หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: * หลวงพ่อเกษม ขอขมา  (อ่าน 8402 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1047


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« เมื่อ: ตุลาคม 17, 2008, 01:38:52 PM »

      Afro Azn พระเกษม อาจิณฺณสีโล  ขออภัยต่อชาวโลกในความโง่ของตน

     Embarrassed ข้าพเจ้าและคณะขออภัยในความผิดต่อท่านทั้งหลาย  ทั้งพระ เณร  ชี โยม โปรต ผี ปีศาจ เทวดาฯ ทั้งชาวมนุษย์และชาวโลกทิพย์ทั้งหลาย   เมื่อก่อนนี้ข้าฯ คำนวณแต่ฝ่ายบุญ  ฝ่ายวิมานเทพของท่านทั้งหลายผู้สร้างบุญถวายของกับพระภิกษุ และข้าฯ ได้เห็นผลบุญของท่านทั้งหลายปรากฏอย่างมากมาย   เมื่อก่อนไม่รู้จึงได้รับสิ่งของของท่านทั้งหลาย  เช่น  เงิน ทอง  เสื้อผ้า เครื่องมือในการก่อสร้าง  อาหารทั้งหลาย ที่ผิดเวลาและผิดพระวินัยด้วย  แต่เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ประมาณก่อนเข้าพรรษา ปี ๒๕๔๙ ข้า ได้เห็น เปรต ผี ปีศาจที่ต่ำต้อยมาก และบางกลุ่มถึงขั้นที่เคยมีวิมานฟ้าก็ตาม แต่ปัจจุบันนี้ปรากฏว่าวิมานฟ้านั้นได้หายไปหมด  ตัวเขาก็ปรากฏเป็นเพียงฝุ่นละอองลอยมาและร้องบอกข้าฯ ว่า  “ช่วยด้วย ๆ” และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งก็คงไม่บรรยายไปมาก และข้าฯ ได้ถามเขาว่า “เป็นเพราะอะไร ?” เขาบอกว่า  “ไม่รู้เหมือนกัน  แต่ก่อนหน้านี้ญาติได้ใส่บาตรด้วยอาหาร ขนมนม ของกินต่าง ๆ  ในตอนนั้น  แล้วได้อุทิศบุญให้พวกข้าฯ  ก็ได้บุญมากและคิดว่าจะได้มากยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก จึงไปรอรับอีก  ในระยะต่อมา  ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๔๑-๔๒  ก็ได้ไปรอรับอีก ซึ่งญาติได้นำเงินเข้าถวายพระที่เขาเคยไปถวายข้าวปลาอาหาร แล้วอุทิศบุญให้พวกข้า ซึ่งก็เป็นพระองค์เดียวกันนั่นแหละ เมื่อญาตินำเงินเข้าถวายพระ องค์นั้นแล้วได้อุทิศบุญให้  พวกข้าฯ ก็ได้เกิดมีทั้งบ่อน้ำ บ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้อันเป็นทิพย์มากมาย  แต่อยู่คนละที่กับบุญเก่าที่เคยได้รับมาก่อน  พวกข้าฯ ดีใจมาก พวกข้าฯ ก็เข้าไปบริโภคใช้สอย ดื่มกิน บางคนดื่ม  บางคนกินอาหาร บางคนเข้าไปนั่งนอนในวิมาน นั่งโต๊ะ  นั่งเตียง บางคนดึงเอาเสื้อผ้ามานุ่ง มาห่ม ในระยะใกล้เคียงกัน  ในเวลาที่ไปด้วยกัน พวกข้าฯ ได้เกิดอาการร้อนรน ผู้ที่ดื่มน้ำ น้ำได้ทะลุออกตามตัว  ผู้ที่กินอาหาร อาหารกลายเป็นไฟ ไหม้ปาก เผาหัว เผาตัว ผู้ที่อาบน้ำ น้ำได้กลายเป็นน้ำกรดเผาไหม้จนเหลือแต่กระดูก ผู้ที่เข้าไปในวิมานพอนั่งบนโต๊ะเตียง  ตั่ง ฟูกนุ่ม ๆ บนที่นอนก็กลายสภาพเป็นไฟเผาไหม้อย่างรุนแรง และจะกลับไปยังที่ที่เคยรับบุญไว้คือ วิมานเดิม แต่มองหายังไงก็ไม่เห็น ไม่ทราบว่าวิมานเดิม สมบัติเดิมหายไปไหน ? พวกข้าฯ เจ็บปวดรวดร้าวมาก และได้มีผู้ที่สง่างามปรากฏขึ้นแล้วได้ร้องบอกว่า  ถ้าอยากแก้ไขให้ไปวัดสามแยก จึงได้พากันเดินทางมา  จากเข้าพรรษาปี ๔๒ ก็มาถึงวัดสามแยก  ตอนนี้ปี ๔๙  พวกข้าฯ ขอให้ท่านช่วย หวังว่าท่านคงช่วยได้”

     Shocked เมื่อได้ทราบเรื่องราวของพวกเขา  ข้าฯ ก็ได้ทำบุญให้  ตอนนี้พวกเขาอยู่สบาย อยู่ดีกินดีมีความสุขกลับคืน ข้าฯ จึงได้ชักชวน เปรต ผี  ปีศาจ  ที่ตกทุกข์ได้ยากลำบากทรมานทั้งปวงให้มาหาข้าฯ ที่นี่  และให้ติดต่อถึงที่นี่โดยการแจ้งข่าวทางใดทางหนึ่ง  ทั้งมิติทิพย์และมนุษย์  จึงได้รับรู้เรื่องราวหลายอย่างจนไม่สามารถที่จะพรรณนาให้ฟังจบได้ ข้าฯ ได้แก้ไขทั้งเปรต  ผี  ปีศาจ และความเร่าร้อนของชาวโลกทิพย์และโลกมนุษย์ไปแล้วอย่างมากมาย

     Shocked และตอนออกพรรษาปี ๔๙ นี้  มีเด็กคนหนึ่งอายุประมาณปีกว่า ๆ สองปี เป็นอย่างมาก ได้นำเงินมาบริจาค แต่ไม่ยอมใส่ลงตู้ที่จัดเตรียมไว้ให้  และไม่ยอมเอาไปให้ทายกวัด พ่อ-แม่  คุมไปก็ไม่ไป  มุ่งแต่จะเอาเงินให้ข้าฯ แต่เพียงอย่างเดียว  และทำหน้าไม่พอใจเมื่อ พ่อ-แม่ ดึงมือให้เอาเงินไปใส่ตู้รับบริจาค  ด้วยความสงสารเด็กผู้มุ่งหวังอยากจะให้ข้าฯ  จึงได้แบมือไป  เด็กนั้นได้วางเงิน ๒๐ บาทใส่ที่มือข้าฯ  แล้วก็ร้องขึ้นว่า  เฮ้ !!! ข้าฯ ถามว่าดีใจไหม ?  เด็กคนนั้นก็บอกว่าดีใจ แล้วหันกลับไปมาพ่อ-แม่  พร้อมกับแสดงอาการดีใจอย่างมาก

     Shocked   และหลังจากออกพรรษาปี ๔๙  ก็ได้มีพวกผี  ปีศาจ  หลายกลุ่มมาบอกเรื่องทุกข์ทรมานเร่าร้อนสารพัดอย่าง  ที่เกิดจากการที่เข้าได้รับบุญจากญาติที่ไปทำบุญกับวัดที่มีพระอรหันต์อยู่ (อาจารย์ประหยัด - อยากจะถามว่าเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลยหรือ  น่าจะเป็นพระอรหันต์ที่หันขวา-ซ้าย ก็หันหาเงินเข้าพกเข้าห่อตัวเองมากกว่า) เมื่อรับบุญแล้วพอนุ่งห่มก็เกิดเป็นไฟ พอกินก็เป็นไฟเผาร้อน พออาบก็เหมือนกัน เป็นหมื่นแสนแสนชีวิตที่อยู่ด้วยกัน แล้วก็มีผู้ที่สง่างามอีอานุภาพยืนอยู่ไกล ๆ แล้วร้องบอกขึ้นว่า ให้ไปวัดสามแยก  อย่ามารับบุญที่พระท่านพาทำมั่ว ๆ แบบนี้  แล้วพวกเข้าก็มาเล่าให้ข้าฯ ฟังที่วัดสามแยก (อ.ประหยัด บอกว่า ฟังหูไว้หู) ข้าฯ  จึงได้ตั้งใจอธิษฐานดู ตั้งแต่ ๑๐ ต.ค. ๒๕๔๙ เป็นต้นมา จนถึง วันที่ ๒๓ ต.ค. ๒๕๔๙  เรื่องก็ปรากฏแก่ข้าฯ และได้เห็นพวกโยมที่ถวายเงินทอง อาหารที่ผิดเวลา และ ผิดพระวินัยด้วย  ยาที่อายุสั้นแต่ถวายเอาไว้เป็นยาอายุยาว  รวมทั้งพวกโยมที่ดีใจกับพระที่ได้เงิน ทอง และสิ่งของอื่นๆ ที่ผิดพระวินัย  ข้าฯ เห็นพวกเขายืนอยู่  นั่งอยู่  ในระหว่างทางไปนรกและทางไปสวรรค์  จึงได้เข้าไปถาม แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ตอบ ข้าฯ ได้ยื่นมือไปจับที่ตัวเพื่อดึงให้พวกเขาหันมาตอบ  ร่างของพวกคนเหล่านั้นก็หายไป แต่คนที่ว่าเหล่านี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่หลายคน ข้าฯ ไม่สามารถจะกล่าวนามได้ทั่วถึง  แต่ได้ทราบไว้เถิดว่าบาป-บุญทุกคนในการที่ได้ถวายสิ่งของที่ผิดวินัยแต่พระอรหันต์หรือสงฆ์ย่อมมีอนุภาพบาป-บุญได้รอเป็น ๒ ทางอย่างละมาก ๆ คือบาปก็มาบุญก็มาก ข้าฯ เกิดความสงสาร ถ้าหากเข้าตั้งสติระลึกถึงบุญไม่ทัน ตายไปติดภาวะบาป ก็ต้องตกนรกหมกไหม้เผาผลาญอย่างยาวนาน ถ้าผู้นั้นมีการระลึกถึงบุญทัน ก็จะไปสวรรค์อย่างยาวนาน  ถ้าอยู่ในสวรรค์แก้ไขไม่ทันตายไปอีก  ผู้นั้นก็จะต้องไปนรกที่ได้ทำไว้  ถ้าทำไว้ไม่บ่อยนัก  มีบุญ-บาปพอกัน  มากพอกัน  น้อยพอกัน ผู้นั้นก็จะไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานในเทพ เช่น นาค ครุฑ เป็นต้น

     Shocked เมื่อระลึกทราบอย่างนี้จึงได้ย้อนกลับไปดูเด็กคนที่ให้เงิน ๒๐ บาทนั้น  เพื่อจะได้ทราบว่าเด็กคนนั้นได้อะไรบ้าง ๆ ก็เห็นเขานั่งอยู่  เดินอยู่  หันไปหันมา อยู่ตรงระหว่างทางที่จะไปนรกและสวรรค์  ข้าฯ ร้องบอก ขึ้นว่า “ไอ้หนูมานี่ !” เด็กหันมาได้ยื่นมือมาหาแล้วเขาก็หายไป  ซึ่งคำนวณได้ว่าเด็กนี้ต้องมีภาวะเป็นสองคือ (อ.ประหยัด  เรื่องวิญญาณต้องมีการใช้วิชาคำนวณด้วยหรือ ? ไม่คิดว่ามันจะเป็นวิทยาศาสตร์มากไปหรือท่าน ?)  มีทั้งสวรรค์และนรก ฝ่ายละยาวนานมากเพราะตอนนี้เขายังไม่ตาย   ด้วยอานุภาพการให้เงิน ๒๐ บาทแก่ข้าฯ

     Shocked เรื่องดังว่านี้ปรากฏหลายครั้งหลายคราวจึงได้ให้พระตรวจเช็คพระวินัยและพระสูตร  พระไตรปิฎกดู ปรากฏว่ามีอยู่จริง  ซึ่งเป็นเรื่องอ้างอิงหรือเป็นเรื่องอันเข้ากันได้กับทีข้าฯ ได้เห็น  และได้มีโยมที่มาจากจังหวัดสกลนครมาเล่าให้ฟังในเช้า วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๙ ว่า หลังจากที่เข้าได้เรี่ยไรเงินมาจัดผ้าป่าเพื่อถวายหลวงพ่อเขา ก็ได้มีผู้ฝันเห็นเขาว่า ตัวเขาและได้ไปอาศัยอยู่ที่เกาะเล็ก ๆ กลางน้ำไกล ๆ และได้เห็นว่าเขาเดินลงไปในน้ำ ซึ่งน้ำนั้นก็ได้เดือดเป็นไฟขึ้น เขาหนีขึ้นมาบนเกาะไม่ทัน น้ำซึ่งกลายเป็นไฟจึงเผาไหม้ร่างกายเขา จนเหลือแต่กระดูก เขาได้เล่าให้ข้าฯ และคณะวัดสามแยกฟัง (อาจารย์ประหยัด- หลวงพ่อมีตาทิพย์อยู่แล้วเชื่อเรื่องเล่าที่คนฝันด้วยหรือ ?) จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกันในเวลาเที่ยงของ วันที่ ๒๔ ต.ค. ๒๕๔๙ นี้

     Cool ได้ความสรุปว่า ข้าฯ ผิดมาก  (อ.ประหยัด – ก็มันผิดตั้งแต่ อ.ประหยัด ไปที่วัดแล้ว พระระดับนี้พูดจาสามหาวดูถูก เทวดา ต่อหน้า อ.ประหยัด ว่า “เทพส้นตีน” ดูถูกพระแม่ธรณีเอาไว้ใน VCD โดยหาได้รู้จริงไม่ว่า อ.ประหยัด นั้นเป็นร่างของ พระบารมีทุกกระทรวง ในสายสัญญา เรื่องนี้ทางฝ่ายโลกทิพย์คงจะไม่ยอมจบง่าย ๆ หรอก) ที่เคยรับของที่ผิดวินัย ซึ่งทำให้เกิดอานิสงส์ร้ายแก่ผู้ถวายอย่างมากมาย แม้จะมีผลดีก็ต้องยกไว้ก่อน เพราะผลร้ายที่เห็นนั้นอันตรายมาก ข้าฯ และคณะวัดสามแยกจึงอยากจะเห็นท่านทั้งหลายที่ทำบุญแล้ว  มีบุญเกิดขึ้นแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีบาป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 11:31:12 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1047


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2008, 01:39:53 PM »

     Cool ฉะนั้นข้าฯ  จึงขอแก้ไขการสอนทั้งหลายที่สอนผิดไปด้วยความมักง่าย  เช่น  ที่ข้าฯ เคยบอกว่า  “เงิน ๑ บาท  ถวายแก่พระอรหันต์  มีผลมากมายนับไม่ได้  แต่ให้แก่ภิกษุผู้ทรงศีลมีผลน้อยกว่า”  แต่อันที่จริงแล้ว  ผลบาปที่ได้นั้นก็มากมายนับไม่ได้เหมือนกัน

     Cool นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปข้าฯ  จะพยายามพาคณะวัดสามแยกค้นคว้า  เมื่อพลเห็นอะไรที่ผิดจะพยายามทำการแก้ไขให้ถูกต้องตามพระธรรม วินัย ต่อไป  หากผู้ใดขัดข้องไม่เข้าใจในเรื่องที่แจ้งมานี้  จะบอกที่ศึกษาในพระไตรปิฎกให้ในตอนต่อไป  และเมื่ออ่านแล้วไม่เข้าใจ ข้าฯ และคณะรับให้คำปรึกษาตามกำลังสติ ปัญญา ของข้าฯ และคณะส่วนตัวข้าฯ  จะพยายามค้นดูตามธรรมชาติและจะให้คณะภิกษุช่วยค้นดูตามพระไตรฯ ซึ่งข้าฯ เคยเห็นหลายอย่างที่ปรากฏกับข้าฯ  และข้าฯ ได้ให้คณะภิกษุในวัดค้นคว้าในพระไตรปิฎกซึ่งก็เข้ากันได้กับเรื่องที่เห็นมามากมายหลายอย่าง และได้ทำการแก้ไขหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมา  และยังต้องศึกษาในระบบต่างๆ อีกต่อไป  เพราะข้าฯ ไม่ได้เห็นรวบทีเดียวทั้งหมด  ข้า เห็นทีละกลุ่มสองกลุ่ม  (อ.ประหยัด – ก็คงเห็นแต่ผีคบแต่ผีเท่านั้นแหละ ตั้งแต่เจอกันมาไม่เห็นพูดคุยถึงกลุ่มพระฤาษี หรือกลุ่มองค์ ตรีมูรติเลย)  เห็นทีละอย่างสองอย่าง  แล้วได้นำมาเทียบเคียงกับพระไตรปิฎก ในแต่ละครั้งแต่งละคราวก็เข้ากันได้  แล้วได้นำออกสอนไปแล้วมากมายหลายเรื่อง และคาดว่ายังต้องมีอีกมากที่ต้องดูและเทียบเคียงกับพระไตรปิฎก  เพื่อนำออกสอนต่อไป  (คนที่มีตาทิพย์ไม่จำเป็นต้องเอาไปเทียบเคียงกับพระไตรปิฎก  นอกจากว่าไม่เห็นจริงเท่านั้น- อ.ประหยัด)

     Shocked บัดนี้ข้าฯ และคณะวัดสามแยก  ขอขมาขออภัย  ขอโทษ ต่อท่านทั้งหลายทั้งชาวโลกมนุษย์และชาวโลกทิพย์ทุกกลุ่ม  ต่อไป ข้าฯ จะทำการพินิจพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนทั้งฝ่ายบุญ-ฝ่ายบาป  ก่อนที่จะทำการสั่งสอนทั้งชาวมนุษย์และชาวโลกทิพย์  ให้ปฏิบัติในสิ่งใด ๆ

     Afro Azn อ.ประหยัด - เจ้า(พระเกษม)เอ่ยคำ ต่อหน้า พระนารถพรหมฤษี และบรรดาเทพ ผู้ใหญ่ ทั้งปวง  ว่า  “เทวดาส้นตีน” ที่ลงมายังเมืองมนุษย์แล้วไม่พูดภาษาไทย  เจ้ายังไม่ได้จัดทำพิธีขอขมาแก่พวกข้า คิดว่าพิมพ์หนังสือขอขมาแค่นี้ เจ้าจะได้รับการอโหสิกรรมจาก เทพ พรหม ฤๅษี และอรหันต์ กลุ่มนี้หรือ  เทพเคารพ  “ธรรม” แต่มิได้หมายความว่าจะต้องเคารพ “สมมุติสงฆ์”  ทั้งหลายด้วย  “พระนารถพรหมฤๅษี” ไม่รับคำขอขมาของเจ้าหรอกแม้เจ้าจะเป็นพระ   แต่เจ้ายังไม่ถึงขั้น “พระอริยะสงฆ์”  ซึ่งได้กระทำวาจาสามหาวแก่ข้าฯ

 
      Shocked อาจารย์ประหยัด"ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"  ในที่สุดหลวงพ่อเกษม อาจิณฺณสีโล ก็เพี้ยนเหมือนกับที่นายกบแก่เพี้ยนนั่นแหละ  เห็นเทวดาเป็นขี้ข้า แต่เทวดาที่อยู่ในสังขารอาจารย์ประหยัดนั้น  หาได้เป็นเทพกระจ๊อกไม่ สามารถแทรกเข้าร่างหลวงพ่อ แล้วให้หลวงพ่อแสดงอาการหยามเหยียดพระพุทธรูปของ ชาวพิษณุโลก หาว่าพระพุทธชินราชนั้นเป็นทองเหลือง อย่าไปกราบไหว้มัน  แล้วในที่สุดก็จะถูกบรรดาอุบาสกอุบาสิกา รุมทึ้งเอานั่นแหละ เวลานี้ก็คงเหลือสาวกผู้เคยได้ของกินของท่านจากพระองค์นี้เท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 11:32:46 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1047


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2009, 09:05:46 AM »

 Angry "อายุบวร"

       Smiley เรื่องของหลวงพี่เกษมนั้น  เป็นประสบการณ์ที่ อาจารย์ประหยัด ได้ผ่านมานานกว่า ๓ ปี แล้ว ได้เข้าไปสัมผัสหลวงพ่อ  ได้ฟัง CD หลวงพ่อนับเป็นร้อย ๆ แผ่น  ซึ่งในแผ่น CD ที่หลวงพ่อ ไล่ผี ปราบผี นั้น  หลวงพ่อท่านเล่นยี่เกให้บรรดาศิษย์ "ด้อยปัญญา" ดู  ก็ไม่เห็นว่าท่านไล่ผีหรือปราบผีตัวไหนได้  เมื่อได้พาพระอาจารย์โต้งไปสัมผัสท่านที่วัด  ก็ถึงบางอ้อ  เพราะว่าหลวงพ่อท่านราคาคุยทั้งนั้น  ผู้ซึ่งจะรู้ได้นั้นจะต้องมีองค์พระบารมีประจำสังขารที่สามารถสื่อกันได้  ไม่ใช่ว่ามีองค์พระพรหม แล้วจะใหญ่ มีหลายหน้า  ถ้าสังขารโง่ พระพรหมก็จะจะแสดงอะไรไม่ได้เลย

       เฮียช้างที่เคยพาอาจารย์ประหยัด ไปหาหลวงพ่อที่วัดสามแยกนั้น  ปรากฎว่าเวลานี้เนื่องจากคบกับพระนอกรีด  ก็เพี้ยนหนักขึ้น  ใครก็ตามที่ไปบ้านเฮียช้าง  ถ้าแขวน "พระ" เข้าไป เขาจะไม่ให้เข้าบ้าน ซึ่งก็ทำตัวเหมือนลูกพี่ของเขาคือ หลวงพ่อเกษม  ใครที่แขวนพระเข้าวัดท่าน ท่านก็จะไม่ต้อนรับ ไม่พูดด้วย ดีที่เลิกคบเฮียช้างมาก่อนที่เขาจะเพี้ยนหนัก

        Cool เฮียช้างนั้น  ก็ได้ทำตามหลวงพี่เกษมหลาย ๆ อย่าง  เช่นรื้อเอา เจ้าที่เจ้าทางออกไป  แล้วเชิญเจ้าที่ไปไว้บนบ้าน  เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงนั้นจะไม่คบค้าสมาคมด้วยกับเฮียช้าง  ช่วงเวลาที่อาจารย์ประหยัด เข้าไปคบด้วย  ก็เนื่องมาจากที่ทางเจ้าหน้าที่วัดได้ส่งคนนำ VCD เป็นฮาร์ดิส ขึ้นไปเชียงใหม่  เมื่อติดต่อไปนั้นทางเจ้าหน้าที่เขาก็เอา อาร์ดิส ไปให้อาจารย์ประหยัด Copy ก่อน จากนั้นก็นำไปส่งให้เฮียช้าง ก็เลยติดต่อกันในเรื่องเกี่ยวกับหลวงพ่อ เฮียช้างแกเป็นคนใจกว้างมาก แกไม่ยอมซื้อฮาร์ดดิสมาก๊อป  แต่จะอาศัยก๊อปจากที่อาจารย์ประหยัดก๊อปเอาไว้  ก็คบกันไม่นานในเมื่อเห็นว่า คนเข้าวัดนั้น  เป็นคนใจกว้างมาก เอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัวเอง  ก็จำเป็นต้องตีตนออกห่าง ซึ่งก็รู้เรื่องมากพอสมควร เพราะว่าเฮียช้างแกทำกิจการเกี่ยวกับป้ายโฆษณา แต่หลังจากเจอกับหลวงพ่อแล้ว  ร้านแกก็แย่ลงแย่ลง  จนในที่สุดก็ปิดกิจการ เพราะว่าใครก็ตามที่มาติดต่อกับแกแล้ว ก็จะหนีหน้าหายไปหมด  เมื่อพวกเขาไป  อาจารย์ประหยัด เห็นหลาย ๆ รายแล้ว  ก็นำมาพิจารณา ว่าเราจะคบกับคนประเภทเหนียวหนึบได้หรือ  เมื่อคบไม่ได้ก็ต้องวิ่งแจ้นตามลูกค้าของแกไป เท่านั้นเอง

       นี่ดีที่เลิกคบกับเฮียช้าง  ถ้าไม่เลิกคบค้าสมาคมด้วย  ก็คงจะตามแกไปวัดป่าสามแยก  ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น  ความวิบัติก็จะติดตามมา  จะกลายเป็นคนที่ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย  ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่พูด ที่เรารู้ก็เพราะเรามีองค์บารมีประจำสังขาร ท่านบอกเรา

      Cool Cool แต่....ก็มีลูกศิษย์ของอาจารย์ประหยัด  ที่ทำการ ธอส. ไม่ทราบว่าตำหน่งอะไร เปิดพระโอษฐ์ให้แล้ว  รับยกถาดไปแล้ว  ย้ายจากกำแพงไปอยู่ที่หนองไผ่  ก็ใกล้กับวัดที่หลวงพ่ออยู่นั่นแหละ  เวลานี้ก็ได้เข้าไปสัมผัสกับหลวงพ่อ นับถือหลวงพ่อเกษมมากเป็นอันดับหนึ่ง  ขนาดที่ว่ามีองค์พระพรหมเป็นองค์บารมีประจำสังขาร ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ก็น่าจะถูกวิญญาณแถนครอบวิถีจิตไปแล้ว  เพราะว่าคนเป็นหมื่นเลิกนับถือหลวงพ่อไปแล้ว  มีคนเชียงใหม่หลายพันคนที่เคยนับถือก็เหลือแต่เฮียช้างคนเดียวเท่านั้นแหละ

       Angry :Smiley ตั้งแต่เห็นหลวงพี่ออกทีวี  ยืนตบหน้าพระประทาน  บอกว่ามันไม่ใช่พระพุทธเจ้า จนคนพิษณุโลกต้องยกพวกไปเอาพระพุทธชินราชกลับพิษณุโลก  ก็เลยเลิกนับถือพระ "เพี้ยน" อย่าง หลวงพี่เกษมไป นานมากแล้ว  คนที่เขาไม่ฉลาดอยากจะนับถือ  ก็ไม่มีใครว่า  แต่น่าจะมองดูว่าทำไมคนเป็นหมื่นจึงเลิกนับถือหลวงพี่เกษม  คนเป็นหมื่น ๆ เขาฉลาด หรือว่าเราเป็น ผจก.ธอส ฉลาด ก็ไม่คิดว่าคน ๆ เดียวจะฉลาดกว่าคนเป็นหมื่นได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 11, 2011, 03:10:29 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1047


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2011, 12:27:17 PM »

"อายุบวร"
    Angry ไปหาหลวงพ่อเกษมครั้งแรก ไปพร้อมกับ เฮีัยช้าง ศิษย์หลวงพ่อ น้องสาว และ พระโต้ง ได้รับคำสบประมาทจากหลวงพ่อที่ว่า "เทวดาส้นตีน" เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็ได้ตีหลักประหารมารให้กับพระองค์สามหาวพูดจาแบบสมประมาทกวนตีน ไปน่าจะเพียงแค่ ๑ หลัก
    Angry หลังจากนั้นเมื่อ พระเกษมส้นตีน ออกทีวี ยืนอยู่ต่อหน้าพระพุทธชินราช แล้วตบพระพักตร์ท่าน พูดจาโอหังว่า มันเป็นทองเหลือง ไม่ใช่พระพุทธเจ้า ก็ได้ตีหลักประหารมารให้กับแกไปอีก ๑ หลัก
    Angry การที่คิดว่าตัวเองเป็น "พระ" เหนือมนุษย์ธรรมดานั้น จะด่าว่าใคร ด่าเทวดาองค์ไหนก็ได้ พระเกษมเอ๋ย เอ็งรู้หรือเปล่าว่า คนที่ได้เปิดพระโอษฐ์แล้วนั้น จะมีองค์บารมีติดตามตัวไปตลอด แล้วเอ็งรู้หรือเปล่าว่า ร่างกายที่องค์ประทับอยู่นั้น หากเป็นคนที่ไม่เบียดเบียนใคร ไม่หลอกลวงต้มตุ๋นใคร นั้น สามารถให้คุณให้โทษแกเอ็งได้
      Angry ผ่านมา ๒ เดือนนี้ พระเกษมส้นตีน บ้าถึงขนาดที่ว่า ท้าคนหรือท้าพระทั่วประเทศ  แล้วคำท้าที่เป็น VDO ที่ออกไปทั่วประเทศนั้นก็ได้ผล  ไม่ทราบเหมือนกันว่า ท่านเพี้ยนเพราะเหตุใด ทั้ง ๆ ที่ท่านก็อยู่ในเพศครองผ้าเหลือง แต่ก็จะขอเรียนว่า ผ้าเหลืองก็ไม่สามารถคุ้มครองให้รอดปลอดภัยจาก "หลักประหารมาร" ของสายสัญญาได้ ไม่ได้่ขู่ไม่ได้คุย แม้กำแพงที่ว่ายิ่งใหญ่ที่ นายสนธิ ลิ้มโกเต็ก พิงอยู่นั้นเวลานี้ก็ได้ล้มไปแล้ว ใกล้เวลาที่สนธิจะต้องรับกรรมในไม่ช้า รอให้เทพเทือกไปเสียก่อนแล้วค่อยตามไป ก็คงไม่สาย ไม่ต้องรีบร้อน รัฐบาลชุดนี้ที่มาได้เพราะเสื้อแดง หากไม่ทำพวกเสื้อแดงเขาก็ทำกันเองได้ แม้จะเป็นการเล่นละครตบตา พวกเสื้อแดงกำลังจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 11:37:04 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1047


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2011, 11:53:36 AM »

"อายุบวร"
    Angry คงจะมีศิษย์สายสัญญามากมาย  ที่เคยเห็น อาจารย์ประหยัด ด่าหลวงพ่อเกษม อาจิณฺสีโล ทางเว็บนี้ว่า เป็น "หลวงพ่อส้นตีน" ซึ่งถ้าไม่รู้จริงก็คงไม่กล้าด่าท่าน  เมื่อท่านด่าองค์พระบารมีประจำสังขารเราได้  แล้วตัวเราเองนั้น สามารถถามท่านได้ว่า ท่านโกรธไหม ต้องการให้ตีหลักประหารหลวงพ่อเกษมไหม ท่านอนุญาต อาจารย์ประหยัด ก็จัดการหลวงพ่อเสียเลย
    Lips Sealed หลวงพ่อเกษมผู้ยิ่งใหญ่  ทำแผ่น VCD โฆษณายกย่องตนเองแจกไปนับหลายแสนแผ่น  ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายมาเป็น "ปลาตัวใหญ่ตายน้ำตื้น"  ตั้งแต่ท่านได้รับพระราชทาน "หลักประหารมาร" ของสายสัญญา ท่านก็เริ่มเพี้ยนขึ้น ขนาดที่ว่ายืนตบหน้าพระพุทธชินราช ออก TV. เราก็ว่าท่านไปแล้ว กู่ไม่กลับ  ท่านกลับทำดังกว่าเดิม ทำ VCD แสดงความเป็น "พระนักเลง" ของท่านแจก แจกให้ไปออกทาง ทีวี.ให้ประชาชนชาวไทย ดูความกล้าหาญเก่งกาจของท่าน  
     ทำไมพระเกษมท่านจึงได้ปัญญาอ่อนลง สมองที่เคยมีอยู่เต็มศีรษะกลายเป็นว่าเหลือเท่าหัวแม่ตีน  ต้องไปถาม "เทพ" เจ้าของหลักปราบมารว่า ท่านทำได้ยังไง ก็ในเมื่อมนุษย์เขาเตือนมนุษย์ด้วยกัน แต่ลืมเตือนพระเกษมว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"      
Angry พระเกษมนั้นได้บังอาจลบหลู่ พระศิวะ พระนารายณ์ และ ท่านท้าวมหาพรหม ซึ่งเป็นองค์พระธรรมในสายสัญญา ที่ได้รับรองอาจารย์ประหยัดแล้ว จะไม่เขียนเป็นองค์ แต่จะเขียนเป็นคำภาวนา ว่า "สายพัดทวีป นะ นะ นะ นะ อุดถัง อุดถัง นาคราช นะ วิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิวิ หากศิษย์สายสัญญายังไม่เข้าใจ  ก็ไปเอาองค์ ปราบมารเบื้องสูง มา แล้วเปลี่ยน พัดจุลี คือเพิ่มเข้าไปอีก ๓ เป็น ๔ เปลี่ยนหัว ๑๕ เป็นหัว ๓๒ เมื่อบารมีถึงท่าน ท่านก็จะรับรอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 29, 2012, 09:52:41 AM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
administrator
Administrator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1047


"กัมฺมุนา วัตฺตตี โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2011, 12:16:48 PM »

"อายุบวร"
      Angry คนที่สองที่บังอาจลบหลู่ พระพุทธเจ้าหลวง แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ ท่านที่โจมตี พระบาทสมเด็จพระจุลเจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า ไปเอาชื่อ พระพุทธเจ้า มานำหน้าชื่อตนเอง ไม่รู้ว่ารับกรรมไปหรือยัง  แต่ที่กำลังมองเห็นกำลังรับกรรมอยู่ก็คือ นายสนธิ ลิ้มโกเต็ก ที่ได้เอา ผ้าอนามัยของ สาวก ๖ คน ไปทำพิธีไสยยาศาสตร์ ที่ฐานะพระรูป พระบรมรูปทรงม้า ก็เหมือนกับ หลวงพ่อเกษมส้นตีนนั่นแหละ ก่อนที่จะปฏิวัตินั้น ก็จูบปากจูบคอกับพรรคประชาธิปัตต์ เวลานี้หลายเดือนผ่านมา นายสนธิ ขึ้นเวทีโจมตี พรรคประชาธิปัตต์ อย่างเสีย ๆ หาย ๆ ไม่รู้จักบุญคุณ ถ้าไม่มีพวกเสื้อเหลืองก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล จากนั้นสนธิก็กัดพวกเดียวกัน จำลอง สุริยะใส สมศักดิ์ ภิภพ สมเกียรติ ก็เหมือนรังมดแดงถูกสอย คิดที่จะรวมตัวกันกลับมาเหมือนครั้งที่รวมตัวกันไล่นายกทักษิณ ก็ไม่น่าจะทำได้  เพราะระบบหยอดน้ำมันเหมือนเดิมนั้น น้ำมันหมดแล้ว
      Angry ไม่นานเกินรอ เมื่อ พรรคเพื่อไทย เฉือด นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ได้  พวกเสื้อเหลือง ที่เคยอุ้มกันมาก็จะถูกเฉือดด้วยเหมือนกัน  น้ำที่ค่อย ๆ ไหลมาจากเหนือ มาท่วมกรุงเทพฯ ดูเหมือนว่าจะมาท่วมหัวพวกเสื้อเหลืองให้จมตายไปเหมือนกัน  กรรมทีก่อเอาไว้ที่สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภุมิ น่าจะมาทันในชาตินี้แหละ ในขณะที่ เพื่อไทย ได้แสดงความจงรักภักดีต่อเบื้องสูง พร้อม ๆ กับทำการกำจัดศัตรูเก่า ๆ ไปด้วย น่าจะไปด้วยดี เพราะพระบารมีช่วยคุ้มครองให้ สาธุสัญญา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 12:18:26 PM โดย administrator » บันทึกการเข้า

"สายสัญญาเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร"
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: