ภาคการปราบพญามาร ปกมาร ต้านทานมาร วิญญาณอุบาทว์สารพัดชนิด
ปัจจุบันเป็นหน้าที่ของครูบาอาจารย์ผู้มีบารมีแก่กล้า จัดการให้ญาติผู้ปฏิบัติใหม่ และญาติเก่าทั้งหลายที่อยู่ในระหว่างสร้างสมบุญญาบารมีเรื่อยไป ซึ่งองค์ต้นบรมครูให้ใช้อำนาจช่วยเหลือกัน โดยได้ว่างหลักสูตรลงหลักปราบวิญญาณพญามาร ประหารวิญญาณมาร ปกวิญญาณจิตของเหล่ามาร ที่มีรูปสังขารขอมนุษย์นอกศาสนา และสัตว์ที่ดุร้ายตลอดถึงวิญญาณเหล่าอธรรมในโลกวิญญาณชั้นต่าง ๆ
โครงสร้างในการปราบวิญญาณพญามาร 1. ครูบาอาจารย์ผู้จัดการพิจารณา หรือเปิดพระบารมีบัญญัติหลักปราบ
2. ไม้หลักไว้สำหรับลงอักขระตีปราบหลายหลัก
3. พิจารณาวิญญาณพญามารแต่ละประเภท เช่น พวกอสูรกาย (ยักษ์ที่ไม่เป็นศีลธรรม) ปีศาจแถนบัลลังก์ทอง ภูตินางไม้ มลิงขวัญ และคนธรรพ์ที่ไม่เป็นศีลธรรม ปีศาจภูมิเจ้าที่ ฤๅษีไม่เป็นศีลเป็นธรรม เจ้าป่าพนาเวศ อิทธิฤทธิ์พญามาร เจ้าน้ำ เจ้าถ้ำ เจ้าเขาที่ไม่เป็นศีลธรรม วิญญาณเปรต ผีดิบ ผีฟ้า ผีปอบ ผีประกำช้าง ผีโลงแตก ผีจร เสือสมิงลิงลม ผีพลาย เทพเจ้ากาลี ตัวเสนียดจัญไร ที่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน และวิญญาณเทวภูมิชั้นต่ำที่บรรดาพวกทรงเจ้าเข้าผี เอาร่างของตนเป็นร่างทรง ให้วิญญาณพวกนี้แอบแฝงเพื่อกินเครื่องเซ่นไหว้ หลอกลวงมนุษย์ไปวัน ๆ อ้างว่าเป็นองค์สำเร็จ อ้างว่าเป็นเทพเจ้าเบื้องสูง อ้างว่าเป็นองค์อินทราธิราช ครอบงำให้มนุษย์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตกเป็นสมาชิกให้มืดมนอนทกาลอยู่ร่ำไป บรรดาพวกเทวภูมิชั้นต่ำนี้ องค์ต้นบรมครูจัดว่าเป็นพวกปีศาจที่มีฤทธิ์ ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน มีหลักฐานให้พิจารณา ในบทบาทเทศนาของพระองค์ต้นบรมครู ยกมาให้พิจารณา คือ ภูมิวนัง เทวนัง สัตทัง จิตตวา สัตว์อมนุสเวสุง มีอยู่เกลื่อนกลาดทั่วภูมิลำเนาของภพมนุษย์
4. หลักสูตรและวิธีเขียนองค์พระธรรมลงหลักปราบวิญญาณประเภทต่าง ๆ ทั้งระดับจอมมารโลก พญามารระดับหัวหน้าและบริวาร มีสูตรการลงหลักปราบครั้งละองค์และหลายองค์ ซึ่งใช้ไม้หลักครั้งละหลาย ๆ หลักเป็นชุด ๆ
5. พิจารณากองสังขารวิญญาณของญาติ เกี่ยวพันกับมารประเภทใดในญาติแต่ละบุคคล ที่กำลังผจญอยู่ เพื่อปราบให้ถูกตัวมารเฉพาะราย ที่ผูกมัดเป็นกรรมกรณีให้เดือดร้อน เพื่อแยกการปราบให้ถูกจุด
6. พื้นที่ตีหลักปราบ และบริเวณที่เป็นจุดดี หลักปกมารต้านทานมารหน้าเคหะสถานผู้ปฏิบัติธรรม
7. ระยะเวลาและคาบเวลาที่ญาติควรได้รับการลงหลักปราบมาร ปกมารต้านทานมาร ขึ้นอยู่กับสภาวะกรรมกรณีของญาติส่วนบุคคล ในการสร้างตนปฏิบัติตัวเข้าสู่โลกวิญญาณชั้นต่าง ๆ ซึ่งมักมีมารผจญ หรือมารลองดี หรือมารทดลอง หรือมารขัดขวาง ทั้งในส่วนที่โดนกับครูบาอาจารย์โดยตรง และญาติโดยทั่วไป
8. การบรรจุเหยียบวิญญาณพญามาร ก่อนนำหลักไปตี
9. วิธีกล่าวคำภาวนาก่อนตีหลัก
10. การบรรจุองค์พระธรรมที่ใช้ปราบมารที่สิงสู่อยู่ในกองสังขาร

ข้อพิจารณาประวัติการปราบมารทั่วกะโรทวีป ในช่วงเวลาที่พระองค์ต้นบรมครูเป็นสังขารอยู่

การที่พ่อต้นฯ ท่านได้มาจุติในเมืองมนุษย์ ในสมญานามของยุคว่า
“องค์พระยาธรรมมิคราชราชา” ซึ่งมีความหมายว่า
“พระผู้มาปราบมาล้างโลก ล้างอธรรม” ในฐานะเป็นผู้โองการสัญญาแห่งเอกภพ ได้รำลึกโลก รำลึกสรรพสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาแล้ว ก็ย่อมมีความห่วงใย มีความรู้สึกรับผิดชอบความเป็นไปที่จะต้องเกิดขึ้น ในโลกมนุษย์ในแต่ละกัปแต่ละกัลป์ ซึ่งโลกผ่านการวิวัฒน์มาหลายครั้งแล้ว และจะถึงสัญญาวิวัฒน์อีกในวาระต่อไป

การมาครั้งนี้ จึงเป็นความรู้สึกห่วงใยชะตากรรมของโลก ซึ่งเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติ รวมทั้งโลก อันภารกิจในการปราบมาร ล้างโลก ล้างอธรรม จึงเป็นกรณีกิจที่ต้องใช้มหาอำนาจอันสูงส่ง ในฐานะผู้เป็นองค์พระประมุขแห่งธรรม ผู้มีอำนาจสัญญาธรรมอยู่ในมือ ได้รับการอำนวยการเปิดเผยอักขระวิญญาณพญามารชั้นต่าง ๆ จากพระบารมีองค์นำสร้าง เป็นการจัดงานระดับสูงสุดของผู้โองการสัญญาปราบ สัญญาล้างโลก สัญญาล้างอธรรม ทั่วกะโรทวีป
โดยเริ่มจัดงานปราบตั้งแต่เริ่มบรรลุเล็งแลเห็นทางจักษุทิพย์ ได้รับการอำนวยการรับรองจากพระบารมีพระผู้สำเร็จฝ่ายปราบ ประหารวิญญาณมาร และให้เกิดการดูดให้จมลงไปสู่เมืองสลิง ซึ่งมีไฟบรรลัยหลวงสุมอยู่เป็นนิจนิรันดร์ตามสัญญา กระทำภารกิจปราบโดยมีศิษย์เก่าหลาย ๆ ท่าน หลายรุ่น ที่เป็นอาจารย์อาวุโสปัจจุบันนี้ คอยช่วยจัดหาหลักไม้ขนาดต่าง ๆ จำนวนมาก คอยช่วยเขียนอักขระวิญญาณมาร ลงหลักปราบ คอยรับบรรจุเหยียบวิญญาณมาร แล้วนำหลักไปตีปราบลงหลุม ซึ่งขุดไว้ตีหลักปราบโดยเฉพาะภายในวิหารใหญ่ มีหลายจุด จุดใดตีหลักเต็มแล้วก็ขุดหลุมใหม่ แต่ละหลุมกว้าง 1 วาขึ้นไป ลึก 1 วา บางหลุมขุดลึกตามขนาดของไม้หลัก ซึ่งปราบมารชั้นสูงระดับจอมมารโลก พญามารชั้นหัวหน้า ซึ่งมีอยู่ในต่าง ๆ บนโลกวิญญาณทิพย์ ช่วงเวลาที่เริ่มทำการปราบมา ตั้งแต่พระบารมีองค์นำสร้างชูสังขารให้จัดการปราบจนถึงวาระสุดท้ายวันวางพระสังขาร ในปี 2522 เป็นเวลาทำการปราบ 40-60 ปี หลักปราบมารบางชุดต้องไปตีจมน้ำ ซึ่งบริเวณหมู่บ้านหนองโดนมีลำน้ำอยู่ใกล้วิหารองค์ต้นบรมครู ศิษย์จึงนำหลักไปตีลงในลำน้ำลำปลายมาศ ตีลงให้จมไว้ในน้ำริมฝั่งข้างน้ำลึกบ้างเท่าที่จะสามารถทำได้ ศิษย์เก่าผู้เป็นอาจารย์อาวุโสปัจจุบัน ได้นำหลักปราบไปตีจนไม่สามารถนับจำนวนได้ ซึ่งกระทำการต่อเนื่องมาหลายปี

อนึ่ง วิธีการปราบวิญญาณ มารประเภทต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับพระบารมีองค์นำสร้าง จะเปิดบอกส่งลงมาให้พระองค์ท่านจัดการ บางครั้งพระองค์ท่านอยู่ในระหว่างบรรทมอยู่ ถ้าหากพญามารกำลังผจญศิษย์ทั้งหลายอยู่ หรือพญามารกำลังจะสิงสู่ประมุขประเทศต่าง ๆ ให้ก่อสงครามเดือดร้อนไปทั่วโลก พระบารมีองค์นำสร้างก็จะรีบปลุกทางโสตทิพย์ ให้รีบบัญชาการเรียกศิษย์มาเขียนหลักปราบ บางครั้งเขียนตลอดคืนตลอดวัน แล้วรีบนำไปตีปราบมารทั้งหลายนั้น เพื่อหยุดการกระทำของเหล่ามาร ที่จะทำให้โลกเดือดร้อน เป็นระยะ ๆ เพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ของโลกมิให้รุนแรงในบ้านเมืองประเทศต่าง ๆ และในบ้านเมืองของไทยเราตลอดมา

ดังนั้น การปราบมารของพ่อต้นฯ ท่านได้กระทำทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับวิกฤตการณ์ของโลกด้วย และขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่จะต้องให้แล้วเสร็จสำเร็จกาล ในการปราบปรามมารระดับหัวหน้าให้ราบเรียบโดยเร็ว ให้คงเหลือแต่มารระดับลูกน้องปลายแถวไว้เกลี้ยให้สนองเวรสนองกรรมกับมนุษย์ผู้มีเวร และบาปติดตัว ซึ่งมารเหล่านี้มีฤทธิ์ไม่แรง ซึ่งไม่สามารถทำลายเหล่าศิษยานุศิษย์ได้ ซึ่งเหลือไว้ให้เป็นหน้าที่ของศิษย์ที่จะทำการช่วยญาติ ปราบล้างให้พ้นบ่วงพญามารที่มีกรรมกรณีผูกมัดตัวตนศิษย์หนึ่ง ๆ อยู่โดยทั่วไป วิธีการปราบเหล่าพญามารวิญญาณอุบาทว์ของพระองค์ต้นบรมครู มีกรรมวิธีการปราบพอที่จะแยกเป็นหัวข้อให้เป็นที่พิจารณาได้ดังนี้
1.
ภาวนาวิญญาณมาร เป่าใส่ไฟ (ที่พระองค์ท่านใช้ดับล้างสังขารโลก)
ภาวนาดับล้างวิญญาณพญามารนี้วันละหลาย ๆ ครั้ง ตลอดไปควบคู่กับการลงหลักปราบด้วยการเพ่งพิจารณาทางจักษุทิพย์ กล่าวสูตรวิญญาณมารเป็นตัวดับล้างเป่าใส่ไฟ เพ่งมองพิจารณาไปด้วยการมองการณ์ไกลถึงตัวก่อปัญหา ถาขืนปล่อยไว้จะสิงสู่สังขารทำให้ไม่เป็นศีลธรรม ทำให้ไม่ยุติธรรม หรือทำให้นำพาไปสู่ความเดือดร้อน บ้านเมืองทั้งยุคนี้และยุคหน้า พ่อต้นฯท่านเพ่งพิจารณาอย่างรู้เท่าธรรม ด้วยการตรวจสอบกับพระบารมีองค์นำสร้างอย่างไม่ผิดพลาด
2. ปราบวิญญาณมารบางประเภท ด้วยการใช้เหล็กจารเขียนอักขระวิญญาณมารลงที่ฝ่าเท้าของพระองค์ท่าน แล้วภาวนาใช้เท้าถูกับพื้นแบบขยี้วิญญาณด้วยเท้า ให้มารนั้นถูกทำลายด้วยมหาอำนาจของ
พระเจ้าเหยียบโลก การปราบแต่ละวิธีมีอำนาจพระบารมีฝ่ายปราบคอยอำนวยการจัดงานอยู่เบื้องบน
3. ปราบวิญญาณมารบางประเภท เขียนวิญญาณเหล่ามารจำพวกนั้นใส่ไม้ขนาดมีความยาว 1 ศอก แล้วนำไปเผาในกองไฟให้มอดไหม้เป็นจุน
4. ปราบวิญญาณมารบางประเภท เขียนอักขระวิญญาณพญามารลงที่ปลายไม้ยาว 1 คืบ หรือ 1 ศอก ตีลงพื้นปฐพี ทั้งตีทแยงไปในทิศต่าง ๆ และตีจมดิ่ง ซึ่งเขียนคำภาวนาวิญญาณมารแล้ว ยังเขียนคำสาปสรรพรรณนาลงไปในหลักด้วย ตัวอย่างเช่น
ขอให้นั่งบรรลัย นอนบรรลัย ให้ดับสูญวอดวาย จมอเวจีสูญเลยไปตามสัญญา 5. ปราบวิญญาณพญามารระดับจอมมารโลก และ ระดับหัวหน้าหมู่มาร ในชั้นต่าง ๆ ทั่วกะโรทวีป ใช้ขนาดของหลักหลายขนาด มารบางตัวใช้ไม้ไผ่ยาว 1 ลำ พญามารบางพวกใช้ไม้หลักยาววัดแนวยืนเสมอหัวใจ พญามารบางพวกใช้ไม้หลักยาว 1 แขน จำนวนครั้งละหลาย ๆ หลัก เมื่อเขียนอักขระวิญญาณพญามารเหล่านั้นแล้ว ขีดกากบาทฆ่าทับอักขระวิญญาณนั้น ๆ ทีละหลัก แล้วเขียนคำสาปสรรพรรณนา ให้พระบารมีฝ่ายปราบจัดการ ให้เป็นไปตามสัญญา ตัวอย่างเช่น
ขอให้ท่านส่งไปเมืองสลิง ให้ไฟบรรลัยหลวงสุมเป็นนิจนิรันดร์ตามสัญญา อย่าได้ไปเกิดในศาสนาตามสัญญา ให้ดับสูญจมอเวจีไปตามสัญญา 
อนึ่ง การลงหลักปราบมารทุกครั้ง หลังจากพ่อต้นฯ ท่านให้เหล่าศิษย์บรรจุวิญญาณพญามาร ใส่ใต้หัวแม้เท้าทั้งสองข้าง เพื่อให้เหยียบวิญญาณไว้ให้อยู่ใต้เบื้องบทบาทของศิษย์แล้ว บางครั้งมารบางพวกมีอิทธิฤทธิ์แรงมาก พ่อต้นฯ ท่านจะบัญญัติองค์นะกุศลให้ศิษย์ที่กระทำพิธีลงหลักปราบ ซึ่งก่อนจะนำไปตีปราบในพื้นที่กำหนด ให้นั่งลงองค์นะกุศลใส่ปกไว้ในตัวตนเองก่อน เป็นการปกมารด้วยอำนาจกุศลไว้ และให้แข็งกว่ามารจึงจะปราบเขาได้
ศิษย์ผู้ใดบารมีไม่แก่กล้า ปกมารไม่อยู่ วิญญาณพญามารจะสู้ วิญญาณพญามารจะวิ่งชนสังขาร ฤทธิ์ของมารก็จะปฏิพัทธ์จิตได้ 
ในการปราบมารวิญญาณอุบาทว์ของฝ่ายอธรรม ในโลกวิญญาณในวาระของยุคนี้ เป็นวาระที่โลกดำเนินมากึ่งพุทธกาล โลกใกล้เข้าสู่กุลียุค เหล่าพญามารทั้งหลาย เข้าสิงสู่สังขารวิญญาณมนุษย์นอกศาสนา มุ่งทำลายบ้านเมือง พุทธพงศ์พันธุ์ไปทั่ว ๆ ในโลกกว้าง บรรดานักบวช นักบุญสายญาติพุทธพงศ์พันธุ์ทั้งหลาย ถูกส่อเสียดเบียดสี ทั้งมารภายในตัวตน และมารภายนอกสังขาร ต้องมีชีวิตผจญมารมาหลายยุคหลายชาติ ต่างบำเพ็ญบุญบารมีบนภพมนุษย์ที่เต็มไปด้วยมาร
จนกระทั่งมาถึงยุคนี้ โลกก็ไม่เป็นศีลเป็นธรรม มนุษย์ในบ้านในเมืองถูกอิทธิฤทธิ์ของพวกพญามารครอบงำอยู่ จำนวนมากมาย รังแต่จะทำให้สังคมมนุษย์เสื่อมทราม วิญญาณมนุษย์ถูกดึงให้ไปสู่ที่ชั่ว บรรดาวิญญาณเทวภูมิฝ่ายชั่วที่ซ้อนโลกเราอยู่ในชั้นอากาศครอบโลกอยู่นี้ มีภูมิลำเนาวิญญาณฝ่ายพญามาร กระจายกันอยู่หลายจุด ทั่วทุกภูมิภาคของโลก พวกนี้แหละเป็นตัวการที่ก่อปัญหาให้บ้านเมืองเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ ตัวต้นเหตุกาลีบ้านกาลีเมือง ตัวอัปปรีย์เสนียดจัญไร ประเพณีอกุศล พวกเรียกค่าคุ้มครองต้องเซ่นสังเวยร่ำไป ทั้งในส่วนที่เป็นมารเบื้องล่าง และพวกมารเบื้องสูงที่มีอิทธิฤทธิ์ร้ายแรง ถึงขั้นช๊อตวิญญาณมนุษย์ สัตว์ ให้นั่งบรรลัย นอนบรรลัย โดยไม่ทราบสาเหตุได้