หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * หลักปราบมาร *  (อ่าน 699 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Sr. Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 420


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« เมื่อ: ธันวาคม 15, 2009, 11:06:59 AM »

ภาคการปราบพญามาร ปกมาร ต้านทานมาร วิญญาณอุบาทว์สารพัดชนิด

      Cheesy ปัจจุบันเป็นหน้าที่ของครูบาอาจารย์ผู้มีบารมีแก่กล้า จัดการให้ญาติผู้ปฏิบัติใหม่ และญาติเก่าทั้งหลายที่อยู่ในระหว่างสร้างสมบุญญาบารมีเรื่อยไป ซึ่งองค์ต้นบรมครูให้ใช้อำนาจช่วยเหลือกัน โดยได้ว่างหลักสูตรลงหลักปราบวิญญาณพญามาร ประหารวิญญาณมาร ปกวิญญาณจิตของเหล่ามาร ที่มีรูปสังขารขอมนุษย์นอกศาสนา และสัตว์ที่ดุร้ายตลอดถึงวิญญาณเหล่าอธรรมในโลกวิญญาณชั้นต่าง ๆ
โครงสร้างในการปราบวิญญาณพญามาร


    1. ครูบาอาจารย์ผู้จัดการพิจารณา หรือเปิดพระบารมีบัญญัติหลักปราบ
    2. ไม้หลักไว้สำหรับลงอักขระตีปราบหลายหลัก
    3. พิจารณาวิญญาณพญามารแต่ละประเภท เช่น พวกอสูรกาย (ยักษ์ที่ไม่เป็นศีลธรรม) ปีศาจแถนบัลลังก์ทอง ภูตินางไม้ มลิงขวัญ และคนธรรพ์ที่ไม่เป็นศีลธรรม  ปีศาจภูมิเจ้าที่ ฤๅษีไม่เป็นศีลเป็นธรรม เจ้าป่าพนาเวศ อิทธิฤทธิ์พญามาร  เจ้าน้ำ เจ้าถ้ำ เจ้าเขาที่ไม่เป็นศีลธรรม วิญญาณเปรต ผีดิบ ผีฟ้า ผีปอบ ผีประกำช้าง ผีโลงแตก ผีจร เสือสมิงลิงลม ผีพลาย เทพเจ้ากาลี ตัวเสนียดจัญไร ที่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน และวิญญาณเทวภูมิชั้นต่ำที่บรรดาพวกทรงเจ้าเข้าผี เอาร่างของตนเป็นร่างทรง ให้วิญญาณพวกนี้แอบแฝงเพื่อกินเครื่องเซ่นไหว้  หลอกลวงมนุษย์ไปวัน ๆ อ้างว่าเป็นองค์สำเร็จ  อ้างว่าเป็นเทพเจ้าเบื้องสูง อ้างว่าเป็นองค์อินทราธิราช ครอบงำให้มนุษย์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตกเป็นสมาชิกให้มืดมนอนทกาลอยู่ร่ำไป บรรดาพวกเทวภูมิชั้นต่ำนี้ องค์ต้นบรมครูจัดว่าเป็นพวกปีศาจที่มีฤทธิ์ ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน มีหลักฐานให้พิจารณา  ในบทบาทเทศนาของพระองค์ต้นบรมครู   ยกมาให้พิจารณา     คือ ภูมิวนัง เทวนัง สัตทัง จิตตวา สัตว์อมนุสเวสุง มีอยู่เกลื่อนกลาดทั่วภูมิลำเนาของภพมนุษย์
    4. หลักสูตรและวิธีเขียนองค์พระธรรมลงหลักปราบวิญญาณประเภทต่าง ๆ ทั้งระดับจอมมารโลก พญามารระดับหัวหน้าและบริวาร มีสูตรการลงหลักปราบครั้งละองค์และหลายองค์ ซึ่งใช้ไม้หลักครั้งละหลาย ๆ หลักเป็นชุด ๆ
    5. พิจารณากองสังขารวิญญาณของญาติ เกี่ยวพันกับมารประเภทใดในญาติแต่ละบุคคล ที่กำลังผจญอยู่ เพื่อปราบให้ถูกตัวมารเฉพาะราย ที่ผูกมัดเป็นกรรมกรณีให้เดือดร้อน เพื่อแยกการปราบให้ถูกจุด
    6. พื้นที่ตีหลักปราบ และบริเวณที่เป็นจุดดี หลักปกมารต้านทานมารหน้าเคหะสถานผู้ปฏิบัติธรรม
    7. ระยะเวลาและคาบเวลาที่ญาติควรได้รับการลงหลักปราบมาร ปกมารต้านทานมาร ขึ้นอยู่กับสภาวะกรรมกรณีของญาติส่วนบุคคล ในการสร้างตนปฏิบัติตัวเข้าสู่โลกวิญญาณชั้นต่าง ๆ ซึ่งมักมีมารผจญ หรือมารลองดี หรือมารทดลอง หรือมารขัดขวาง ทั้งในส่วนที่โดนกับครูบาอาจารย์โดยตรง และญาติโดยทั่วไป
    8. การบรรจุเหยียบวิญญาณพญามาร ก่อนนำหลักไปตี
    9. วิธีกล่าวคำภาวนาก่อนตีหลัก
  10. การบรรจุองค์พระธรรมที่ใช้ปราบมารที่สิงสู่อยู่ในกองสังขาร

      ข้อพิจารณาประวัติการปราบมารทั่วกะโรทวีป ในช่วงเวลาที่พระองค์ต้นบรมครูเป็นสังขารอยู่

         การที่พ่อต้นฯ ท่านได้มาจุติในเมืองมนุษย์ ในสมญานามของยุคว่า “องค์พระยาธรรมมิคราชราชา” ซึ่งมีความหมายว่า “พระผู้มาปราบมาล้างโลก ล้างอธรรม” ในฐานะเป็นผู้โองการสัญญาแห่งเอกภพ ได้รำลึกโลก รำลึกสรรพสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาแล้ว ก็ย่อมมีความห่วงใย มีความรู้สึกรับผิดชอบความเป็นไปที่จะต้องเกิดขึ้น ในโลกมนุษย์ในแต่ละกัปแต่ละกัลป์ ซึ่งโลกผ่านการวิวัฒน์มาหลายครั้งแล้ว และจะถึงสัญญาวิวัฒน์อีกในวาระต่อไป

       Wink การมาครั้งนี้ จึงเป็นความรู้สึกห่วงใยชะตากรรมของโลก  ซึ่งเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติ รวมทั้งโลก อันภารกิจในการปราบมาร ล้างโลก ล้างอธรรม จึงเป็นกรณีกิจที่ต้องใช้มหาอำนาจอันสูงส่ง ในฐานะผู้เป็นองค์พระประมุขแห่งธรรม ผู้มีอำนาจสัญญาธรรมอยู่ในมือ ได้รับการอำนวยการเปิดเผยอักขระวิญญาณพญามารชั้นต่าง ๆ จากพระบารมีองค์นำสร้าง เป็นการจัดงานระดับสูงสุดของผู้โองการสัญญาปราบ สัญญาล้างโลก สัญญาล้างอธรรม ทั่วกะโรทวีป โดยเริ่มจัดงานปราบตั้งแต่เริ่มบรรลุเล็งแลเห็นทางจักษุทิพย์ ได้รับการอำนวยการรับรองจากพระบารมีพระผู้สำเร็จฝ่ายปราบ ประหารวิญญาณมาร และให้เกิดการดูดให้จมลงไปสู่เมืองสลิง ซึ่งมีไฟบรรลัยหลวงสุมอยู่เป็นนิจนิรันดร์ตามสัญญา กระทำภารกิจปราบโดยมีศิษย์เก่าหลาย ๆ ท่าน หลายรุ่น ที่เป็นอาจารย์อาวุโสปัจจุบันนี้ คอยช่วยจัดหาหลักไม้ขนาดต่าง ๆ จำนวนมาก คอยช่วยเขียนอักขระวิญญาณมาร ลงหลักปราบ คอยรับบรรจุเหยียบวิญญาณมาร แล้วนำหลักไปตีปราบลงหลุม ซึ่งขุดไว้ตีหลักปราบโดยเฉพาะภายในวิหารใหญ่ มีหลายจุด จุดใดตีหลักเต็มแล้วก็ขุดหลุมใหม่ แต่ละหลุมกว้าง 1 วาขึ้นไป ลึก 1 วา บางหลุมขุดลึกตามขนาดของไม้หลัก ซึ่งปราบมารชั้นสูงระดับจอมมารโลก พญามารชั้นหัวหน้า ซึ่งมีอยู่ในต่าง ๆ บนโลกวิญญาณทิพย์  ช่วงเวลาที่เริ่มทำการปราบมา ตั้งแต่พระบารมีองค์นำสร้างชูสังขารให้จัดการปราบจนถึงวาระสุดท้ายวันวางพระสังขาร ในปี 2522 เป็นเวลาทำการปราบ 40-60 ปี หลักปราบมารบางชุดต้องไปตีจมน้ำ ซึ่งบริเวณหมู่บ้านหนองโดนมีลำน้ำอยู่ใกล้วิหารองค์ต้นบรมครู ศิษย์จึงนำหลักไปตีลงในลำน้ำลำปลายมาศ ตีลงให้จมไว้ในน้ำริมฝั่งข้างน้ำลึกบ้างเท่าที่จะสามารถทำได้ ศิษย์เก่าผู้เป็นอาจารย์อาวุโสปัจจุบัน ได้นำหลักปราบไปตีจนไม่สามารถนับจำนวนได้ ซึ่งกระทำการต่อเนื่องมาหลายปี

         Cheesy อนึ่ง วิธีการปราบวิญญาณ มารประเภทต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับพระบารมีองค์นำสร้าง จะเปิดบอกส่งลงมาให้พระองค์ท่านจัดการ บางครั้งพระองค์ท่านอยู่ในระหว่างบรรทมอยู่ ถ้าหากพญามารกำลังผจญศิษย์ทั้งหลายอยู่ หรือพญามารกำลังจะสิงสู่ประมุขประเทศต่าง ๆ ให้ก่อสงครามเดือดร้อนไปทั่วโลก พระบารมีองค์นำสร้างก็จะรีบปลุกทางโสตทิพย์ ให้รีบบัญชาการเรียกศิษย์มาเขียนหลักปราบ  บางครั้งเขียนตลอดคืนตลอดวัน แล้วรีบนำไปตีปราบมารทั้งหลายนั้น เพื่อหยุดการกระทำของเหล่ามาร ที่จะทำให้โลกเดือดร้อน เป็นระยะ ๆ เพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ของโลกมิให้รุนแรงในบ้านเมืองประเทศต่าง ๆ และในบ้านเมืองของไทยเราตลอดมา
 
         ดังนั้น การปราบมารของพ่อต้นฯ ท่านได้กระทำทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับวิกฤตการณ์ของโลกด้วย และขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่จะต้องให้แล้วเสร็จสำเร็จกาล ในการปราบปรามมารระดับหัวหน้าให้ราบเรียบโดยเร็ว ให้คงเหลือแต่มารระดับลูกน้องปลายแถวไว้เกลี้ยให้สนองเวรสนองกรรมกับมนุษย์ผู้มีเวร และบาปติดตัว ซึ่งมารเหล่านี้มีฤทธิ์ไม่แรง ซึ่งไม่สามารถทำลายเหล่าศิษยานุศิษย์ได้ ซึ่งเหลือไว้ให้เป็นหน้าที่ของศิษย์ที่จะทำการช่วยญาติ ปราบล้างให้พ้นบ่วงพญามารที่มีกรรมกรณีผูกมัดตัวตนศิษย์หนึ่ง ๆ อยู่โดยทั่วไป วิธีการปราบเหล่าพญามารวิญญาณอุบาทว์ของพระองค์ต้นบรมครู  มีกรรมวิธีการปราบพอที่จะแยกเป็นหัวข้อให้เป็นที่พิจารณาได้ดังนี้

        1. ภาวนาวิญญาณมาร เป่าใส่ไฟ (ที่พระองค์ท่านใช้ดับล้างสังขารโลก) ภาวนาดับล้างวิญญาณพญามารนี้วันละหลาย ๆ ครั้ง ตลอดไปควบคู่กับการลงหลักปราบด้วยการเพ่งพิจารณาทางจักษุทิพย์ กล่าวสูตรวิญญาณมารเป็นตัวดับล้างเป่าใส่ไฟ เพ่งมองพิจารณาไปด้วยการมองการณ์ไกลถึงตัวก่อปัญหา ถาขืนปล่อยไว้จะสิงสู่สังขารทำให้ไม่เป็นศีลธรรม ทำให้ไม่ยุติธรรม หรือทำให้นำพาไปสู่ความเดือดร้อน บ้านเมืองทั้งยุคนี้และยุคหน้า พ่อต้นฯท่านเพ่งพิจารณาอย่างรู้เท่าธรรม ด้วยการตรวจสอบกับพระบารมีองค์นำสร้างอย่างไม่ผิดพลาด

        2. ปราบวิญญาณมารบางประเภท ด้วยการใช้เหล็กจารเขียนอักขระวิญญาณมารลงที่ฝ่าเท้าของพระองค์ท่าน แล้วภาวนาใช้เท้าถูกับพื้นแบบขยี้วิญญาณด้วยเท้า ให้มารนั้นถูกทำลายด้วยมหาอำนาจของพระเจ้าเหยียบโลก การปราบแต่ละวิธีมีอำนาจพระบารมีฝ่ายปราบคอยอำนวยการจัดงานอยู่เบื้องบน

        3. ปราบวิญญาณมารบางประเภท เขียนวิญญาณเหล่ามารจำพวกนั้นใส่ไม้ขนาดมีความยาว 1 ศอก แล้วนำไปเผาในกองไฟให้มอดไหม้เป็นจุน

        4. ปราบวิญญาณมารบางประเภท เขียนอักขระวิญญาณพญามารลงที่ปลายไม้ยาว 1 คืบ หรือ 1 ศอก ตีลงพื้นปฐพี ทั้งตีทแยงไปในทิศต่าง ๆ และตีจมดิ่ง ซึ่งเขียนคำภาวนาวิญญาณมารแล้ว ยังเขียนคำสาปสรรพรรณนาลงไปในหลักด้วย ตัวอย่างเช่น ขอให้นั่งบรรลัย นอนบรรลัย ให้ดับสูญวอดวาย จมอเวจีสูญเลยไปตามสัญญา

        5. ปราบวิญญาณพญามารระดับจอมมารโลก และ ระดับหัวหน้าหมู่มาร ในชั้นต่าง ๆ ทั่วกะโรทวีป  ใช้ขนาดของหลักหลายขนาด มารบางตัวใช้ไม้ไผ่ยาว 1 ลำ พญามารบางพวกใช้ไม้หลักยาววัดแนวยืนเสมอหัวใจ พญามารบางพวกใช้ไม้หลักยาว 1 แขน จำนวนครั้งละหลาย ๆ หลัก เมื่อเขียนอักขระวิญญาณพญามารเหล่านั้นแล้ว ขีดกากบาทฆ่าทับอักขระวิญญาณนั้น ๆ ทีละหลัก แล้วเขียนคำสาปสรรพรรณนา ให้พระบารมีฝ่ายปราบจัดการ ให้เป็นไปตามสัญญา ตัวอย่างเช่น ขอให้ท่านส่งไปเมืองสลิง ให้ไฟบรรลัยหลวงสุมเป็นนิจนิรันดร์ตามสัญญา อย่าได้ไปเกิดในศาสนาตามสัญญา ให้ดับสูญจมอเวจีไปตามสัญญา
   
          อนึ่ง การลงหลักปราบมารทุกครั้ง หลังจากพ่อต้นฯ ท่านให้เหล่าศิษย์บรรจุวิญญาณพญามาร ใส่ใต้หัวแม้เท้าทั้งสองข้าง เพื่อให้เหยียบวิญญาณไว้ให้อยู่ใต้เบื้องบทบาทของศิษย์แล้ว บางครั้งมารบางพวกมีอิทธิฤทธิ์แรงมาก พ่อต้นฯ ท่านจะบัญญัติองค์นะกุศลให้ศิษย์ที่กระทำพิธีลงหลักปราบ ซึ่งก่อนจะนำไปตีปราบในพื้นที่กำหนด ให้นั่งลงองค์นะกุศลใส่ปกไว้ในตัวตนเองก่อน เป็นการปกมารด้วยอำนาจกุศลไว้ และให้แข็งกว่ามารจึงจะปราบเขาได้ ศิษย์ผู้ใดบารมีไม่แก่กล้า ปกมารไม่อยู่ วิญญาณพญามารจะสู้ วิญญาณพญามารจะวิ่งชนสังขาร ฤทธิ์ของมารก็จะปฏิพัทธ์จิตได้

          ในการปราบมารวิญญาณอุบาทว์ของฝ่ายอธรรม ในโลกวิญญาณในวาระของยุคนี้ เป็นวาระที่โลกดำเนินมากึ่งพุทธกาล โลกใกล้เข้าสู่กุลียุค เหล่าพญามารทั้งหลาย เข้าสิงสู่สังขารวิญญาณมนุษย์นอกศาสนา มุ่งทำลายบ้านเมือง พุทธพงศ์พันธุ์ไปทั่ว ๆ ในโลกกว้าง บรรดานักบวช นักบุญสายญาติพุทธพงศ์พันธุ์ทั้งหลาย ถูกส่อเสียดเบียดสี ทั้งมารภายในตัวตน และมารภายนอกสังขาร ต้องมีชีวิตผจญมารมาหลายยุคหลายชาติ ต่างบำเพ็ญบุญบารมีบนภพมนุษย์ที่เต็มไปด้วยมาร จนกระทั่งมาถึงยุคนี้ โลกก็ไม่เป็นศีลเป็นธรรม มนุษย์ในบ้านในเมืองถูกอิทธิฤทธิ์ของพวกพญามารครอบงำอยู่ จำนวนมากมาย รังแต่จะทำให้สังคมมนุษย์เสื่อมทราม วิญญาณมนุษย์ถูกดึงให้ไปสู่ที่ชั่ว บรรดาวิญญาณเทวภูมิฝ่ายชั่วที่ซ้อนโลกเราอยู่ในชั้นอากาศครอบโลกอยู่นี้ มีภูมิลำเนาวิญญาณฝ่ายพญามาร กระจายกันอยู่หลายจุด ทั่วทุกภูมิภาคของโลก พวกนี้แหละเป็นตัวการที่ก่อปัญหาให้บ้านเมืองเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ ตัวต้นเหตุกาลีบ้านกาลีเมือง ตัวอัปปรีย์เสนียดจัญไร ประเพณีอกุศล พวกเรียกค่าคุ้มครองต้องเซ่นสังเวยร่ำไป ทั้งในส่วนที่เป็นมารเบื้องล่าง และพวกมารเบื้องสูงที่มีอิทธิฤทธิ์ร้ายแรง ถึงขั้นช๊อตวิญญาณมนุษย์ สัตว์ ให้นั่งบรรลัย นอนบรรลัย โดยไม่ทราบสาเหตุได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2010, 09:11:38 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
administrator
Administrator
Sr. Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 420


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2009, 11:29:31 AM »

สาเหตุที่ต้องลงหลักปราบมาร ต้านทานมารให้แก่ผู้ปฏิบัติธรรม

     Shocked   การดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์บนโลกนี้ มนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ ถูกปกครองด้วยเทวภูมิชั้นต่ำ ที่ไม่เป็นศีลธรรม มนุษย์บางเผ่าพันธุ์ มีสภาวะวิญญาณมาจากภูมิลำเนาวิญญาณชั้นสูง ก็จะถูกปกครองด้วยเทวภูมิชั้นสูงทีเป็นศีลธรรม แต่ก็ต้องเกี่ยวพันกับมารชั้นสูงโดยธรรมชาติ มวลมนุษย์โดยทั่วไป
     ถ้าดำรงชีวิตธรรมดาทั่วไป จะไม่รู้เลยว่ามีมาร จะไม่ล่วงรู้เลยว่า ตนตกอยู่กลางฝูงมาร ที่เป็นสังขารและเป็นวิญญาณอุบาทว์ บางท่านไม่อาจหยั่งรู้ตัวตนได้เลยว่า ตนเองอยู่ในเขตพื้นที่ภูมิลำเนาที่มีพญามารปกครองอยู่ เพราะว่าตนดำเนินชีวิตไปตามยถากรรม ดำเนินชีวิตไปแบบมืดมนอนทกาล อย่างปุถุชนทั่วไป ท่านทั้งหลายจะไม่รู้ตัวหรอก
     ถ้าท่านเริ่มเอาชีวิตสังขารวิญญาณของตน เข้าสู่การปฏิบัติธรรมเข้าเมื่อไร ท่านก็เตรียมตัวผจญมารได้ โดยธรรมชาติให้ ให้เป็นหนทางวิบาก ถ้าหากท่านได้พบของจริงซึ่งเป็นคุณธรรมที่มุ่งกู้เอาวิญญาณของตน ให้พ้นพันธะปกครองฝ่ายเทวภูมิอกุศลแล้ว ท่านก็ต้องเตรียมตัวผจญมารได้ บรรดาวิญญาณพญามาร มีฤทธิ์แรงกล้าทั้งหลาย จะขัดขวางไม่ยอมให้ท่านหนีจากการปกครองเขาไปได้ เพราะว่าพวกวิญญาณเขารู้เห็นพฤติกรรม ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ทุกตัวตนในพื้นที่ ที่เขาปกครองอยู่ จะเอาสังขารวิญญาณหนีจากเขาไป เขาจะรู้ทันที เขาจะไม่ยอมปล่อยไปให้พ้นอำนาจครอบงำเขาโดยง่าย ผู้ปฏิบัติธรรมใหม่ทั้งหลาย จึงต้องอยู่ในสภาวะต้องผจญมาร บางท่านละวางมือทิ้งการปฏิบัติเป็นจำนวนไม่น้อย จะคงอยู่รอดปลอดภัย และฝืนอิทธิฤทธิ์ของมารได้เฉพาะผู้มีกุศลมูลเดิมมาดี มีธาตุกุศลธรรมในตัวมาก มีบุญญาภินิหารติดตามคุ้มครองมาแต่กำเนิด ถึงแม้บางครั้งจะถูกมารแทรกซ้อนบ้าง ในบางรายก็เป็นด้วยส่วนบุคคลเฉพาะรายที่มีกรรมกรณีเกี่ยวพันกับเชื้อสายมาร มีติดตัวอยู่ในวิญญาณของตนมาก จึงต้องมีกรรมวิธีตัดขาดจากสายโยงวาโยธาตุของเหล่ามาร ออกจากตัวตนด้วยวิธีดับล้าง ถ่ายยา อาบน้ำทิพย์มนต์ และบรรจุหลักธรรมปราบภายในสังขาร

        อนึ่ง บรรดาเหล่าศัตรูหมู่มารที่มีอยู่ในโลกวิญญาณซ้อนโลกเราอยู่นี้ พวกที่เป็นพญามารชั้นหัวหน้า ถูกหลักปราบของพระองค์ต้นบรมครู ทำการปราบเรื่อยมาเป็นเวลา 50 ปี จมอเวจีสูญเลยไปตามสัญญาอย่างมากมาย คงเหลือแต่มารระดับลูกน้อง ต่างแตกกระเจิงสับสนอลหม่านไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก ในคาบเวลาเริ่มปราบมารขั้นต้น โลกมนุษย์เดือดร้อนมาก เกิดวิกฤตการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 ให้สัมพันธ์กับเบื้องบนเบื้องล่าง และอีกประมาณ 20 ปี ต่อมาก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เบื้องบนก็ทอนสังขารมนุษยชาติลงอีก ทางภาคพื้นมนุษย์ก็ตีศรทิศปราบพญามารไป เบื้องบนก็บันดาลภัยล้างมนุษย์ที่ไม่เป็นศีลธรรมไปเรื่อย ให้เป็นสมการสัมพันธ์ทั้งโลกสังขาร และโลกวิญญาณ ปราบไปล้างไป องค์กรสถาบันทิพย์เบื้องบน รับสัญญาจัดงานล้างโลก ล้างอธรรม โดยให้เหล่ามารทั้งหลายในโลกเกลี้ยกันเอง ให้วินาศสันตโรไปทั้ง 2 ฝ่าย พวก วิญญาณมารหลายประเภท ก็เข้าสิงสู่วิญญาณมนุษย์ผู้มีอำนาจปกครองบ้านเมืองชนชาติต่าง ๆ โลกมนุษย์ก็จะปั่นป่วนไปทั่ว ๆ จะเกิดวิกฤตการณ์ทำลายล้างมนุษยชาติ ด้วยภัยธรรมชาติ และอาวุธนานาชนิด อาวุธมหาประลัย วิญญาณมารที่มีฤทธิ์ ก็จะวิ่งชนเข้าสิงสังขารมนุษย์ไปทั่ว ๆ ใครโดนเข้าจะไม่รู้ตัว จิตใจจะบันดาลโทสะจริตจนไม่สามารถยับยั้งชั่งใจไว้ได้ พระองค์ต้นบรมครูตรัสบอกไว้ว่า แม้แต่ศิษยานุศิษย์ผู้ปฏิบัติไม่แข็งขัน พวกมารก็ไม่ละเว้น ยุคนี้ใครดีใครอยู่
 
         Angry ดังนั้นศิษย์ทั้งหลาย จึงต้องเตรียมการณ์ไว้แก้ไขเหตุฉุกเฉินโดยไม่ประมาท และมิได้วางใจในสถานการณ์ของโลกยุคนี้ ศิษย์ทั้งหลายจึงต้องคำนึงถึงความจำเป็นขั้นพื้นฐานของแต่ละบุคคล คือให้พ้นจากศัตรูหมู่มารทั้งภายนอกภายในกองสังขารของแต่ละบุคคล เพื่อขจัดเคราะห์กรรมและแรงต้านทานภายนอกที่มองไม่เห็นตัว มิให้เป็นอุปสรรค ในการปฏิบัติตนสร้างบุญญาบารมี พระองค์ต้นบรมครูมีความห่วงใยมนุษยชาติ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสายญาติพุทธพงศ์พันธุ์ที่วิญญาณเขาเหล่านั้นเคยสร้างบุญบารมี มาตั้งแต่ยุคต้นบวรพุทธศาสนา กับพระพุทธเจ้าองค์ที่ 1-2-3-4 เป็นต้นมา ที่ได้เกิดเป็นชนชั้นปกครองอยู่ในสถาบันชั้นสูงของทุก ๆ ประเทศในโลก ประมุขของประเทศต่าง ๆ เศรษฐี มหาเศรษฐี นักปราชญ์ ขุนศึก นักบวช ผู้มีบุญในศาสนาต่าง ๆ อยู่ในทวีปที่ปกครองมนุษย์อยู่ ต่างรอการผจญภัยที่มองไม่เห็นอย่างไม่รู้ตัวกันเลย พระองค์ท่านจึงบัญญัติหลักธรรมที่เป็นหลักสูตรปราบมารภายนอกสังขาร มารภายในสังขารเป็นองค์พระธรรม ที่ใช้เขียนลงในหลักปราบ และองค์พระธรรมที่ใช้ต้านทานศัตรูหมู่มาร ปกมาร ปกวิถีจิตมนุษย์อกุศล เพื่อไว้ช่วยกัน ช่วยญาติ ช่วยชาติบ้านเมือง ช่วยมนุษย์ผู้มีบุญ โดยบัญญัติฝากไว้กับเหล่าศิษยานุศิษย์ ไว้แนะนำให้รู้จักใช้จัดงานปราบมาร ช่วยญาติกู้เอาญาติสายกุศลทั่วภูมิภาคของโลก ที่ซึ่งเหล่าศิษย์จะต้องไปสู่ทั่วทวีป

         Shocked ข้อสรุปการลงหลักสัญญาปราบพญามาร วิญญาณอุบาทว์สารพัดชนิด ในระหว่างพ่อต้นฯท่านบัญญัติหลักธรรมตลอดระยะเวลาเป็นสังขารอยู่ พอสรุปได้ดังนี้

        1. การปฏิบัติภาคโลกวิญญาณ โดยพระประมุขแห่งธรรม เป็นผู้บัญชาการปราบฝ่ายอธรรม ที่เป็นมารเบื้องสูง มารเบื้องล่างให้จมอเวจี เป็นอำนาจ หน้าที่ ผู้โองการสัญญาวิวัฒน์โลก และล้างอธรรม อันเป็นภารกิจที่สำคัญประการแรกให้พระบารมีจัดงานล้างโลก ซึ่งในวาระนี้เป็นการประกาศนโยบายวิวัฒน์โลกดวงนี้ ให้ดำเนินกลไกวิวัฒนาการ ตามแผนงานสร้างโลก พระศรีอาริยเมตไตรยในภพมนุษย์จุนต่อศาสนาปัจจุบัน

        2. เป็นการลงหลักสัญญา ประกาศกกฎอัยการศึก ภาคโลกวิญญาณ เพื่อวางสัญญาคุ้มครองความปลอดภัยต่อมนุษย์ผู้มีกุศลมูลเดิม ที่จะได้เข้าสู่หนทางสร้างบุญญาบารมี  ยุคต้นโพธิ์ศรีแห่งธรรมมิคราชา โดยคาดโทษเหล่าศัตรูหมู่มาร ให้ถึงขั้นประหารวิญญาณอุบาทว์ทุกชนิด ซึ่งเป็นมาตรการอันเฉียบขาดและรุนแรง โดยให้สัญญาต่ออำนาจพระบารมี องค์พระผู้สำเร็จทุกกระทรวง ให้กระทรวงฝ่ายปราบสัญญาจัดการ องค์ต้นบรมครูเป็นผู้นำกล่าว แล้วให้เหล่าศิษยานุศิษย์ผู้ปฏิบัติธรรมทุกตัวตน ทั้งปัจจุบันและอนาคต ยึดถือเป็นคำมั่นสัญญาต่ออำนาจพระบารมีตลอดไป ดังข้อความเป็นตัวอย่าต่อไปนี้

     - ศิษย์ผู้ใดทำลายพระศาสนา ก็ขอให้นั่งบรรลัย นอนบรรลัย ให้ดับสูญวอดวายจมอเวจีไปตามสัญญา
       - มนุษย์ใดวิญญาณใดที่ไม่เป็นศีลธรรม มุ่งร้ายพยาบาท จะมาทำให้เดือดร้อนต่อข้าพเจ้าผู้ประพฤติศีลธรรมดีแล้ว ขอให้นั่งบรรลัย  นอนบรรลัย ให้ดับสูญวอดวายจมอเวจีสูญเลยไปตามสัญญา

       - มนุษย์ใดวิญญาณใดที่ไม่เป็นศีลธรรม มุ่งร้ายทำลายล้างพระศาสนา และกระทำการให้บ้านเมืองเดือดร้อน ขอให้ท่านปราบให้วินาศสันตะโร ให้นั่งบรรลัย นอนบรรลัย ให้ดับสูญวอดวาย จมอเวจีไปตามสัญญา

      - วิญญาณใด ผู้สำเร็จใดถึงจะมีฤทธาศักดานุภาพสูงส่งสักเพียงไร ถ้าไม่เป็นศีลธรรมและยกตนเทียมต้นบรมครู ขอให้ท่านส่งไปเมืองสลิง ให้ไฟบรรลัยหลวงสุมเป็นนิจนิรันดร์ตามสัญญา อย่าได้ไปเกิดในศาสนาตามสัญญา

        3. เป็นการลงหลักปราบ ประเภทตีหลักตัดเพื่อสกัดกั้นบุคคลที่จะมาเป็นมาร ใส่ร้ายป้ายสีองค์ต้นบรมครู ซึ่งมนุษย์บางคนมีวิญญาณมารเข้าครอบจิตใจ พยายามจะมาจับผิดใส่ร้าย อำนาจพระบารมีของพระองค์ท่านมีอยู่ทั่วแผ่นฟ้า จะมาหยุดยั้ง สังขารมิให้มาถึงพระองค์ต้นได้ด้วยเหตุหลายอย่าง

        4. เป็นการลงหลักปราบหรือตีหลักตัด เพื่อให้พระบารมีปิดบังต้นบรมครูไว้ มนุษย์ผู้ใดไม่มีกุศล เมื่อเห็นพระองค์ท่าน พระบารมีจะทอนวิญญาณจิตไม่ให้ยินดี ไม่ให้สนใจ ไม่ให้อยากได้ โดยพระองค์ท่านมีเจตนาคัดเซ็นเอาเฉพาะผู้มีกุศล และเจตนาปิดต้นมิให้โด่งดังเป็นที่แตกตื่นสกัดกั้นผู้แสวงหาเอกลาภ ให้ยินดีเฉพาะผู้ใฝ่ทางบุญกุศลสถานเดียว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 15, 2009, 11:50:17 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
administrator
Administrator
Sr. Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 420


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2009, 11:34:55 AM »

ข้อควรคำนึงในการลงหลักปราบมาร

        1. ญาติใหม่ควรให้ครูบาอาจารย์ ผู้มีบารมีแก่กล้าเป็นผู้จัดงานให้ เป็นเรื่องของผู้มีบารมีสูงส่งกว่า ขออำนาจพระบารมีให้ช่วยตามสัญญา มิใช่ว่าใคร ๆ รู้จักองค์พระธรรมแล้วหัดเขียนเอง แล้วกระทำพิธีตีหลักเอง โดยพลการ สำคัญว่าตนได้ของดีแล้วเอาไปใช้ โดยยึดเอาเฉพาะองค์พระธรรม เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง  จุดสำคัญการรับรองการใช้อำนาจลงหลักมากน้อยของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องของผู้จัดงานให้เป็นผู้ใช้อำนาจ ตามสัญญากรรมสิทธิ์แห่งตนในขอบเขต อันจำกัดพระบารมีก็จะอำนวยการให้ในขอบข่ายของบุญญาบารมี ของผู้จัดงาน ขอให้ญาติทั้งหลายได้พิจารณา

        2. การตีหลักตัดมารภายในกองสังขารของญาติ ครูบาอาจารย์ผู้พิจารณาเปิดพระบารมี ตัดให้รู้จุดที่บกพร่องในตัวญาติด้วยการเพ่งพิจารณาวิญญาณ ให้รู้ถึงตัวต้นเหตุอย่างแน่ชัด จึงจะตีหลักตัดมารภายในกองสังขารอย่างสมเหตุสมผลและไม่เป็นโมฆะ

        3. การลงหลักปราบมาร ปกมาร ต้านทานมาร ให้ญาติผู้มิได้อยู่ประจำเคหสถาน เช่น อยู่บนเรือเดินทะเล ขับเครื่องบิน ทหารอยู่กลางสนามรบ ผู้ไปทำงานต่างประเทศ และบุคคลผู้มีห้องพักอยู่บนตึกสูงหลายชั้น ลงหลักสัญญาปราบมาร ปกมาร ต้านทานมารสู่พื้นธรณีแห่งใดก็ได้

        4. ญาติที่มีวิญญาณธาตุอกุศลธรรม มีเชื้อสายของมารติดตัวมามาก จะถูกมารภายนอกสังขารแทรกเข้าปฏิพัทธ์จิต ตกอยู่ในฐานะ "ร่างทรงของมาร" อวดอ้าง หรือหลอกลวงว่าเป็นองค์บารมี นำพาญาติอื่นผิดหนทางได้
บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
administrator
Administrator
Sr. Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 420


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2009, 10:20:05 AM »

 Azn "อายุบวร"
  Grin หลักประเภทที่  1 หลักปกมาร ต้านทานมาร (ทั้งที่เป็นสังขาร และเป็นวิญญาณ)

      Angry ตีหน้าบันไดบ้าน ห่าง 1 วา ครั้งละ9 หลัก17 หลัก 19หลักหรือมากกว่านี้ ตีปกไว้เป็นระยะ ๆ แล้วแต่ภาวะปัญหาชีวิตของแต่ละบุคคลที่เกิดขึ้นให้คลี่คลายไปในทางที่ดีและผ่านพ้นอุปสรรคไปได้โดยไม่มีอันตรายหรือเดือดร้อนในครอบครัว ในบางรายอาจตีหลักช่วยต้านทานครั้งละมาก ๆ ก็ดี ขึ้นอยู่กับพระบารมีจะเปิดบอกให้ช่วยญาติให้เห็นเหตุในวรรคจุนหนึ่ง ๆ

 Cheesy องค์พระธรรมที่ใช้ลงหลัก ดังนี้

Cheesy ห้องหัว 15 รอบ ใช้ องค์พะ 15 รอบ 2 ข้าง มะหนุน 15 อุดถัง นาคราชขดเดียว นะ 15 รอบ แล้วมีองค์มะเทินบน 19 องค์ 2 องค์มะหัวข้าง15 รอบ มีอุดถัง 15 มีองค์มะหนุน 15 มีอุดถัง 15 รอบ มีอุดถัง 15 มีองค์มะหนุน 15 มีอุดถัง 15 รอบ นาคราชขดเดียว มีนะ 15 รอบ แล้วมีองค์มะเทิน 19 องค์ การลงหลักปราบมาร ปกมาร โดยใช้ 2 องค์ดังกล่าวนี้ มักใช้ครั้งละ 19 หลัก


Angry อนึ่ง การเขียนอักขระองค์ปราบมารลงหลักอย่าให้ขาดตอน แล้วเขียนคำภาวนาองค์พระธรรมทับลงในที่ลงองค์ ไม่ต้องกากบาท ฆ่า แล้วให้เขียนคำประกาศลงไปด้วยดังนี้ “มารใด มนุษย์ใด วิญญาณใดที่ไม่เป็นศีลธรรม มุ่งร้ายพยาบาท จะมาทำให้เดือดร้อนต่อข้าพเจ้าและครอบครัว ขอให้ท่านปราบให้ดับสูญจมอเวจีไปตามสัญญา”

      Shocked สำหรับการใช้หลักตีปราบมาร ปกมารโดยใช้องค์พระธรรมห้องหัว 21 รอบ ตีหน้าบันไดบ้านมีดังนี้

Cheesy องค์พัดจุฬีพะหัว 21 รอบ 2 ข้าง มีอุดถัง 21 มีมะหนุน 21 แล้วมีอุดถัง 21 นาคราชขดเดียว มีนะ21 แล้วมีองค์มะเทินบน 29 ชั้น เขียนคำภาวนาตามองค์พระธรรม แล้วเขียนคำประกาศทับ “มารใด มนุษย์ใด วิญญาณใดที่ไม่เป็นศีลธรรม มุ่งร้ายพยาบาท จะมาทำให้เดือดร้อนต่อข้าพเจ้าและครอบครัว ขอให้ท่านปราบให้ดับสูญจมอเวจีไปตามสัญญา”

 Angry องค์พัดจุฬีมะหัว 21 รอบ 2 ข้าง มีอุดถัง 21 มีมะหนุน 21 มีอุดถัง 21 มีนาคราชขดเดียว มีนะ 21 แล้วมีมะเทิน 29 ชั้น แล้วเขียนคำภาวนาตามองค์พระธรรม แล้วเขียนคำประกาศให้อำนวยการปราบ ดังตัวอย่างที่กล่าวมาแล้ว การลงหลักปกมาร ต้านทานมารหน้าบันไดบ้านในวรรคหนึ่ง ๆ ควรมีจำนวน 19 หลัก หรือมากกว่านี้แล้วแต่สถานการณ์หนักเบาต่างวาระกันไป

 Grin ก่อนตีลง ควรขุดหลุมนำให้ลึกเกือบเท่าความยาวของหลัก เผื่อไว้ตีลง ก่อนตีควรรวบรวมหลักทั้งหมด ยกชูขึ้นตั้งสัญญา (สูด) 3 ครั้ง ภาวนาองค์พระธรรมที่ลงในหลักพร้อมกล่าวคำประกาศตามที่ลงในหลัก กล่าวเสร็จกระทืบเท้าสู่พื้นธรณี 3 ครั้ง จึงทิ่มปลายหลักลง ตีให้จมแล้วกลบดิน

     อนึ่ง องค์พระธรรมที่ใช้ลงหลักปราบทุกประเภท ห้ามมิให้บรรจุใส่ตัวญาติและลงใส่ตัว เพราะว่ามิใช่องค์พระธรรมสร้างใส่ตน

Angry หลักประเภทที่ 2 หลักป้องกันมารรอบเคหะสถาน สำหรับตีรอบตัวอาคารบ้านเรือน 4 ทิศ และ 8 ทิศองค์พระร่วง หัว 8 รอบ 2 ข้าง อุดถัง 9รอบ มีนาคราชหนุน 1 ขด และมีนะ 8 รอบ แล้วเขียนคำภาวนาลงในหลักทับองค์พระธรรม  แล้วเขียนคำประกาศลงวางสัญญาให้พระบารมีปราบให้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2010, 09:14:23 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

I am a slow walker in Saisanya, but I never walk back.
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: