มีนางกินรี  กินนรา  นางฟ้า  นางสวรรค์แห่ห้อมล้อมหน้า  ล้อมหลัง  ล้อมขวา  ล้อมซ้าย  มีทั้งความทุกข์ความสุขรับรอง  (มีภรรยาหลายคน  เวลานี้รู้สึกว่าถูกถอดถอนฤทธิ์ไปหมดแล้ว  เหลือแต่ราคาคุยเรื่องในอดีตเท่านั้น  แต่ทำการสิ่งใดให้ลูกศิษย์ไม่ได้ผล “2550”)

 Smiley ภาคสังฆทาน  ได้เจตนาด้วยความบริสุทธิ์ใจ  ก่อสร้างสังฆทานกับองค์พ่อ  ถวายต่อองค์พระธรรมมากมาย  สร้างทั้งทรัพย์สินเงินทองวัตถุมงคลถวายต่อองค์พระบารมีที่วิหารหนองโดน  พ่อต้นฯได้พิจารณาแล้วเป็นผู้ที่เคยได้สร้างสมบารมี  กับพ่อต้นฯมาตลอดจนถึงภพนี้  ท่านจึงได้มอบให้เป็นอาจารย์โปรดญาติแทน  และนำญาติทั่วไปสู่เส้นอริยะเจ้าตามสัญญา

    Smiley อาจารย์ปรีชา  มีบุญญาบามีในทางประกาสิต  มีองค์มหาอำนาจประจำตัว  การปฏิบัติยึดมั่นถือมั่นทั้งกาย วาจา ใจ  สัมมาคารวะต่อพ่อต้นฯสูงมาก  ศิษย์ล่วงเกินผิดเพี้ยนไม่ได้  เป็นผู้นำญาติธรรมปฏิบัติเป็นแนวเดียวกันทั้งชายหญิง  บำรุงต้นบำรุงศาสนา  เสมอต้นเสมอปลายตลอดมา

   ภาคสังฆทาน  พร้อมด้วยครอบครัวศิษย์ทั้งหลายได้นำเครื่องสังฆทานมาถวาย  และแจกแก่ญาติทั่วไปที่วิหารหนองโดน  หาผู้เสมอเหมือนได้ยาก

 Smiley ภาคกตัญญู  เป็นผู้ถึงคุณองค์ต้นบรมครูตั้งแต่พระองค์ยังมีสังขารอยู่  และปลงสังขารไปแล้ว  ความกตัญญูต่อพ่อต้นฯยังไม่ลดละ  ขออนุโมทนาสาธุการ  ขอให้ท่านจงสร้างบารมีทั้งทางโลกและทางธรรมตลอดกาลนาน  ตามสัญญา  (ปี พ.ศ. 2549  อ.ปรีชา โทร. 025673169 ได้หนีออกจากหาดใหญ่ไปหากินในกรุงเทพฯ แล้ว  ข่าวมาว่า  เชิดเงินลูกศิษย์ไปเป็นจำนวนเงินกว่า ๑ ล้านบาท)

 Smiley ทีกล่าวมาทั้งหมดนี้  อาจารย์บุญเพ็งได้พิจารณาด้วยสติปัญญา  ที่จำได้มาบันทึกไว้เพื่อเป็นหลักฐานในกาลเวลาต่อไปในภายภาคหน้า  จะได้เป็นแสงสว่างส่องทางให้แก่  ญาติธรรมรุ่นหลังจะได้รับพิจารณา  และเป็นแนวทางปฏิบัติตนจะเกิดเป็นผลรับรอง  ลูกมีพ่อมีแม่  ศิษย์มีครูอาจารย์  พรานมีอาวุธ  ทะเลมหาสมุทรมีน้ำ  ลูกและพ่อแม่ทั้งหลาย  ก็คือพ่อแม่เป็นผู้ให้จุติ  ไม่ว่ามนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย  ครูบาอาจารย์ท่านเป็นผู้สร้างบารมีไว้มาก  ท่านเป็นบุญเกิด  ท่านเกิดมาเพื่อเป็นศาสดาเอกของโลกมากู้เอามนุษย์โลก  สัตว์โลกทั้งหลายให้หลุดจากกรรมจากเวร  จากการเกิดแก่เจ็บตายขึ้นไปเสวยทิพย์  เสวยบุญกุศลถึงชั้นวิมาน  สูงขึ้นไปสู่ชั้นพระนิพพาน  และเข้าสู่พระนิพพานกับองค์พระศรีอาริยะเมตรัยโย  ตามสัญญา  ขออนุโมทนาสาธุการ  ที่ญาติธรรมทุกท่านทั้งชายหญิงที่ได้เกิดมาพบธรรมะอันประเสริฐเลิศโลก  เลิศธรรม  หาค่าเปรียบประมาณมิได้  เป็นผู้ปฏิบัติดี  ถือดี  ทำดี  ได้แจ้งโลกสว่างธรรม  สำเร็จโลก  สำเร็จธรรม  บรรลุโลก  บรรลุธรรม  บรรลุมรรค  บรรลุผล  ขอท่านจงได้เป็นครูบาอาจารย์  เป็นผู้นำญาติธรรมเข้าสู่เส้นอริยะเจ้า  พระศรีอริยะเมตรัยโยทั้งภพนี้และภพหน้าเทอญ  สาธุ  สัญญา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 04:43:29 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2008, 10:30:52 AM »

 Smiley หนังสือเล่มนี้เนื้อหาสาระทั้งหมด  หากคำใดได้ผิดพลาดไป  ขออโหสิอย่าได้มีกรรมมีเวรต่อกันเลย  สิ่งชั่วร้ายทั้งหลายขอให้จมอเวจีสูญไปจากครอบครัวทุกท่าน  ความสุขความเจริญรุ่งเรือง  ความสำเร็จโลกสำเร็จธรรม  สำเร็จมรรค  สำเร็จผล  จงมาตอบสนองตามผลบุญกุศลในชาตินี้  ภพนี้  ตลอดกาลนานเทอญสาธุ  สัญญานะ

 Wink   คำกล่าวของพ่อต้นฯ  อาจารย์บุญเพ็ง  ให้หยุดตีกลองสองหน้าเถอะ  ให้มารับปฏิบัติตนเข้าสู่สายดิ่งกับพ่อต้นฯเถอะ  อยู่กับลูกกับหลานมาหลายปีแล้ว  ถึงสัญญาแล้วต้นจะได้มอบหมายมูลเดิมให้  พอถึงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๒  ก็ได้ยื่นใบลาออกจากราชการครู  มาปฏิบัติตัวอยู่กับพระองค์ท่าน  ได้อยู่ใกล้ชิด  ปรนนิบัติรับสัญญาอยู่จนถึง วันที่ ๖ ตุลาคม  ๒๕๒๒  ถือว่าเป็นบุญบารมีจริง ๆ ที่ได้มีโอกาสมาตอบแทนบุญคุณครูบาอาจารย์ จนถึงที่สุด สาธุ  สัญญานะ

 Smiley   ความสำเร็จ  ที่ได้รับจากพ่อต้นฯ ท่านมีมากมาย  ขอกล่าวเป็นบางอย่าง  ฐานะในครอบครัวดีขั้นตามลำดับจนเป็นที่ถูกใจ  การบำรุงครอบครัวส่งบุตรศึกษาเล่าเรียนได้ปริญญา ๙ คน  ได้รับราชการแล้ว ๗ คน  การโปรดญาติมีศิษย์เข้ามารับปฏิบัติไปเป็นครูบาอาจารย์  โปรดญาติได้หลายคน  ช่วยแก้ไขความเดือดร้อน  ความทุกข์จากปัญหาในครอบครัวมากมาย  ช่วยสร้างวัตถุถาวรของศาสนา  ของบ้านเมือง  ของสถานศึกษาช่วยคนหลงผิดให้กลับคืนดีมีมาก  ถือว่าได้สร้างอานิสงฆ์ในชาตินี้ ภพนี้คุมค่า  สาธุ  สัญญานะ

 Wink   แนวทางปฏิบัติ  ภาควินัยของพ่อต้นฯ  นอกจากปฏิบัติเคร่งถือจริงทำจริงปฏิบัติจริง  เห็นผลจริงแล้ว  ยังมีอีกมากมายอย่างที่ควรรู้คือ  การนั่งปฏิบัติธรรมะ  ใช้เวลาสังเกตนานถึง ๒๒ ปี  พระองค์จะนั่งพับเพียบมาตลอด  อาจารย์บุญเพ็งเรียนถามพ่อต้นฯท่านว่า  พ่อครับการนั่งปฏิบัตินี้จะนั่งขัดสมาธิไม่ได้หรือ  ท่านตอบว่า  ยังถ้าได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าจึงจะนั่งได้  เครื่องแต่งกายตั้งแต่วันที่ได้เข้ามาพบท่าน  เห็นท่านใส่กางเกงแพรสีเหลือง  ขาว  แดง  เสื้อขาวคอกลม  ผ่าอกและไม่ผ่าอกก็มี  ใช้ผ้าไหมคาดเอว  การขบฉันท์  เคยได้ยินท่านกล่าวบอกว่า  ของเสพติด  มังสังสิบประการ  เนื้อวัว  เนื้อควาย  น้ำเต้า  ของเดน  ของเซ่นไหว้  เวลาจะทานให้ภาวนาองค์อาหารธรรมก่อน

 Wink   การบรรยายธรรมะ  พระองค์ท่านไม่มีหนังสือ  ไม่มีคัมภีร์  พระองค์ท่านจะเห็นคัมภีร์ทิพย์  ส่งมาให้อ่าน  ท่านรู้ด้วยญาณใน  พอท่านตั้งสัญญาขึ้น  นึกอยากเห็น  ท่านก็เห็น  นึกอยากรู้ท่านก็รู้  หลับตาก็เห็นลืมตาก็เห็น   นอนหลับก็เห็น  เป็นสิ่งที่พวกเราไม่เคยพบปะมาก่อน  การสอนศิษย์จะไม่มีซ้ำของเก่า  เวลา ๒๐ ปี ๓๐ ปี  ไม่รู้ว่าท่านได้มาจากที่ไหน  ศิษย์ผู้ปฏิบัติกับท่านก็ตามท่านไม่ทัน  เสียงบรรยายบางครั้งเป็นเสียงหนึ่ง  บางครั้งก็เปลี่ยนไปอีกเสียงหนึ่ง  พอศิษย์เรียนถาม  พระองค์ท่านก็กล่าวว่ามีองค์สำเร็จ  องค์ผู้นำสร้างมาประคอง  แต่ละองค์จะไม่เหมือนกัน  แต่ศิษย์ก็รู้ไม่เท่าทัน  สาธุ  สัญญานะ

 Smiley   การหลับนอน   สถานที่พระองค์ท่านนอน  จะไม่มีใครไปนอนปะปนเลย  คืนหนึ่งจะหาเวลาผักผ่อน ๒-๓ ชั่วโมงได้ยาก เวลานอนไม่รู้ว่าหลับหรือไม่หลับ จะได้ยินแต่เสียงสวดมนต์ เสียงเทศนาธรรม เวลานอนชอบนอนตั้งเข่า ประสาทของท่านจะเร็ว เวลาศิษย์หรือญาติเดินขึ้นไปบนบ้านจะลุกขึ้นมาพูดด้วยทันที

 Smiley   การนั่งโปรดญาติ  จะนั่งเข้ากษิณ นั่งพับเพียบตลอด  บางครั้งละ ๓-๔ ชั่วโมงก็ไม่เปลี่ยนท่า  นั่งโปรดศิษย์  นั่งปฏิบัติตนจะนั่งพับเพียบตลอด  ตอนปลายปี  ๒๕๒๒  พระองค์ท่านเริ่มเปลี่ยนอริยาบท  จากนั่งหันหน้าตรงกันกับศิษย์แล้วค่อยเอียงข้างไปทีละน้อย  เอียงตัวไปหันหลังให้ศิษย์  เหมือนพระอาทิตย์เอียงไปกับโลก  อาจารย์บุญเพ็งเคยเรียนถามพ่อท่าน  พ่อครับทำไมพ่อไม่พักผ่อนหลับนอนบ้างครับ  พ่อหัวเราะแล้วตอบว่า  “ต้นนอนมานานแล้ว”

 Smiley   ความเมตตา  พระองค์ท่านเป็นผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม  ทั้งกาย  วาจา  ใจ  แก่ศิษย์ทั้งหลาย  ไม่เลือกที่รัก  มักที่ชัง  ยากดีมีจนท่านจะให้ความเสมอภาคแก่ศิษย์ทุกคน  อยากจะให้ศิษย์ทุกคนได้ดี  ยังไม่รู้ถึงผลกรรมผลเวรของตัว  พระองค์ท่านพิจารณาช่วยแก้กรรม  แก้เวร  ด้วยการสร้างตัวภายในและภายนอกถึงจึงจะได้ความสุขมารับรอง  สาธุ  สัญญานะ

 Smiley ภาคทดสอบบารมีของศิษย์  พอพระองค์ท่านประจุองค์พระธรรมองค์นี้ตัวดับล้างบทนี้  ท่านก็ให้ศิษย์ออกไปโปรดญาติภายนอกวิหาร  เมื่อไปโปรดญาติได้เหตุได้ผลก็ให้กลับเข้าวิหาร  มารายงานต่อพ่อต้นฯ  เพื่อพิสูจน์คุณสมบัติ  สรรพคุณขององค์พระธรรมองค์นี้  สาธุ  สัญญานะ กับศิษย์บ่อยครั้ง “ต้นตายไม่เป็น”ศิษย์ทั้งหลายก็ไม่มีใครกล้าถามท่าน  วันหนึ่งแม่ล้วนพูดว่า  “คนเราหนีความตายไม่พ้น” พ่อต้นฯท่านไม่พูดอะไร  เพียงแต่หัวเราะเท่านั้น”    การพักผ่อน  พ่อต้นฯไม่ค่อยจะมีเวลาพักผ่อนหลับนอน  ไม่ว่ากลางวันกลางคืน  เพราะมีองค์บารมีองค์สำเร็จจะประคองท่านตลอดเวลา  การรับประทานอาหารบางครั้งแม่ล้วนแต่งสำรับไว้ตนโต๊ะ  แม่ล้วนกล่าวว่าพ่อสายแล้วนะ  รับข้าวก่อน  ท่านตอบว่าวางไว้ที่โต๊ะนั่นแหละมันไม่หนีไปไหนหรอก  ท่านเห็นญาติที่มานี้มีความทุกข์  ความเดือนร้อน  พอญาติกลุ่มนี้ไปก็มีญาติกลุ่มใหม่เข้ามาอีก  เป็นอย่างนี้ตลอดมา  พ่อต้นฯท่านเป็นผู้มีเมตตาบารมีต่อศิษย์มาก  สาธุ  สัญญานะ

 Smiley การเปลี่ยนรูปของสังขารของพ่อต้นฯ  วันหนึ่งเป็นวันสงกรานต์  ศิษย์ขอสรงน้ำพ่อต้นฯ  ท่านให้ศิษย์จุดธูปเทียนคารวะ  ทั่งนั่งทะบารมีเห็นสังขารของพระองค์ท่าน  เล็กลง เล็กลง  จนเหล่าศิษย์พิศวงในสังขาร  ท่านเป็นอย่างนี้ได้  พระองค์ท่านบอกว่าทอบกาย  บางครั้งท่านเดินลงจากวิหารใหญ่ไปโปรดศิษย์ที่บนศาลา  ขณะที่ท่านเดินไปนั้นมองเห็นกายท่านเป็นสีเขียวมีรัศมีสดใส  ตั้งแต่ปลายเกศาถึงเท้า  บางครั้งมองเห็นเป็นสีทองเหลืองอร่ามทั้งกาย  บางครั้งใสเหมือนแก้ว  พ่อต้นฯท่านกล่าวว่าแล้วแต่องค์สำเร็จจะลงมาประครอง  บางทีเนื้อหนังเหมือนเด็กหนุ่ม  บางทีผิวเนื้อกายเหมือนคนแก่ผิวกายเหี่ยวย่น  ศิษย์จึงรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์  ความสำเร็จของพ่อต้นฯท่าน  สาธุ  สัญญานะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 04:46:35 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2008, 10:34:02 AM »

 Smiley การสร้างองค์พระธรรม  ใช้เหล็กจานทำด้วยเงิน  ทองคำ  ส่วนมากจะเป็นเหล็ก  ตรงกับคำกล่าว  สายเหล็กไหลดิ่ง  สิทธิ์พะเนินสัญญา  ส่วนประกอบ  มีครีมทาผม  ทาหน้า  น้ำมันพืช  น้ำธรรมดา  เพื่อให้มีความลื่นและซึมเข้าในกาย  จะเป็นอักขระธรรม  อักษรธรรม  ซึมไปไปทั่วตัว  ส่วนที่ประกอบอีก  มีลูกประคำหรือลูกนับ  สมัยก่อนใช้ก้อนกรวดเม็ดผลไม้แทนลูกนับ  เพื่อนับกำหนดจำนวนขององค์พระธรรม  ตามธรรมมาอธิษฐานบัญญัติไว้  ให้ครบถ้วน

 Smiley   การเก็บรักษาสมุดองค์พระธรรม  พระองค์ท่านเคยกล่าวเตือนศิษย์ไว้  องค์พระธรรมเป็นของสูง  เป็นวิญญาณของผู้สำเร็จ  เวลานำมาใช้พอจับสมุดองค์พระธรรม  ให้จับยกขึ้นแล้วกล่าว  สัญญานะ  จึงบันทึก  จึงเปิดดู  เวลาเปิดค่อย ๆ เปิด  เวลาวางค่อย ๆ วาง  เมื่อเสร็จแล้วเอาเก็บไว้ที่สูง  องค์พระธรรมบางองค์  ลงได้ท่อนแขน  คือจากเอวถึงหัว  บางองค์ก็ลงได้ทั่วตัว  บางองค์ลงใส่ตัวไม่ได้  องค์พระธรรมนี้แหละ  คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์  ผู้ที่รู้ถึงองพระธรรมจริง จะต้องสัมมาคารวะกราบไหว้  เหมือนพระพุทธรูป  เราเคารพต่อพระพุทธรูปอย่างไร  ก็ให้เคารพต่อองค์พระธรรมอย่างนั้น  พระพุทธรูปเพียงเป็นรูป แทนรูปสังขาร  แต่องค์พระธรรมเป็นดวงวิญญาณสำเร็จ  ที่ทำให้สังขารบรรลุธรรมได้  ความสำเร็จของสังขารคือพระธรรม  ปราชญ์บัณฑิต  ท่านจึงคิดทำตู้เก็บพระคัมภีร์ธรรม  สาธุ  สัญญานะ

 Wink   เวลาปฏิบัติธรรมะ  พระองค์ท่านเคยสั่งสอนไว้  ผู้เข้าถึงธรรมะจริงแล้วจะไม่เลือกเวลา  ไม่เลือกสถานที่  เรานึกได้เวลาไหนก็ปฏิบัติได้  จะอยู่บ้าน  บนรถบนเรือ  อยู่ตามทุ่งไร่ทุ่งนา  ที่ทำงาน  ทานข้าว  นั่ง  นอน  ยืน  เดินได้ทั้งนั้น  แต่จะต้องรู้กาละเทศะด้วยดวงปัญญา  สาธุ  สัญญานะ

 Wink   สิ่งที่ขาดไม่ได้  คือสระน้ำมนต์  การสระน้ำมนต์ให้ถึงพระโคดม  ตอนที่มีมารจะมาทำร้ายท่าน  ก็มี ”พระแม่ธรณี” ช่วยโดยใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มวยผมขับพวกมารให้พ่ายแพ้ไป  ตรงกับคติธรรมที่สอนว่า  “ธรรมะย่อมชนะอธรรม”  การสระน้ำมนต์พ่อต้นฯเคยกล่าวว่า  สังขารของมนุษย์เราไม่ว่าชาย-หญิง  เป็นซากศพเต็มไปด้วยกิเลสที่สะสมมาทั้งวิญญาณและสังขาร  ก่อนจะเอาองค์พระธรรมประจุเข้าไว้ก็ต้องสระล้าง  กิเลสมารทั้งหลาย   ทั้งภายในและภายนอกออกจากกายนครเสียก่อน  อำนาจของน้ำมนต์จะกำจัดเสนียดจัญไร  โรคภัย  พยาธิโรคา  อุบาทว์ที่ติดตามมา  และกำลังจะมาถึง  ให้อันตรธานสูญไป  จมอเวจีสูญไปจากสังขาร  วิญญาณ

 Wink การสระน้ำมนต์  จัดเอาน้ำสะอาด ๑-๒ ถังเต็ม  ใช้เทียน ๒ เล่ม  อาจารย์นำสวดประจุองค์พระธรรมใส่สังขารและน้ำ  ขณะที่สวดอยู่นั้นก็ให้สังขารที่จะรับน้ำมนต์นั้นก้มดื่มน้ำในถังสัก ๒-๓ ครั้ง  ก่อนที่จะนำไปสระให้ใส่น้ำหอมและแป้งในถังน้ำสักนิด  อาจารย์เป็นผู้สระ  เวลาสาดน้ำให้สาดใส่ที่หัวก่อน  สาดลงไปถึงเท้า  สาดลงใส่แรงพอสมควร  เสนียดจัญไรที่อยู่ในกายก็จะหลุดร่วงออกไป  เมื่ออาบน้ำมนต์เสร็จใหม่อย่าเพิ่งไปอาบน้ำล้างน้ำมนต์ออก  ปล่อยให้ตัวแห้งเสียก่อนจึงไปอาบน้ำได้  อโหสิ  สัญญานะ

 Smiley เตือนเวลาออกโปรดญาติ  ก่อนจะออกจากบ้านให้ยกมือข้างใดข้างหนึ่งขึ้น  กล่าวเป็นเสียงหรือในใจก็ได้ว่า  “สัญญาสายนะ”  และเวลาจะเข้าไปบ้านญาติ  หรือสถานใดก็ดีที่จะไปทำพิธีก็ให้กล่าว “สัญญาสายนะ” หรือ “สัญญานะ” เป็นการนำทาง  หรือบอกกล่าวสถานที่นั้นให้รับรู้  ทั้งวิญญาณและสังขาร  สาธุสัญญานะ  พระองค์เคยกำชับบ่อย ๆ

 Wink   ประวัติตอนท้าย  ก่อนท่านจะประจุให้แก่ศิษย์และแสดงธรรม  พ่อต้นฯท่านจะกล่าว  “สัญญา” ขึ้น  ศิษย์ทั้งหลายจะประนมมือยกขึ้นเหนือหัว  พร้อมคำกล่าวว่า “สัญญาสายนะ”  ท่านจึงประจุมอบองค์พระธรรม  อริยาบทนี้จะกระทำทุกครั้งที่มีการประจุการแสดงธรรมทั้งเริ่มต้นและจบ  เสร็จจากพิธีบางครั้งท่านก็นั่งสนทนาพูดจากับศิษย์เป็นปกติ องค์พระธรรมบางองค์เมื่อท่านประจุเสร็จท่านก็ให้ศิษย์แสดงเหตุ ประนมทะบารมีดู  จะแสดงไปตามอำนาจของ องค์พระธรรม  องค์ฤทธาก็แสดงไปในทางอิทธิฤทธิ์  กระโดดโลดเต้น  องค์แก้วส่องโลก  ท่านก็บอกให้ศิษย์ดูโน่นดูนี่ ทางพูดอันใดเป็นอันนั้น  องค์รสพระธรรมเทศนาพอท่านประจุเสร็จก็เปิดให้ศิษย์แสดงพระธรรมเทศนา  องค์พระธรรมท่านเปิดแต่ละวันไม่ไม่มีซ้ำกัน  แต่มีองค์ที่เป็นหลักคือ “นะธรรมธาตุ, นะกุศล, พระร่วง, อาหารธรรม, นะกำจัดมาร, วิยั่งสังขาร, มิกุศล, ยะกุศล  ตั้งแต่การสวดและการประจุจะต้องเสริมไปทุกครั้งหลังจากโปรดศิษย์ศิษย์  ท่านก็กลับขึ้นวิหารนั่งปฏิบัติตัวต่อ  ศิษย์ทั้งหลายก็พากันนั่งสร้างองค์พระธรรมเป็นการสร้างพระคัมภีร์ธรรมในสังขาร  เหล่าศิษย์ที่อยู่ต่างจังหวัดก็มีถอยกลับบ้าน  และญาติใหม่ก็ทยอยเข้ามามิได้ขาด  พ่อต้นฯท่านกล่าวกับศิษย์ว่ารีบสร้างตัวปฏิบัติตัวเข้า  จะไม่ทันต้น  ศิษย์ทั้งหลายที่รับปฏิบัติกับต้นก็จะไม่ได้ไปกับต้นทั้งหมด  จะไปกับต้นได้ก็แต่ผู้มีกุศล  ขณะนี้เข้ามารับแล้ว ก็มีเกิด แล้วก็มียังไม่เกิด  นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็นั่งครองทรัพย์สินสมบัติก็มี  ถึงสัญญามาจอดมารับสัญญาจุนเดียวก็สำเร็จไปได้  เพราะเขามีกุศลมีมูลเดิม  พ่อต้นฯท่านเป็นผู้มีกายละมัย  วาจาละมัย ใจละมัย  ใจท่านมีแต่ความเมตตาเป็นที่ตั้ง  ไม่มีอิจฉา  อาฆาต  วาจาท่านพูดกับศิษย์  มีแต่อาจารย์นั้น  อาจารย์นี้  พ่อนั้น  พ่อนี้  องค์นั้น  องค์นี้  ไม่เคยได้ยินกล่าวคำว่า  กู  มึง  บัก  อี  กายของท่านสำรวมได้ทุกอริยาบทเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศให้แก่ศิษย์

 Wink   วันหนึ่งข้าพเจ้าสร้างองค์ “นะธรรมธาตุ” เปิดตา  เห็นรูปฝ่าพระบาทลอยลงมาจากเบื้องบน  ก็นึกได้ไปซื้อผ้าขาวมาเตรียมจะขอจากพ่อต้นฯท่าน  พอพ่อต้นฯท่านขึ้นไปโปรดศิษย์ที่ศาลาก็ได้ขออนุญาต  “พ่อครับผมขอกราบขอรอยเท้าของท่านพ่อครับ”  พอพูดจบก็รีบปูผ้าขาว  ฉีดน้ำหอม  พ่อต้นฯท่านยืนทะบารมีแล้วก้าวเข้าเหยียบตรงกลางผ้าขาว  ท่านกล่าวว่าได้  จะเกิดสัญญาขึ้นทันทีข้าพเจ้าก็หยิบปากกาขีดไปตามช่องนิ้วเท้ารวมทั้งเท้า  เสร็จท่านก็เอาฝ่ามือทั้งสองข้างทาบลงบนผ้าขาว  ข้าพเจ้าก็ยกมือไว้ขออนุญาตหยิบปากกาเขียนไปตามช่องนิ้วตลอดทั้งฝ่ามือเสร็จ  พ่อต้นฯจับปากกาเขียนฝ่ามือลงในรูปฝ่ามือ  เขียนรูปมือลงในรูปฝ่าเท้า  ศิษย์จึงขออนุญาตบันทึกเอารอยฝ่ามือและรอยฝ่าเท้าของพ่อต้นฯไว้เป็นสิริมงคล  ท่านยังกำชับว่าเวลาฉุกเฉิน  เกิดศึกสงครามให้ถือติดตัวไป  เวลานอนเอาหนุนหัว
 
 Smiley หลังจากได้รอยเท้าร้อยฝ่ามือ  วันหนึ่งขึ้นไปบนวิหาร  คัดเอาตัวดับตัวล้างของตัวเอง  และของญาติประมาณสิบกว่าคน  ท่านเหยียดขาออกตั้งฝ่าเท้าขึ้นทั้งสองข้าง  ท่านพูด  “อาจารย์เพ็ง”  ดูฝ่าเท้าต้นซิมีอะไร  เราประนมมือขึ้นเหนือหัว  กล่าวว่า สัญญาสายนะ  เห็นในฝ่าเท้าของพ่อต้นฯท่านมีสีเหลืองเป็นทองเป็นธรรมจักรทองอยู่ตรงกลาง  ภาพที่เห็นวันนั้นยังติดตาอยู่ตลอดเวลาเมื่อเรานึกถึงคำกล่าวกับศิษย์อีกคำหนี่ง  ถ้าต้นฯเข้าซ่อนตัว  พวกเราจะไปรับปฏิบัติกับใคร  ศิษย์ทั้งหลายก็ตอบไปตามความเห็นของตัวเอง  คำกล่าวคำนี้  ท่านแนะว่า “องค์พระธรรม” ทั้งหลายที่ท่านมอบไว้กับศิษย์นั้นเกิดแล้วตาย  ตายแล้วกี่ชาติ  กี่ภพ  ก็จะสร้างไม่ครบ  ทุกคนหายข้อกังขา
   
 Wink   คำกล่าวของพ่อต้นฯท่าน  จะออกตัวดับล้างให้ศิษย์  พ่อต้นฯท่านตั้งสัญญาภายในแล้วเริ่มกล่าวว่า ๐๑–๑๔–๔๔–๙๔  คำกล่าวคำนี้ไม่มีศิษย์คนใดสามารถรู้ได้ เป็นระหัสภายในของพระบารมี  พ่อต้นฯท่านกล่าวจบ  ท่านก็เปิดตัวดับล้างให้แก่ศิษย์ผู้นั้น  บันทึกจากคำกล่าวเป็นวรรคไป  ตัวอย่าง  นอนิจา  อมนิจ  พมอนิจา  ทนอนิจา  อมิอนิจา  ทิมิอนิจา  ศิษย์ก็รับเขียนตาม  ผู้ใดเขียนช้าพระองค์ท่านจะไม่รอ  ขณะที่ออกตัวบางบางวรรค  ก็กล่าวไปด้วยว่า  ลึกในโลง  เขียวในสมอง  ดำในปอด  ไฟลุกในตา  ลึกไม่เห็นตัว  พ้นแล้ว  ได้สุขรับรอง  ยังเวรไม่หมด  ล้างชดใช้คุณบิดา มารดา  คำกล่าวนี้มีมากมาย  แต่ศิษย์ทั้งหลายไม่ได้บันทึกเอาไว้  รับจะเขียนเอาแต่ตัวดับล้างก็แทบจะไม่ทันอยู่แล้ว  เพราะพ่อต้นฯท่านมีองค์พระบารมีประคองให้ออกตัวล้าง  ศิษย์จึงหาวิธีเขียนตัวดับตัวล้างให้ทัน  โดยการเขียนย่อให้สั้นเข้าเช่น  สลิง ก็ย่อ – (เป็นเครื่องหมายลบ)  แต่เวลาอ่านตัวไฟ  อ่านว่าสายนะสลิง,  นจา  อ่านเต็มว่า สายนะอนิจจา, นจี- อ่านเต็มว่า สายนะจีวะรังสลิง, นจัง- อ่านเต็มว่านอนิจจังสลิง, นจูงล- อ่านเต็มว่า สายนะจูงลิงสลิง, ส- อ่านเต็มว่า สายสะสลิง     คำย่อตัวล้างมี สลิง = - ,ลิงค์ = ล, อนิจจา = จา, อนิจจัง = จัง, จีวรัง = จี, กรณี = ณี, ปรุงลิง = ปุงล, จูงลง = จุงลิง, กะใด = กะไดลิง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 04:48:55 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2008, 10:35:18 AM »

 Smiley วินัยของผู้ปฏิบัติธรรมสายสัญญา  พ่อต้นฯ ท่านกำชับว่าให้ถือดี  ทำดี  ทำกาย  วาจา ใจ ให้เป็นพระ  ปฏิบัติธรรม  การรับประทาน  มังสะ ๑๐ ประการ  ของเสพติด  ของเหลือเดนที่นำไปเส้นไหว้  เดนของผู้อื่นรับแล้ว  อนุโลม  ผู้ป่วยกินยาดองเหล้าได้  ที่บันทึกมาทั้งหมดไม่ได้เรียบเรียงจากต้นถึงปลาย  เพราะเวลาประสบการณ์มากับพ่อต้นฯ ท่านยาวนานกว่า ๒๒ ปี  บางอย่างไม่ได้บางอย่างนึกขึ้นได้ก็เอามาบันทึกให้ศิษย์อ่าน  อ่านตามหัวข้อตามบทนั้นหลาย ๆ เที่ยว  แล้วพิจารณาด้วย  หรือถ้าไม่าเข้าใจถ้าพบปะครูอาจารย์รุ่นที่ได้อยู่ใกล้ชิดพ่อต้นฯก็ไต่ถามเอาได้

 Wink   ขอเตือนศิษย์  ผู้ที่ได้ฤทธาจะหลงฤทธิ์  ผู้ได้ดีจะหลงดี  ผู้ได้ทรัพย์จะหลงทรัพย์  ผู้ได้สุขจะหลงสุข  ผู้ได้หมอจะหลงหมอ  ผู้ได้ตาจะหลงตา  ผู้ได้หูจะหลงหู  ผู้ได้ญาติจะหลงญาติ  การหลงตัว  ลืมตัว  มามากแล้ว  บางคนหมดฤทธิ์เกิดวิบัติทุกอย่างที่หลงจะหมดไปต้นเคยเตือนที่ไม่ให้ศิษย์หลงครูคือครูบาอาจารย์  “องค์ต้นบรมครู” และองค์พระธรรม  พ่อต้นเคยสาปสรรเอาไว้  สังขารใด วิญญาณใด  ศิษย์คนใดยกตนเทียมต้น  ขอให้นั่งบรรลัย  อย่าให้ได้ไปร่วมในพระศาสนาขององค์ ๕ พระจอมไตรตามสัญญา  เวลาประจุองค์พระธรรมและเวลากรวดน้ำ พระองค์ท่านจะนำศิษย์กล่าวแทบทุกครั้ง  จวนจะออกพรรษาปี ๒๕๒๒  พ่อต้นฯ ถามศิษย์แทบทุกวัน  วันละหลายครั้ง  ว่ายังอีกกี่วันจะออกพรรษาต้นจะสำเร็จในวันนั้นทั้งที่พ่อต้นฯท่านก็รู้วันออกพรรษา  แต่อยากให้ศิษย์นิมนต์ท่านไว้  พ่อต้นฯ ท่านรู้ล่วงหน้ามานานแล้วแต่ศิษย์ทั้งหลายรู้ไม่เท่าทัน  และไม่มีใครกล้าถามท่าน  อาจารย์บุญเพ็งรู้มาก่อนปีเศษแต่ไม่กล้าพูด เพราะความเคารพความเ กรงกลัวต่อพระบารมี  และเกรงศิษย์อื่นจะตำหนิ  ก็เห็นปกติแข็งแรงนึกว่าจะไม่เป็นความจริง 

 Smiley   วันหนึ่งก่อนออกพรรษาท่านเรียกเข้าหา  ประจุองค์พระธรรมออกตัวดับล้างให้  ท่านพูดว่าให้ไปโปรดญาติต่างจังหวัด  ก็ประนมมือขึ้นท่วมหนึ่ง  ถามท่านว่าจะให้ไปจังหวัดไหนครับ  ไปกาญจนบุรีมีญาติหรือเปล่า ก็ตอบท่านว่ามีครับพ่อท่านก็บอกเตรียมเดินทางไปได้เลย พอรุ่งเช้าก็เดินทางไปถึงเมืองกาญจนบุรี  อำเภอท่าม่วง  เพราะมีญาติอยู่ที่นั่น  โปรดอยู่ ๕ วัน  กลางคืนวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๒๒  หลังจากญาติถอยแล้วก็นั่งดับไฟ  ยังไม่ทันถึง ๕ นาที  เห็นพ่อต้นฯท่านมายืนอยู่ตรงหน้าก็ยังนึกว่าพ่อต้นฯท่านมาได้อย่างไร  ก็กราบขณะที่กราบอยู่นั้นได้ยินเสียกล่าว  อาจารย์บุญเพ็งกลับเข้าวิหารด่วนพ่อจะสำเร็จแล้ว  พอเงยหน้าขึ้นจะตอบท่านหายไปแล้ว  นึกขึ้นได้ว่าเป็นกายทิพย์เพราะเคยได้ยินพูด  ต้นนี้บางครั้งจะเห็นกายทิพย์  ต่อมาวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๒  ก็นั่งดับไฟประมาณ ๓ นาที  ก็ปรากฏกายเหมือนวันก่อน  ก็ยกมือประนมกราบลงไปได้ยินเสียงกล่าว  อาจารย์บุญเพ็ง  พรุ่งนี้กลับเข้าวิหารด่วน  ต้นจะสำเร็จแล้ว  ก็ตอบรับว่าครับผม  พอถึงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๒๒  เข้าถึงวิหารหนองโดน  เข้าไปกราบนมัสการแล้วกล่าวรายงานที่ได้ไปโปรดญาติ  และเตรียมเครื่องสักการะบูชา  มีผ้าขาว  ดอกไม้  ธูปเทียน  ปัจจัย ๓,๕๐๐.-บาท  สร้อยคอทองคำสองเส้นยกถวาย  พระองค์ท่านรับขัน  ท่านก็ถามให้ทองมาทำอะไร ?  ผมตั้งจิตเจตนาจะถวายพ่อเส้นหนึ่ง  ผมจะขอเส้นหนึ่ง  พ่อต้นฯท่านก็หยิบทองเส้นหนึ่งขึ้นมาสวมคอท่านเอง  อีกเส้นหนึ่งสวมคอให้อาจารย์บุญเพ็ง  เสร็จก็พักปฏิบัติตัวที่วิหาร  คือวิหารของพ่ออาจารย์ตั๊ค  พอตื่นเช้าวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๒๒  ขึ้นไปบนวิหาร  จดตัวดับล้าง  ประจุองค์พระธรรมเสร็จ  ถือโอกาสลาไปบ้าน (จ.อุบล)  พ่อต้นฯ ท่านกล่าวว่า  อาจารย์บุญเพ็งยังไปไหนไม่ได้  ให้อยู่กับต้นไปจนถึงวันออกพรรษา  ก็รับคำ 

 Smiley วันที่ ๒  ตุลาคม  ๒๕๒๒  คุณนายน้อย  อำเภอนางรองเข้ามาทำสังฆทาน  ขอให้พ่อต้นฯ ช่วยขายที่ให้ด้วย  พ่อต้นฯท่านรวบรวมอานิสงฆ์สังฆทานเสร็จ  ท่านเรียกอาจารย์บุญเพ็งตามไปลงหลักให้คุณนายน้อย  ที่อำเภอนางรองด้วย  ก็รับคำจะไปนางรองกับคุณนายน้อย  กราบถือโอกาสไปบ้านสักคืน  พ่อต้นฯท่านกล่าวว่าไปไม่ได้ลงหลักเสร็จรีบกลับเข้าวิหาร  ก็รับคำท่านว่า  “ครับผม”  กลับถึงวิหารก็เห็นแต่ท่านโปรดญาติปฏิบัติตัวอยู่ตลอดเวลา  ดูสังขารของท่านก็เป็นปกติแข็งแรงเหมือนเดิม  เย็นวันที่ ๓ ตุลาคม  ๒๕๒๒  ท่านเรียกขึ้นไปพบที่บนวิหาร  ใช้ให้นวด  อโหสิ  ก่อนจะเข้าสัมผัสตัวท่านได้  ต้องให้ไปล้างมือฟอกสะอาด  ๒-๓ ครั้ง  ทาแป้งเต็มฝ่ามือจึงนวดขาท่านได้  พอสัมผัสขาของท่านเหมือนถูกไฟฟ้าช๊อตร้อนวูบเข้าถึงตัว  ท่านพูดว่าปล่อยฤทธิ์ให้แล้ว  ก็นวดไปกล่าวสัญญาไปสูดลมไป  ถามท่านว่าพ่อครับตัวพ่อร้อนจัง  เหมือนคนเป็นไข้  ถ้าคนไปตรวจหมอ  หมอจะบอกว่าไข้ขึ้นสูง  ท่านก็กล่าวว่านวดไปนานพอสมควร  ท่านก็กล่าวว่าถอยได้  ก็กราบท่านลงจากวิหารไปวิหารของพ่อตั๊คและพูดให้พวกอาจารย์ฟัง  “เอ๊ะพ่อต้นฯจะสำเร็จจริง ๆ นะ”  ยังอีก ๒ วันก็ออกพรรษาแล้ว  ศิษย์ก็ต่างพากันรอคอยพ่อเราจะสำเร็จอย่างไร  เย็นวันที่ ๔ ตุลาคม  ๒๕๒๒  ศิษย์ทุกคนคอยจ้องดูความสำเร็จ  ญาติเข้ามาวิหาร  ระยะนี้บางครั้งพระองค์ท่านก็กล่าวว่าอาจารย์บุญเพ็ง  ออกตัวดับตัวล้างให้ญาติประจุองค์พระธรรมให้ญาติด้วย  ก็ได้ปฏิบัติตามสำสั่งของท่าน

 Smiley เย็นวันที่ ๕ ตุลาคม  ๒๕๒๒  มีศิษย์ขึ้นไปบนวิหารประมาณ ๘-๙ คน  พร้อมด้วยคุณแม่ล้วน  และบุตรของท่านคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ  เวลาประมาณ ๕ ทุ่มศิษย์เห็นอาการของพ่อต้นฯ  ทุรนทุราย  เรียกกันลงไปที่ลานปรึกษาว่าจะไปตามเอาหมอมาดูพ่อ  ขณะที่ปรึกษากันอยู่นั้นพ่อต้นฯท่านเรียกให้ขึ้นไปบนวิหาร  ท่านกล่าวว่าจะไปตามเอาหมอมารักษาใคร  ถึงเวลาของต้นจะสำเร็จแล้วไม่มีใครช่วยได้  ขณะนั้นอาจารย์บุญเพ็งมองไปข้างนอกวิหาร  เห็นช้างตัวใหญ่ยืนอยู่ตรงที่พ่อต้นฯท่านกรวดน้ำลงประจำ  มีนางฟ้าแต่งตัวสวยงามสวมชฎา  ถือพานทองคำใบใหญ่จำนวนมากอยู่ข้างวิหารนับไม่ถ้วน มีแต่ผู้แต่งตัวสวย ๆ ถามครูอาจารย์ที่นั่งอยู่ก็ตอบว่าไม่เห็น  เรานึกว่าตาฝาดเป็นอุปทาน  มีอีกองค์แต่งตัวเหมือนลิเกมายืนประนมมือ  ขออนุญาตขอฝากธรรมะไปในพระศาสนาด้วย  ขณะนั้นพ่อต้นฯไม่พูดนอนสงบเงียบ  ก็ได้กล่าวขึ้นว่า  “เขียนเอาตัวล้างไปล้างแทนต้นด้วย”  อาจารย์บุญเพ็งรีบหยิบเอาสมุดตัวล้างของอาจารย์ตุ๊ (ทิวารัตน์)  สมุดปกแข็งสีน้ำตาล  เขียนบทแรกก่อนจะออกตัวดับตัวล้างบทแรก  ท่านเปล่งเสียงออกมาว่า  “อารักขาสมเด็จเจ้าพระยาชัยยันโตโหตุสัญญา”  มีประมาณ ๗-๘ บรรทัดก็หยุด  อาจารบุญเพ็งเห็นองค์ที่ ๒ มาฝากพระธรรมไปในพระ ศาสนา  บทนี้อาจารย์บุญมาจดบันทึกประมาณ ๕-๖ บรรทัดก็หยุดแล้ว  พ่อต้นฯ ท่านบอกให้ประคองกายท่านลุกขึ้นนั่ง  อาจารย์บุญเพ็งได้ยกมือไหว้ขออโหสิ  สอดมือเข้าประคองทีใต้คอเบา ๆ ประคองตัวท่านขึ้นนั่ง    เอาตัวท่านพิงตัวเราไว้  ท่านกล่าวว่า  “ประจุเอาองค์โสดาผล  บรรดาศิษย์ที่นั่งอยู่นั้นทุกคนรับประจุตาม  สายโสดาบัน  พัดจุลี  ทะมะ  อุดถัง ๆ นาคราช นะ นะ โสด พัดจุลี สายเหล็กไหลดิ่ง สิทธิ์พะเนิน สัญญา  พ่อต้นฯท่านกล่าวนอนลงก็ได้ประคองกายท่านนอนนานประมาณ ๓๐ นาที  สังขารของท่านสงบนิ่ง  กล่าวเป็นเสียงออกมาว่าจดเอาบทที่ ๓  อาจารย์หลงเป็นผู้จดบันทึกประมาณ ๕-๖ บรรทัดก็เงียบไปนานประมาณชั่วโมง  กล่าวอีกว่าจดเอาบทที่ ๔  อาจารย์บุญมาจดบันทึกประมาณ ๘ บรรทัดก็เงียบไป  ศิษย์ที่เฝ้าก็คอยนั่งจ้องดูการเปลี่ยนแปลงอริยาบทจนถึงเวลาตีห้าเศษ  พวกทวยเทพ เทวดาทั้งหลายนิมนต์พระองค์ท่านขึ้นประทับบนพานทองคำ  จนถึงเวลา ๖ โมงเช้าของวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๒  ได้บอกคุณแม่ล้วนจัดขัน ๙ มีผ้า ๙ พับ ปัจจัย ๙๐๐ บาท  คุณแม่ล้วนกล่าวขออาราธนาพ่อต้นฯ ท่านจงอยู่กับศิษย์ไปก่อน  ศิษย์ทั้งหลายต่างประนมมือตามคำกล่าวของคุณแม่ล้วน  รอสานุศิษย์ทยอยเข้ามา  พ่อต้นฯ ท่านนอนสงบนิ่งไปถึงเวลา ๑๑.๒๕ น.  ของวันที่ ๖ ตุลาคม  ๒๕๒๒  ก็สงบแน่นิ่งสิ้นลมหายใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 04:51:22 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2008, 10:39:57 AM »

 Shocked เกล็ดย่อย คำพูดของต้นบรมครูเคยกล่าวกับศิษย์ทุกคน  คำพูดที่พูดบ่อยครั้งแย้มให้ฟังนิดหน่อย  “ต้นตายไม่เป็น”  คำว่าตายไม่เป็นนี้ทุกคนได้รับฟังแล้วก็ผ่านไป  ได้รับฟังก็ไม่มีใครถาม  เพียงแต่สังขารนึกได้แค่ว่าสังขารของต้นจะไม่ตาย  หารู้เท่าทันไม่  คำกล่าวคำนี้ตั้งหลายปีศิษย์ทังหลายก็ได้ตั้งใจปฏิบัติธรรม  ตามที่พ่อต้นฯ ท่านบัญญัติแต่ละภาคแต่ละจุน  ตามบารมีเปิดเผยส่งมาอยู่ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน  เป็นองค์พระธรรมหรือองค์สำเร็จเฉพาะตัวหรือทั่วไป  ตามบุญตามกุศลของบุคคลบัญญัติให้สร้างองค์พระธรรมเข้าตัว  หรือว่าสร้างตัวเป็นพระคัมภีร์ธรรมจากวิญญาณ ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ  เพราะตัวของคนเราประกอบด้วย  ดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  ซึ่งเป็นวัตถุธรรม  เมื่อได้รับวิญญาณ  ดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  ประกอบเป็นธาตุสำเร็จ  เมื่อธาตุสำเร็จปรุงแต่งภายนอก ภายใน  ก็จะเกิดอิทธิฤทธิ์บังเกิดสังขารให้รับรู้ทางจิต ทางกาย  เกิดสติปัญญา  รู้กุศล  รู้อกุศล  รู้ปฏิบัติตนให้เกิดความสุขและอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติตนได้  จะเกิดความสุขรับรองจากผลการปฏิบัติตน  ผู้ที่เข้าถึงแนวทางปฏิบัติจริงแล้ว  ถึงรสพระธรรมแล้วก็จะตั้งใจปฏิบัติจริง  ทำจริงไม่มีข้อกังขา  ยิ่งมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม  ทั้งกาย  วาจา  ใจ  จะบังเกิดผลหลายอย่าง  ตัวเองและครอบครัวจะได้รับความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาโดยคาดไม่ถึง  ภายนอกได้ช่วยบุคคลอื่นให้พ้นจากความเดือดร้อน  ความทุกข์  ช่วยขจัดกิเลสร้าย  กรรมเวร  ให้หมดสิ้นไป  ผลของกุศลธรรมนี้จะขยายกระจายออกไป  กว้างออกไปเรื่อย ๆ  ได้สังเกตจากการปฏิบัติบุคคลผู้มีกุศล 

 Cheesy เมื่อถึงสัญญาแล้วว่าจะได้เข้ามารับปฏิบัติตนทุกชั้นทุกระดับ  ยากดีมีจน  เจ้าขุนมูลนาย  หญิงชายไม่เลือกชั้นวรรณะ  เห็นตั้งใจปฏิบัติทำจริงได้ผลจริง  ถือเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างยิ่ง  บางคนเห็นเพื่อนมาปฏิบัติแล้วสำเร็จผล  ตัวเองก็อยากได้สำเร็จ  พอเข้ามาปฏิบัติจะเอาแต่ความสำเร็จทางโลกอย่างเดียวและเร็วไว  พอไม่สำเร็จตามใจนึกก็ถือว่าไม่จริงแล้วยังตำหนิถึงองค์พระธรรมว่าองค์พระธรรมไม่ช่วย  สิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกุศลผลบุญเก่าและใหม่ด้วย  ผู้ที่ไม่มีกุศลผลบุญจริง ๆ จะเข้าถึงธรรมะยากมาก  เพราะบุญเก่าก็ไม่ได้สร้างบุญใหม่ก็ไม่ได้ทำ  สังขารนั้นวิญญาณนั้นถูกตัวกิเลสมารภายนอกมารภายในครอบครองไม่ให้หลุดพ้น  วนเวียนว่าย  เกิด แก่ เจ็บ ตาย  ตามกรรมตามเวร  องค์พระธรรมเป็นของมีคุณค่าหาสิ่งเปรียบมิได้  องค์ธรรมมีกำแพงกั้นใหญ่หนากว่าภูเขา  กว้างกว่าแม่น้ำมหาสมุทรไกลไม่มีสิ่งวัดได้  แต่สำหรับผู้มีบุญมีกุศลพระธรรมอยู่แค่เอื้อมมืออยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา  อยู่ทุกบ้านทุกเมืองทุกประเทศทุกทวีป  ในโลกนี้หลักฐานได้พบแล้ว  ได้มาแล้ว  คือพระบรมครูพระศาสนาเอกทุกศาสนา ทุกชาติ  ทุกบ้านทุกเมืองได้พากันปฏิบัติอยู่ทุกวันนี้  นั่นคือพระธรรมหรือสัจธรรมที่ช่วยมนุษย์โลก  สัตว์โลกทั้งหลายให้พ้นทุกข์พ้นเกิดแก่เจ็บตายได้  นั่นคือผลของผู้ที่มีศรัทธายึดมั่นถือมั่นปฏิบัติจริง  ผลรับรองได้ความสำเร็จสังขาร  วิญญาณได้มนุษย์สมบัติ  สวรรค์สมบัติ  นิพพานสมบัติ  คือผู้
ที่มีบุญกุศลเก่า  และสร้างกุศลผลบุญใหม่ก็จะได้เป็นผู้พ้นจากกิเลส  ได้พ้นจากการวนเวียนว่าย  เกิดแก่เจ็บตายในภพนี้

 Smiley คำกล่าวเตือนศิษย์ประจำแทบทุกวัน  ในเวลาประจุองค์พระธรรม  เวลากรวดน้ำ  เวลาเทศนาทุกท่านได้รับแล้วให้สำนึกถึงคำกล่าวนี้ด้วย  “อย่ายกตนเทียมต้น  อย่าลืมตัว  อย่าหลงฤทธิ์”  สังขารใดวิญญาณใดยกตนเทียมต้นของสาปสรรพรรณนาไว้ว่า  ขอให้นั่งบรรลัยนอนบรรลัย  ส่งไปอยู่เมืองสลิงคอง สลิงคาร  ส่งไฟบรรลัยหลวงบรรลัยกัลป์ไปเผาเป็นนิจนิรันดร์  ให้นั่งบรรลัยจมอเวจีสูญไปตามสัญญา  อย่าให้ไปเกิดร่วมในพระศาสนาขององค์ห้า  พระศรีอาริยะเมตรัยโย  ตามสัญญา

 Smiley ขออนุญาตต้นบรมครู  ขอจดบันทึกประวัติย่อบั้นต้น  และบั้นปลายตามที่ได้ประสบการณ์จากตัวของตัวเองเท่าที่จำได้  เพราะเวลาผ่านมาตั้งแต่กึ่งพุทธกาลมาถึงวันนี้ก็เป็นเวลานาน  ที่จะนำมาจดบันทึกไว้นี้เห็นว่าจะเป็นพระโยชน์เป็นมรดกอันล้ำค่าที่จะหาพบได้ยาก  เพราะสิ่งนี้ยังไม่เคยพบเคยเห็นในที่ใดมาก่อน  สิ่งนี้คือ สัจจะธรรม  องค์พระธรรม  อักขระธรรม  อักษรธรรม  รูปธรรม  นามธรรม  ตั้งแต่ยังไม่มีมนุษย์โลก  สัตว์โลก  มีพระเจ้าองค์หนึ่งได้ค้นพบแล้วได้นำมาปฏิบัติแล้ว  เห็นอานิสงฆ์เห็นอิทธิฤทธิ์  ข้าพเจ้ามาพบครั้งแรกนึกว่าผู้ปฏิบัติธรรมะธรรมดา  พอมาศึกษาได้ ๗-๘ ปีจึงรู้ว่าเราได้มาพบสัจจธรรมที่แท้จริง  โดยดูจากการปฏิบัติของอาจารย์  ดูจากสิ่งที่ท่านปฏิบัติคือองค์พระธรรม  ตัวดับล้าง  ซึ่งตัวดับล้างนี้ไม่มีบัณฑิต  นักปราชญ์ใดปฏิบัติมาก่อนเลย  ท่านเป็นผู้ค้นพบและนำศิษย์ปฏิบัติตัวมา  ข้าพเจ้ามาพบครั้งแรกก็ยังหารู้เท่าธรรมไม่  เพราะเคยปฏิบัติกับสายอื่นมาหลายสาย  แต่ทุกสายที่ปฏิบัติมาก็เห็นว่าดีทั้งนั้น  พอเข้ามาปฏิบัติสายนี้  แปลกแต่จริง  พอมาปฏิบัติจริง ๆ ท่านประสิทธิ์ธรรมะให้เราได้พบความสำเร็จ  คือให้เห็นในดวงตา  สิ่งที่เห็นนั้นคือสิ่งที่เราอยากเห็น  ชั้นพรหม  ชั้นอินทร์  ชั้นนิพพาน  คือเป็นคล้ายกับโบสถ์หลังใหญ่เหลืองอร่ามเป็นทองสวยงามมาก  โลกมนุษย์หาที่เปรียบไม่มี  อยู่ในโบสถ์จะมีบัลลังก์ทิพย์ประดับด้วยทองคำ เพชรนิลจินดา  ที่สวยสดงดงามมาก  มีภิกษุ  ภิกษุณีและพวกที่นุ่งขาวห่มขาวมากมาย  บางครั้งมีศิษย์ใหม่เข้ามาปฏิบัติไม่ถึงสิบนาที  ก็จะได้ดวงตาทิพย์  หูทิพย์  พอนั่งหลับตาภาวนาจะมองเห็นดวงแก้วอยู่เบื้องบน  ดวงเล็ก  ดวงโต หลายดวงหลายสี  พอสวดไปภาวนาไปจะลอย ลงมาจนถึงเรา  ดวงแก้วนั้นจะลอยเข้าสู่ตัวผู้นั้นหลายแห่ง เช่น  เข้าเกศ  เข้าตา  เข้าหู  และเข้าทั่วกาย  สังขารของคนนั้นจะรู้สึกมึนชาไปทั่วกาย  ดวงจิตจะเข้าสู่สมาธิเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง  ในดวงตาจะสว่างมองเห็นไปทั่วเป็นถนนเป็นทางยาวมีหญ้าเขียว   สองข้างทางจะมีป่าไม้ใหญ่  เราเดินไปตามทางที่มองเห็นเป็นทางทิพย์  เดินไปไม่นานจะไปถึงปู่ฤาษี  พอเข้าไปกราบปู่ฤาษีท่านก็ประทานพร  พอได้พรจากปู่ฤาษีท่านก็ชี้ทางให้ไป  พอตามไปที่ปู่ฤาษีชี้ทาง  จะได้พบบันได  มีบันไดเงิน  บันไดทอง  บันไดแก้ว  ผู้ที่จะขึ้นบันไดก็อธิษฐานเอาในจิตแล้ว  สายบุญสายกุศลจะได้ตามองค์ผู้นำทาง  คือองค์พระเทวทูต  ตามที่เราปรารถนาก็เป็นไปตามนั้น  สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน  จึงได้ยึดถือปฏิบัติมาเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว  สาธุ  สัญญานะ

 Smiley เวลาที่ได้มาปฏิบัติอยู่ใกล้ชิดท่าน  คือเวลาปิดภาคเรียนเทอมฤดูร้อน  ปักดำเก็บเกี่ยว  องค์สำเร็จ  องค์นำสร้าง  พ่อต้นฯท่านรู้ภายใน  ท่านจึงประสิทธิ์ประสาทมอบความสำเร็จโลก  สำเร็จธรรมให้หลายอย่าง  วันหนึ่งท่านกล่าวว่า  อาจารย์บุญเพ็งได้เคยมาพบพ่อมาก่อนแล้ว  เกิดมากี่ภพ  กี่ชาติ  จึงจะได้พบพระเจ้าถ้าไม่มีบุญมีกุศล  เท่าแผ่นฟ้าแผ่นดิน  จะไม่มีโอกาสมาพบต้นได้  ให้อาจารย์บุญเพ็งยึดมั่นอยู่กับพ่อ  “กอดคอพ่อตาย”  คำกล่าวนี้จะกังวานอยู่ในดวงจิตตลอดมา  เราก็ได้สอดมือช้อนคอพ่อต้นฯ ท่านขึ้นนั่ง  จนวาระสุดท้ายพระองค์ท่านก็สิ้นลมหายใจ  จึงได้นึกถึงคำพูดคำนี้เป็นเวลายาวนาน  ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๒๒  สิ่งที่พ่อต้นฯกล่าวไว้หลาย ๆ อย่างเป็นจริงทั้งนั้น  สาธุ  สัญญานะ
 
 Wink จากประสบการณ์ที่อาจารย์บุญเพ็ง  พันธุ์สุวรรณ  ได้บันทึกรวบรวมมาเป็นบางส่วน  เพื่อต้องการให้ญาติธรรมรุ่นหลังได้นำไปพิจารณาในการปฏิบัติตัว  สร้างตัว  สร้างบารมีของตนเองให้สูงสุด  และเหนือสิ่งอื่นใดคือธรรมะ  องค์พระธรรม  ที่องค์ต้นได้มอบไว้กับครูอาจารย์ทุกท่าน  ยึดแนวทางการปฏิบัติตลอดมาถึงปัจจุบันนี้  ขออำนาจบารมีของพระองค์ต้นบรมครูได้โปรดอำนวยการประทานพรทิพย์อันประเสร็จเลิศโลกเลิศธรรม  ดวงแก้วเทพรำลึกทุกพระองค์  ประคับประครองสังขารวิญญาณสานุศิษย์ทุกคน  ให้เจริญรุ่งเรืองตาม สัญญานะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2010, 04:54:37 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: