หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * แถนบัลลังก์ทอง  (อ่าน 1397 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ธันวาคม 07, 2009, 11:02:24 AM »

"อายุบวร"

     Shocked แถนบัลลังก์ทอง

     :Smiley   เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐  อาจารย์ประหยัด  เรียนอยู่ที่ โรงเรียนปริ้นสรอย  ชั้น ม.๖  ได้ไปเรียนพิมพ์ดีด  ที่โรงเรียนพิมพ์ดีดเชียงใหม่  เจ้าของคือ นายบุญเติม สิงหเนตร น้องชาย คุณหมอบุญเริ่ม สิงหเนตร  ลูกพี่ลูกน้องของคุณหมอคือ นายเทิดศักดิ์ สิงหเนตร  เป็นพ่อตาของ อาจารย์เจริญ วัฒนะสิน  ที่มีลูกชาย คือ เจเจตตริน (ดารา)  ซึ่งอาจารย์ประหยัดนั้นรู้จักภรรยาของ  อ.เจริญ เป็นอย่างดี  เธอชื่อ จิตรา สิงหเนตร  ปัจจุบันใช้นามสกุลวัฒนะสิน

     Cheesy   ครูใหญ่ของโรงเรียนคือ อาจารย์วิเชียร พันธุ์ประไพ  เรียนพิมพ์ดีดภาษาไทย ๓ เดือน สอบได้ ๓๕ คำ เมื่อ วันที่ ๓๐ พ.ย. ๒๕๐๐  สอบได้ภาษาอังกฤษ ๓๔ คำเมื่อ ๑๕ ก.พ. ๒๕๐๑  ครูผู้สอนคือ อ.สุทธิพร สิงหเนตร  ซึ่งมันแปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ อ.สุทธิพร นั้น  สอนได้แต่ไม่เคยสอบผ่าน จึงได้ชื่อว่าเป็นครูไม่มีประกาศนียบัตร

     Cheesy โลกหมุนเวียนไปไม่มีวันหยุด  กาลเวลาก็ทำลายสรรพสิ่งต่างๆ ให้เสื่อมสลายไป  เวลาผ่านมาจนถึง ปี พ.ศ.๒๕๓๖ อ.สุทธิพร  ก็ได้เซ้งโรงเรียนพิมพ์ดีด มาเปิดใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟ  เวลานั้น อ.ประหยัด เพิ่งจะพูดภาษาเทพได้  ได้ยินข่าวว่า อ.สุทธิพร พูดภาษาเทพได้  เปิดกับพนักงานไปรษณีย์ข้างบ้าน  ก็ได้ไปเยี่ยมเยียน อ.สุทธิพร ที่โรงเรียน  เมื่อได้ถามถึงเรื่องการพูดภาษาเทพ อาจารย์เขาก็พูดให้ฟังแล้วเขาพูดได้ดีมาก  แต่ไม่เข้าใจในเรื่องภาษาเทพ  ไม่รู้เลยว่าที่เขาพูดได้นั้นคืออะไร  แต่เขาสามารถสื่อองค์บารมีของเขาด้วยการใช้ “ถ้วยแก้ว”  เมื่อเวลาจะถามอะไร  เขาก็จะเล่นผีถ้วยแก้วด้วยตนเอง

     Sad อ.สุทธิพร ก็พา อาจารย์ประหยัด ไปสถานปฏิบัติธรรม  ที่เป็นของคนจีน  เรียกขานว่า “พระแม่องค์ธรรม”  ไปครั้งเดียวก็เลยเลิก  เพราะเห็นว่าเป็นนิกายหนึ่งที่ไปอ้างเอาพระแม่กวนอิมมาสอน  แล้วแกก็พา อาจารย์ประหยัดไป “โยเร” ซึ่งอยู่ที่ใกล้กับตลาดหนองหอย  เวลานั้นยังไม่เจริญ แต่เวลานี้ “โยเร” ใหญ่โตมาก  เพราะว่าเขามีผู้นำที่มีการจัดการเป็นอย่างดี  ชาวบ้านที่เรียกว่า “รากหญ้า” นั้นพากันไปเป็นสาวก มากมาย  เมื่อ อ.สุทธิพร พาเข้าไป  เขาเองนั้นก็ไปนั่งโยเรให้คนอื่น ปล่อยให้เราเดินไปเดินมา  ถามเจ้าหน้าที่คนใดก็ไม่รู้เรื่อง  ก็เลยออกมากลับบ้านไปคนเดียว

     Wink   เวลานั้น อ.สุทธิพร ขี่รถเวสป้า  ผ่านไปไม่กี่ปี  เจอกันก็เปลี่ยนจากเวสป้า เป็น รถจักรยาน  เวลาผ่านไปไม่นานเมื่อเจอกันแถว ๆ ถนนในเชียงใหม่  รูปร่างของ อ.สุทธิพร ก็ซูปผอมลง เหมือนกับคนเป็นเอดส์  ขี่รถจักรยานไปเก็บของตามกองขยะในเชียงใหม่ไปขาย  ตามข่าวที่ทราบมานั้น อ.สิทธิพร ชอบไปเที่ยวซ่อง  ก็คงจะเป็นเอดส์ตามที่มองดูสภาพร่างกาย  สองปีผ่านมานี้ก็ยังเห็นแกเก็บของตามกองขยะไปขายอยู่  ผ่านมา ๑ ปีนี้ก็ไม่เคยเห็นแกแล้ว  ก็ไม่ทราบว่า อ.สุทธิพร นั้นตายหรือยัง

     Shocked   ทีนี้มาเข้าเรื่องของการเปิดพระโอษฐ์  ซึ่งเมื่อ อ.สุทธิพร เปิดพระโอษฐ์มาแล้ว  อาจารย์ผู้เปิดนั้น  เปิดได้แต่อย่างเดียว  ไม่มีการสอนในเรื่องการปฏิบัติ  เพื่อปกป้องมิให้วิญญาณแถนบัลลังก์ทองแทรก   เมื่ออาจารย์ประหยัดไปเจอ อ.สุทธิพร นั้น  เนื่องจากยังไม่ได้เรียนรู้  บารมียังไม่กล้าแข็ง  จึงไม่รู้ว่า ที่ อ.สุทธิพร พูดนั้นเป็น “วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง”  ซึ่งเป็น “สำภเวสี” ก็จะพาให้ชีวิตของ อ.สุทธิพร นั้นตกต่ำ  จากเจ้าของ โรงเรียนพิมพ์ดีด  เปลี่ยน อาชีพมาเป็น เก็บของตามถุงขยะที่ชาวบ้านทิ้ง

     Huh? เวลาเปลี่ยนแปลงชีวิตของ อ.สุทธิพร นั้นได้เวลานานกว่า ๒๐ ปี  เพราะการเปิดพระโอษฐ์  โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  โดยที่ อาจารย์ผู้เปิดนั้นไม่มี “บารมี” คุ้มครองลูกศิษย์ได้  แม้แต่ตัว อาจารย์ผู้เปิดให้ อ.สุทธิพรนั้นตัวเองก็รีบตายก่อน อ.สุทธิพร ไปตั้งนานแล้ว  คือตายก่อนปี พ.ศ. ๒๕๓๕  ในสายสัญญานั้น  พ่อต้นฯ ท่านก็รู้เรื่อง วิญญาณแถนบัลลังก์ทองได้เป็นอย่างดี  จึงได้เปิดคำดับล้างที่ใช้ชื่อว่า “วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง” และองค์พระธรรม เอาไว้  แต่เท่าที่ผ่านมานั้น  ลูกศิษย์พ่อต้นฯ หรือ ลูกศิษย์ อาจารย์ประหยัด  ก็ถูกวิญญาณแถน แทรกเข้ามาอยู่ในสังขาร  ซึ่งเมื่อลูกศิษย์พ่อต้นฯ ถูกวิญญาณแถนแทรกแล้ว  ก็จะกลายเป็นอาจารย์ที่เรียกว่า ต้มตุ๋น ลูกศิษย์  ใครที่เข้าหานั้น  ผีที่อยู่ในตัวอาจารย์โดยไม่รู้ตัว  ก็จะเรียกร้องเอาเงินลูกศิษย์  ทั้ง ๆ ที่ทำพิธีอะไรให้กับลูกศิษย์นั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จ  ตั้งแต่อาจารย์ประหยัด เข้ามาในสายสัญญาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๕  ก็เห็นว่าลูกศิษย์ของ อ.พงษ์วิทย์ นั้นก็เผ่นหนีกันไปหมด  แม้แต่ อาจารย์ลูกศิษย์พ่อก็ตามเมื่อเจอผีแถนแทรกแล้ว  การหากินด้วยสายสัญญาก็จะฝืดเคือง  ต้องเดินสายออกต่างจังหวัด  ซึ่ง อาจารย์ที่เดินสายไปหากินในเชียงใหม่  ก็มี อ.พงษ์วิทย์  อ. หอมฟุ้ง  อ.บุญเพ็ง  แม้ อ.บุญมา ก็ยังไปเชียงใหม่หลายครั้ง
  
     Sad ลูกศิษย์พ่อต้นฯ ที่ไปโปรดญาติในเชียงใหม่นั้น  ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลยสักคน  แม้แต่ อ.กรีฑา ซึ่งเป็นลูกศิษย์ อ.บุญมา  อยู่ที่เชียงใหม่  ก็ยังเลิกการโปรดญาติ  ที่เลิกนั้นก็เพราะลูกศิษย์ไม่ไปหา  ก็จำเป็นต้องปิด  ลูกศิษย์ของ อาจารย์ประหยัด  ที่เปิดพระโอษฐ์ และได้รับการยกถาดไปนั้น  มีอยู่หลายพันคน  มีหลาย ๆ คนที่เปิดเว็บเพื่อที่จะนำสายสัญญาไปหากิน  ก็มีอยู่หลาย ๆ คน  พูดได้ว่าเป็นศิษย์ที่ถูกผีแถนแทรกแล้ว  รายสุดท้ายที่ถูกผีแผนแทรกนั้น  น่าจะเป็น นายเล็ก หนองจอก  ที่คิดว่า อาจารย์ประหยัด โง่  จึงได้นำอาจารย์ไปหากิน  แต่ในที่สุดก็ถูก “พระบารมี” เปิดเผยออกมา  ผีแถนที่อยู่ในสังขารนั้นก็บังคับสังขารให้  ตั้งตัวเป็นใหญ่  ตั้งตนเป็นอาจารย์รับยกถาด  ซึ่งนายเล็ก หนองจอกนั้นจะไม่มีวันรู้ตัวเองเลย  ยังไม่พอนายเล็ก หนองจอก ยังคุยให้ลูกศิษย์ฟังว่า  อาจารย์โหน่ง  ซึ่งเป็นผู้เปิดพระโอษฐ์ให้  อาจารย์ประหยัด  ซึ่งเป็นผู้ยกถาดให้  ถูกวิญญาณแถนแทรกแล้ว

     Smiley วิญญาณแถนที่แทรก นายเล็ก หนองจอก นั้น  จึงทำให้นายเล็ก ตั้งตนเป็น อาจารย์สายสัญญา  ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะเข้ามาในสายสัญญาปีเศษเท่านั้นเอง  อ.โหน่ง ซึ่งเป็นอาจารย์ของนายเล็กนั้น  เข้ามาปฏิบัติในสายสัญญา ๖-๗ ปี  เพราะยังไม่ถูกผีแถนแทรก  รู้ตัวดีก็เลยไม่ตั้งตนเป็นอาจารย์สายสัญญา  ไม่ยอมที่จะรับยกถาดให้ใคร

      Angry    อาจารย์ประหยัด เปิดพระโอษฐ์ ให้กับ นายกบแก่  นายธนากร นายก๊อปแก๊ป และนายเล็ก หนองจอก  ทุกคนที่ได้ตั้งตนเป็น อาจารย์ในเว็บและนอกเว็บ  คนเหล่านี้ถ้าไม่ถูกผีแถนแทรก  ก็ไม่น่าจะกลายเป็นศิษย์ที่สอบได้ “เนร” กัน  คนเหล่านี้จะไม่รับรู้และฟังคำสั่งสอนของอาจารย์ประหยัด  เวลานั้นทำให้วัตถุและคนให้เสื่อมสลายไปได้นั้น  ก็คอยดูก็แล้วกันว่า  คนกลุ่มนี้ที่ห่างไกลจาก อาจารย์ประหยัด  จะไม่เสื่อมไปจากสายสัญญา

      Angry    อาจารย์หรือลูกศิษย์ สายสัญญา  แม้แต่ลูกศิษย์ พ่อต้นฯ ก็ไม่มีวันที่จะแก้ “วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง” ได้ด้วยตนเอง  จะต้องให้อาจารย์สายสัญญาที่ “พระบารมี” รับรองแก้ไขให้  เปรียบไปก็เหมือนคนที่เมาเหล้าก็จะพูดว่าตัวเองนั้นไม่เมา  อาจารย์และศิษย์ในสายสัญญาก็จะพูดว่า ตัวเองนั้นปกติดีไม่ถูกผีแทนแทรก  “กัมฺมุนา วะตะตีโลโก”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2013, 03:15:43 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2009, 10:18:33 AM »

"อายุบวร"

      Grin คนที่มีบุญวาสนาเข้ามาปฏิบัติใน "สายสัญญา" หรือ "สายสัญญา-ประยุกต์"  ซึ่งก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ  เพียงแต่ว่า สายสัญญา-ประยุกต์ นั้น  ถ้าเป็น NOKIA ก็จะเป็นรุ่นสูง ราคาแพง ลูกเล่นมาก อัดเสียงได้ ถ่ายรูปได้  ถ้ายคลิปได้  ดู TV ฟัง MP3 ได้เป็นร้อย ๆ เพลง  ฟังวิทยุได้

      Huh? ถ้าไม่ยอมอ่านคู่มือ  เพราะมีสติปัญญาน้อย  ก็จะใช้ลูกเล่นของมือถือได้น้อย  ซึ่งในสายสัญญานั้น  ถ้าไม่ได้อ่านประวัติพ่อต้นฯ ให้ดี  หมายถึงอ่านหลาย ๆ รอบ  ก็จะไม่รู้ว่ามีความสำคัญอะไรบ้าง  ที่พ่อต้นฯ ท่านได้พูดเอาไว้  เมื่ออ่านประวัติพ่อต้นฯไม่รู้เรื่อง  แล้วก็ไม่ยอมถามอาจารย์ผู้รู้  ก็จะใช้สติปัญญาของตนเองคิดเอาเอง  แม้เพียงแค่วิญญาณแถนบัลลังก์ทอง อ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจ  ในที่สุดตัวเองนั้นก็ถูกวิญญาณแถนแทรก

      Shocked สายสัญญาพันธุ์แท้นั้น  เปรียบไปก็เหมือนรถกะบะโตโยต้ารุ่นแรก  ซึ่งเวลาจะสต้าทเครื่องก็จะต้องมีการเผาหัวเสียก่อน  แต่รุ่นปัจจุบันนี้ วีโก้ ไขกุญแกก็สต้าทได้ทันที  มีเทอร์โบ วิ่งได้เร็วกว่ารถเก๋งเสียอีก  ซึ่งคนที่ขับรถรุ่นใหม่นี้ก็จะัต้องมีการเรียนรู้ในรถรุ่นนี้  หากไม่รู้พอขึ้นนั่งก็ขับ เร่งเอา เร่งเอา  ในที่สุดคุณก็จะได้รับอันตรายจากรถเหล่านี้

      Shocked เมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้น  ไทยจัึบมือกับญี่ปุ่น ประกาศสงครามกับ สหรัฐอเมริกา  เมื่อสงครามสงบลง  ญี่ปุ่นแพ้ แต่ ไทย ไม่แพ้  ญี่ปุ่นก็คงจะโกรธคนไทยน่าดูเหมือนกัน  แต่ไม่รู้จะทำยังไง  ไม่รู้่จะแก้แค้นคนไทยได้ยังไง  ญี่ปุ่นเขาก็ทำรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์  ที่เครื่องแรง เบรคจานเล็ก ๆ บอบบาง  เอามาขายราคาถูก ๆ ให้คนไทยไช้  ซึ่งก็รู้สันดานคนไทยอยู่แล้ว  จึงทำให้ในโรงพยาบาล ห้องอุบัติเหตุ โดยเฉพาะแผนกกระดูก  มีแต่คนป่วยเต็มไปหมด  จนไม่มีที่นอน  อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุรถชนกัน  แต่ละปีนั้น "โรค" ที่คนตายมากที่สุดประจำปี  ไม่ใช่โรคเอดส์  น่าจะเป็นโรครถชนกันตายบาดเจ็บ กลายเป็นคนพิกลพิการมากมาย  แล้วรถที่ชนกันนั้นถ้าสังเกตุดูให้ดีส่วนมากจะเป็นรถญี่ปุ่นทั้งนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 11, 2009, 10:24:34 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: